"มหัศจรรย์จริง"

 

เกว่อ..เกว่อ

พือ..พือ

อาคื่อ..อาคื่อ

ชุ้ย..ชุ้ย

เด๊..เอ๊า

ไต..ไต

อาหนะ..อาหนะ

เป็นน้ำเสียงของเด็กสารพัดเผ่าพันธุ์ในโรงเรียนวัดดอนจั่นที่ต่างเปล่งออกเสียงมา

เมื่อผู้เขียนถามว่า "หมา" บ้านของหนูเรียกว่าอะไร

เกว่อ..จีนฮ่อ

พือ..ลาหู่

อาคื่อ..อาข่า

ชุ้ย..กะเหรี่ยง

เด๊..เอ๊า ..ม้ง

ไต..ไทยใหญ่

อาหนะ..ลีซู

บ้านครูเรียกว่า หมา หากเรียกให้สุภาพเรียกว่าอะไรคะ

สุนัก ..ค่ะ  สุนะ ..ครับ  (แน่ะ! ยังพูดไม่ชัดอีก)

ฟังจากการออกเสียงของพวกเด็กๆแล้ว  บางเผ่าพันธุ์ฟังออกง่าย

บางเผ่าฟังค่อนข้างยาก   หากจะนำมาสะกดและเขียนเป็นคำอ่านของภาษาไทย

เช่น จุ้ย  เด็กๆไม่ได้ออกเสียงพยัญชนะต้นเป็น "จ" โดยตรง

ฟังคล้ายๆ มีเสียง "ช" คู่ด้วย โดยใช้ปลายลิ้นกระแทกกับโคนของปุ่มเหงือก

คำว่า "อาคื่อ" ก็เช่นเดียวกัน  ไม่ใช่เสียงของพยัญชนะ ค โดยตรง

ฟังคล้ายๆ ค และ ข  เค่อะ..เข่อะ  อาคื่อ ..อาคื่อ

เพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ผู้เขียนมีโอกาสได้สนทนากับเด็กๆ ของโรงเรียนวัดดอนจั่น

เมื่อครั้งไปจัดค่าย "สนุกอ่าน-สนุกคิด-สนุกเขียน" ปลายปีที่ผ่านมา

สนุกจริงๆค่ะ เมื่อได้สัมผัส

และก็รู้สึกเห็นใจคุณครูผู้สอนภาษาไทยและทุกสาระการเรียนรู้มากเช่นกัน

เมื่อมีความหลากหลายอยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกันเช่นนี้

คุณครูต้องมีวิธีการสอนที่จะทำให้เด็กมีความรู้เรื่องภาษาไทย

ออกเสียงพยัญชนะ-คำ-ประโยค ของภาษาไทยได้

อ่านข้อความที่กำหนดให้เป็นภาษาไทยได้

และแสดงความสามารถด้านการใช้ภาษาไทยได้อีกหลายๆอย่าง

ทั้งฟัง-พูด-อ่าน-เขียน

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

วิธีสอนที่น่าสนใจและน่าจะใช้ได้ผล

 คือการเชื่อมโยงภาษาแม่ของพวกเขาสู่ภาษาไทย

เพราะจะทำให้เขาจำและเข้าใจเมื่อคิดถึงภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเอง

 

เพื่อนๆที่สนใจเรื่องนี้และคุณครูที่สนใจแวะมาอีกนะคะ

จะพยายามนำเรื่องราวมาเสนอต่ออีกค่ะ

มีข้อมูลรูปแบบวิธีการสอนจากการร่วมประชุมฯมาเล่าสู่กันฟังด้วยค่ะ

สวัสดีค่ะ