สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ค่ะ และขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมบ้านอันเงียบเชียบมานับเดือน มาส่งภาพงามและถ้อยคำอวยพรให้สดใสมีสีสัน พรที่ส่งมานั้นขอให้ได้มีแด่ทุกท่านเช่นกันนะคะ

กว่าจะได้โอกาสมากล่าว สวัสดีปีใหม่ กับมวลมิตรทุกท่าน ก็จะเลยวันสำคัญอีกวันคือ วันเด็ก

ที่จริงวันที่มีชีวิตอย่างมีสติ เป็นวันสำคัญได้ทุกวัน

วันนี้งานเขียนถอดบทเรียนใน โครงการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในระบบการศึกษาไทย ที่ช่วยกันทำกับคุณเอก-จตุพร และ คุณศิลา เสร็จ ส่งงานแล้ว รู้สึกปลอดโปร่งใจไประดับหนึ่ง เลยขอแวะเข้ามาเป็นสัญญาณว่ายังมีชีวิตปกติดีอยู่ค่ะ

ได้ทำงานที่มีประโยชน์ก็เป็นความสุข ได้พบมิตรที่ไม่ได้พบกันมานานก็เป็นความสุข ได้ยินเสียงนกนานาชนิดขับขานก็เป็นความสุข ได้ลิ้มรสอาหารที่ถูกปากก็เป็นความสุข ความสุขที่ได้จากสิ่งภายนอกหาไม่ยากและยังเป็นสิ่งที่ผู้คนสมัยนี้ถนัดแสวงหา แถมยังมีสื่อคอยกล่อมทุกขณะจิตว่ายังมีสินค้าและบริการต่างๆคอยที่จะให้ความสุขอันเลอเลิศหากมีเงินไปซื้อหามา

ด้วยวัยที่มาถึงให้ต้องนับตัวเลขทุกวาระเข้าสู่ปีใหม่ (เพราะเกิดใกล้วันปีใหม่) และชีวิตที่เรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งทุกข์และสุข ความสุขของผู้เขียนทุกวันนี้ยิ่งเกิดง่ายกว่าเดิม จากการที่ “รู้ตัว” สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ และรู้ว่ามันเป็นภาวะที่ไม่คงทน คงต้องเรียกว่า สุขเพราะรู้ตัว ไม่ไปเอาเป็นเอาตายกับทั้งสุขและทุกข์ ก็สบายๆ ง่ายๆดี แต่ก็รู้ตัวอยู่ว่าไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหนา ยังมีกิเลสที่ต้องขัดเกลาอีกมาก

ปีที่แล้วมีผู้ให้หนังสือแปลมาเล่มหนึ่ง ชื่อ ความสุข : คู่มือพัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญที่สุด มาติเยอร์ ริการ์ เขียน  สดใส ขันติวรพงศ์ แปล จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา

ท่านมาติเยอร์ ริการ์เป็นนักบวชในพุทธศาสนาแบบทิเบตบวชมาหลายสิบปี ท่านเป็นชาวฝรั่งเศส มาจากครอบครัวที่ดีมีการศึกษาสูง เคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ทำงานที่สถาบันปาสเตอร์ ในกรุงปารีส หนังสือเล่มนี้ท่านจึงเขียนได้อย่างเข้าใจลุ่มลึกที่จะบูรณาการมุมมองต่อวัฒนธรรมตะวันตก ตะวันออก และวิทยาศาสตร์กับพุทธศาสนา เป็นหนังสือที่เขียนอย่างมีพลัง มีความเมตตาและมีอารมณ์ขัน อ่านเข้าใจได้ง่าย

อ่านแล้วอยากให้คนที่เรารักและใส่ใจได้อ่าน จึงให้ยืมหนังสือไปอ่านกันบ้าง ซื้อให้คนที่รักและนับถือบ้าง ได้ให้หนังสือนี้แก่พี่คนหนึ่งที่เธอเป็นผู้ปฏิบัติธรรมมายาวนาน เธออยู่ที่ฝรั่งเศส พอได้อ่านเธอโทรศัพท์มาบอกว่าชอบหนังสือเล่มนี้มากและได้ฝากให้ผู้เขียนซื้อจำนวนหนึ่งที่เธอจะนำไปเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนที่รักกัน

ขอยกคำโปรยปกในของหนังสือเล่มนี้มาฝากค่ะ

 ...การแสวงหาความสุขไม่ใช่การมองโลกด้วยแว่นสีกุหลาบ หรือ ปิดตาไม่รับรู้ความเจ็บปวดและความไม่สมบูรณ์ของโลก

และความสุขไม่ใช่ภาวะที่ต้องทุ่มทุนแสวงหาเพื่อให้ได้อยู่กับเราตลอดกาลนาน

แต่ความสุขคือการขจัดพิษภัยในจิตใจ เรียนรู้ที่จะทำให้สิ่งต่างๆกระจ่างชัด ลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่เห็นกับความเป็นจริง

เพราะลึกที่สุดแล้วความทุกข์สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการเข้าใจผิดเกี่ยวกับความจริงของธรรมชาติ...

 

ขอให้ทุกท่านมีชีวิตอันเบิกบานผ่องใสด้วยความสุขที่แท้จริงในทุกๆวันค่ะ