วิจัยง่ายๆ ใครๆก็ทำได้
โครงการ SHA การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน(SHA) นอกจากจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว เราคุยกันว่าน่าจะมีผลลัพธ์ที่เป็นความรู้ที่นำไปใช้ต่อได้ เราจึงตกลงกันว่าจะทำวิจัย แต่เรากลัวว่าจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เราจึงตกลงกันว่าจะทำวิจัยกันง่ายๆ แต่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ง่ายแต่อึ้ง ว่างั้นค่ะ
สาเหตุที่ผ่านมาที่ทำให้งานวิจัยติดขัดคือ ทำวิจัยแบบไม่เป็นขั้นเป็นตอน เราจะเริ่มทำแบบสอบถามเลย แล้วคำถามวิจัยมีไว้ว่าอะไร ...ยังไม่ชัดเจน ความเชื่อเดิมคิดว่างานวิจัยเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยอาชีพ คิดว่างานวิจัยเป็นยาขม แต่เราสามารถทำวิจัยจากงานที่ทำของเราเองได้ SHA จึงเชิญชวนมาทำงานวิจัย สร้างความรู้ใหม่จากงานที่ทำกันค่ะ
นิยามของการวิจัยคือการได้ความรู้ใหม่อย่างเป็นระบบ มี approach อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน กระบวนการวิจัยต้องเป็นขั้นตอน เราอยากรู้เรื่องอะไร เราต้องไปสืบค้น ดูความเป็นมาของเรื่องนั้น เราต้องทบทวน วรรณกรรมนั่นเอง เมื่อทบทวนอย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด เราต้องใช้วิจารณญาณของนักวิจัย และเครื่องมือที่ใช้ของเราต้องใช้ได้มีความเหมาะสมนั่นเอง
มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่โอกาสสร้างความรู้จากงานที่ตนเองรับผิดชอบ ตนเองทำ ซึ่งมีขั้นตอนง่ายๆ ในการไปสู่การวิจัยขั้นเทพ สรุปจากการบรรยายของท่านดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ในการประชุม SHA Conference& Contest ที่ผ่านมา ดังนี้
ขั้นตอน 1 หาเรื่องที่สนใจ
การเริ่มต้นการวิจัย ไม่ใช่เริ่มจากการตั้งชื่อโครงการวิจัย ชื่อโครงการวิจัย มาตั้งหลังจาก Proposal เสร็จเมื่อโครงร่างนิ่ง ครั้งแรกตั้งชื่อเล่นไว้ก่อน เลือกประเด็นกว้างๆ เป็นปัญหาที่เราเจอ สิ่งที่เราอยากรู้ แนวคิด นโยบาย เช่นแนวคิด SHA การกลับไปสู่ความพอเพียงและเพียงพอ หา คียเวิร์ดมาเยอะๆ เป็นกุญแจไขสู่ความสำเร็จได้ นำมาเป็นเครื่องมือในการสืบค้นต่อ แล้วขมวดให้ชัดเจนว่าเราสนใจทำเรื่องใด เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ให้ตรงกับปัญหา แนวคิดที่เราสนใจ ขั้นตอนนี้จะได้หัวข้อที่เราสนใจ หารือประเด็นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน ให้เขาเห็นด้วย ตอนเริ่มต้นและลงท้าย รู้พร้อมกันจะเชื่อด้วยกัน ถ้ารู้มาก่อนมาบอกเขาจะไม่เชื่อ ขั้นตอนนี้เราจะได้ research topic
ขั้นตอนที่ 2 ค้นหาความรู้ที่มีอยู่ก่อน การวิจัยเริ่มต้นที่การค้นคว้า ค้นหาเรื่องทีมีคนทำไว้ ค้นแนวคิดทฤษฎีที่สนใจ นำไปสู่การทำบรรณานุกรมขั้นต้น บรรณารุกรมที่ดี ไม่จำเป็นต้องเยอะ ต้องเหมาะสม เลือกอ่าน อ้างเฉพาะที่มีคุณภาพ ที่น่าเชื่อคือมีการ peer review อาจแยกเป็น area ที่เราสนใจ ให้คะแนนของเรื่องนั้นด้วย ทีสำคัญ คนที่ถูกอ้างอิงบ่อยๆ
ขั้นตอน 3 หาส่วนขาดที่ไม่รู้มาก่อน รู้ว่าเก่ามีอะไรอยู่ ต่อยอดสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งใหม่ เริ่มเจาะจงลงไป สิ่งที่อยากรู้ต้องไปทำงานต่อได้ ลองเขียนสิ่งที่อยากรู้ 3 ข้อ คือวัตถุประสงค์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอะไร... ไม่ควรเขียนใหญ่เกินไป ต้องดึงลงให้เล็ก
ขั้นตอนที่ 4 เหลาคำถามการวิจัย ต้องเหลาให้คม ชัด วิธีทำง่ายๆ คือ เราต้องตั้งคำถามวิจัยให้ฉลาดขึ้น เราต้องเหลาประเด็น ใช้ทฤษฎีวิ่งสามขา สามเหลี่ยมสร้างความรู้ ได้แก่ ( 1 คำถาม/ประเด็น 2 ข้อมูล 3 แนวคิดทฤษฎี) วงหมุนไปเรื่อยๆ จะคมขึ้น ชัดขึ้น การตั้งคำถามที่คมชัด จะนำไปสู่การเก็บข้อมูลที่ดี หากติดที่ขาใด ขาหนึ่ง จะไม่สำเร็จ คำถามวิจัยที่ดีมาจากแนวคิดดี บวกข้อมูลดี สะสมคำถามวิจัยทีดีไว้เป็นตัวอย่าง เรามักชอบข้ามไปหาข้อสรุป ข้อค้นพบ คำถามวิจัยไม่ใช่เป็นแนวคำถามที่เราจะไปใช้สอบถาม คำถามวิจัยจะเป็นตัวกำหนดการเก็บข้อมูล
ขั้นตอนที่ 5 คัดเลือกวิธีวิจัยให้เหมาะสม เมื่อได้คำถามแล้วจะนำมากำหนดวิธีการวิจัย เลือกเครื่องมือผิดๆมาจับความรู้ การวิจัยเชิงคุณภาพเน้น เรื่องเล่า ไปคุย ทำfocus group เช่นถามเรื่องความสุขในเวลาที่ตรวจคนไข้ เราจะเลือกวิธี เราต้องรู้จุดแข็งจุดออ่น ของการใช้แบบสอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต เราต้องรู้ว่าเครื่องมือมีฐานคิดที่ไหน ต้องมี assumption ของเครื่องมือนั้น รู้ข้อจำกัด ลอง match ว่าเหมาะไหม อาจต้องใช้เครื่องมือผสมผสานกัน
ขั้นตอน 1- 5 เป็น proposal development
ขั้นตอนที่ 6 เก็บข้อมูลให้เป็นระบบ เข้าใจธรรมชาติของข้อมูล และแหล่งข้อมูล เช่นข้อมูลนั้น sensitive ไหม คน เวลา สถานที่ เช่นศึกษาพฤติกรรมการใช้ยาฆ่าแมลงของชาวนา ต้องไปเก็บช่วงที่เขาใช้ยาฆ่าแมลง สร้างเครื่องมือการเก็บข้อมูล จัดระบบ มีวินัยในการจดบันทึกเพื่อนำมาวิเคราะห์ เมื่อเก็บข้อมูลไปจะต้องทบทวนวิเคราะห์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
ขั้นตอนที่ 7 หาว่าสิ่งที่ค้นพบบอกอะไรใหม่ เมื่อข้อมูลที่เก็บมันอิ่มตัวแล้ว เก็บไปเจอ pattern เก่าๆ เราต้องหาว่าสิ่งค้นพบบอกอะไรใหม่ ได้ความรู้ใหม่ที่ ไม่กว้างไป ไม่แคบไป การที่เราบอกว่าความรู้ใหม่ต่างจากเดิมอย่างไร เรียกว่า argument คือทะเลาะกับ1)ความรู้เก่า...ที่เคยเชื่อว่าแบบนี้.. 2) เถียงกับแนวคิดที่มีคนเคยพูดว่า...3) เรื่องที่เราสนใจมาสู่บริบทการทำงานใหม่งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า?? ต้องมีความเป็นต้นฉบับ ให้เขียนต่อประโยคนี้...งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า........................ ต้องชัด หัวใจถึงจะเกิด..
ขั้นตอนที่ 8 ใช้บทคัดย่อช่วยให้คิดได้ชัด เป็นตัวช่วยเพราะมี format ดังนี้ งานวิจัยนี้ศรึกษาเกี่ยวกับ...... มีวัตถุประสงค์เพื่อ..... โดยมีคำถามวิจัยที่สำคัญคือ เป็นการวิจับแบบ...การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า.......
ขั้นตอนที่ 9 นำเสนอข้อค้นพบให้มีพลัง โดย1) เราต้องเชื่อข้อค้นพบของเราได้อย่างสนิทใจ 2) รู้กลุ่มเป้าหมายว่าเขียนให้ใครอ่าน เสนอให้ใครฟัง 3) นำเสนอเป็นขั้นตอน จัดลำดับการนำเสนอ บางเรื่องเสนอก่อน เรื่องใดเสนอทีหลัง เพื่อจูงใจ จุดอ่อนของการเขียน คือเราเชื่ออยู่แล้ว เราจึงไม่หาสิ่งอื่นๆมายืนยัน วิธีการนำเสนอได้แก่..การคืนข้อมูลให้ชาวบ้าน การทำแผนที่เดินดิน นำเสนอผู้บริหารต้องสั้น ประเด็นการนำเสนอต้องชัด ไม่ต้องเปิดตู้เย็น มาทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 10 ต้องทำบ่อยๆ จะเป็นขั้นเทพ งานวิจัยเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ความเข้าใจเกิดจากการลงมือทำ วิจัยเป็นทั้งเครื่องมือผลิตความรู้ เครื่องมือพัฒนาคนและการเสริมพลังอำนาจ
ในวันที่ 19-22 มกราคม นี้ เราทีม SHA ร่วมกับท่านดร.นพ.โกมาตร และรพ.ที่ร่วมโครงการวิจัยอีก 20 แห่ง จะทำ proposal development work shop กันที่รร.รามาการ์เด้น โดยได้กำหนด area ของการวิจับไว้ ได้แก่
1.ประสบการณ์ผู้ป่วยกับการปรับปรุงคุณภาพโรงพยาบาล
2.ความสุขของเจ้าหน้าที่และการมองเห็นคุณค่าของตนเอง
3.ศักยภาพชุมชน และการมีส่วนร่วมของชุมชน
4.มิติทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่
5.เครื่องมือใหม่ๆ ในมิติอื่นๆ เช่น การฝึกอบรมการให้อภัยระหว่างเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล
6.ระบบบริการที่เป็นจุดอ่อน เช่น การเลือกปฏิบัติกับผู้ป่วยฆ่าตัวตาย ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ติดยาเสพติด

สวัสดีค่ะ คุณ ♥paula .`๏'- ที่ปรึกษาตัวน้อย.`๏'-
ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ
จองงงงงงง ไม่ทัน
มาร่วมเรียนรู้ครับ
ขอบคุณครับ
น้องสาวที่รัก♥paula .`๏'- ที่ปรึกษาตัวน้อย.`๏'-มีความสุขมากมากนะคะ..ขอบคุณที่แวะไปชมความงามของประเทศไทยสวยงามจริงๆ..เก็บความยากไปปายมาจากบันทึกของน้องพอลล่านั่นแหล่ะ..พี่แอ้ดเลยแอบคิดแอบฝันไว้ตั้งแต่นั้นมา..ขอบคุณผู้จุดประกายนะคะ...
สวัสดีครับคุณ พรทั้งหล้า มาประชุมอยู่ไกล้ๆอีกแล้วน่ะ ที่ นวมินทร์ 47 ครับ กับ พอช.ครับ
วิจัย...
ง่ายนิดส์เดียว
แต่...
ยากสสสสส์ เยอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
สวัสดีครับน้องพร
จะตามดูวิจัยข้อที่ 2 และ 5 ชอบค่ะ
มีเรื่องอยากปรึกษา
พี่เขี้ยวอยากได้แผ่นพับของ Gotoknow.org ,Healthy.in.th และ Protal.in.th
ที่น้องพอลล่าใส่ในกระเป๋า SHA จัง
จะเอาแจกในงานตลาดนัดวิชาการกรมอนามัยที่เชียงใหม่
จัดวันที่ 2 - 3 กพ.53 นี้
ทำไงดีน๊า อิอิ
นักการศึกษาเราเรียก"นวัตกรรม"
พากันสร้างนวัตกรรม เพื่อหาความรู้ใหม่ๆ
ฟังดูเหมือนจะง่าย
แต่จริงๆน่ะยากนะคะน้องพอลล่า
ยากแต่ สู้สู้ค่ะ
อยากทำ แต่ยังไม่ได้เริ่มเลย อิอิอิ
สวัสดีค่ะน้องคำหล้า..ฟังและอ่านก็เหมือนง่ายนะ...แต่ลงมือทำยากส์ค่ะ..ยาขมของครู..แต่ก็จะนำไปทำดูอาจจะเป็นขนมหวานก็ได้ถ้ามีกำลังใจ..คริ..คริ..
ขอบคุณค่ะ..มาลปรร.ขั้นตอนที่น่าสนใจมากค่ะ..ได้ทบทวนและเพิ่มเติมด้วย..
น้องพอลล่า มาเยี่ยมแล้วค่ะ
ชอบคำว่า "วิจัยไปสู่ขั้นเทพค่ะ"
ขอโทษคะ ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้