ตามรอยวิถีแห่งความพอเพียงครั้งที่ 2 ณ เครือข่ายโรงเรียนชาวนา บ้านเขาถ้ำพระ อ.โกรกพระ นครสวรรค์ 23-24 มกราคม 2553 จากการที่ได้จัดกิจกรรมดำนาและเรียนรู้วิถีชีวิตที่บ้านนาอีสาน ในครั้งแรก คราวนี้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว อยากเชิญชวนเพื่อนๆและน้องๆชาวจิตอาสาไปร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวและเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงกันกับเครือข่าย โรงเรียนชาวนาที่นครสวรรค์ โรงเรียนชาวนาเป็นมาอย่างไร เขาสอนอะไรกัน เราจะได้ไปค้นหาร่วมกันใน กิจกรรมครั้งนี้ วัตถุประสงค์ 1 . จัดให้คนเมืองไปสัมผัสและเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 2 . เรียนรู้การพึ่งพาตนเองของคนในชุมชน 3 . ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนในท้องถิ่นเห็นความสำคัญของเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ 4 . จัดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวิถีชีวิตคนเมืองและคนในชนบท วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553 06.00 น. พบกันที่จุดนัดพบปั๊มปิโตรนัส พหลโยธิน24 09.30 น. ทักทายทำความรู้จักกัน 10.30 น. แนะนำความเป็นมาของชุมชน 11.00 น. ร่วมทำสันทนาการกับเยาวชนเขาถ้ำพระ 12.00 น. รับประทานอาหารร่วมกัน แยกย้ายสัมภาระเข้าพักบ้านชาวบ้าน 14.00 น. ร่วมกันทำปุ๋ยหมักชีวภาพ และน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้ชุมชนไว้ใช้ในไร่นา 16.00 น. เยี่ยมชนสวนผักปลอดสารพิษ 17.00 น. แยกเข้าบ้านพักตามกลุ่ม รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพัก 19.30 น. ล้อมวงเสวนากับชาวบ้านและเยาวชน 21.00 น. แยกย้ายกันพักผ่อน วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2553 08.00 น. รวมพลเตรียมตัวไปลงแขกเกี่ยวข้าว (กินข้าวเช้าที่บ้านก่อน 8.00น.นะครับ) 12.00 น. รับประทานอาหารร่วมกัน 13.00 น. เรียนรู้การเก็บและคัดเมล็ดพันธ์ข้าว 15.30 น. กล่าวอำลาชุมชน และ เก็บสัมภาระ 19.00 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ รับผู้สนใจเข้าทำกิจกรรม จำนวน 32 ท่าน สภาพพื้นที่ บ้านเขาถ้ำพระในอดีตเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของคนบ้านเขาถ้ำพระเป็นไปอย่างเรียบง่ายเพราะอยู่กับธรรมชาติ อาหารการกินก็หากินง่ายตามธรรมชาติที่มีอยู่ ชาวบ้านมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน บ้านไหนทำอะไรกินบ้านข้างๆก็จะได้กินอาหารนั้นด้วยหรือหาของป่ามาได้ก็จะมาแบ่งกันกิน มีประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ดำนา นวดข้าวฯลฯ ซึ่งต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ที่ผู้คนในแต่ละวันออกไปหางานทำนอกหมู่บ้านบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง เป็นเหตุให้พูดคุยกันน้อยลง มีความเห็นแก่ตัวสูง ไม่สนใจงานส่วนรวม มุ่งหน้าหาแต่เงิน จะทำอะไรก็ต้องจ้างถ้าจ้างถูกๆก็ไม่ทำนอนดีกว่า พืชทุกชนิดต้องใส่เคมี ใส่ยากำจัดศัตรูพืช นี่คือสังคมปัจจุบันที่บ้านเขาถ้ำพระ สายัน กรีธาเวช เป็นนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน กับประสบการณ์การทำงานกับนักพัฒนาอิสระของจังหวัดนครสวรรค์หรือกลุ่มประชาสังคมนครสวรรค์ฟอรั่มเพียงปีเศษๆเท่านั้น เขาพลิกผันชีวิตตัวเองจากลูกจ้างองค์กรพัฒนาชุมชนอิสระหันกลับสู่บ้านเกิดเพื่อที่มุ่งมั่นจะพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างตั้งใจ แต่มาพร้อมกับเสียงคัดค้านจากผู้เป็นพ่อที่ต้องการให้ทำงานเป็นลูกจ้างหรือสอบบรรจุรับราชการให้ได้ สายันไม่ต้องการที่จะเป็นแบบนั้นวิถีชีวิตแบบนั้นเขาเรียกวิถีแบบนั้นว่า หนุ่มห้องเช่า สาวแกงถุง คือหมายความว่าถ้าเป็นชายก็ต้องจากบ้านไปเช่าห้องอยู่ต่างหาก ขาดความอบอุ่นจากวิถีชีวิตเดิมๆของสังคมชนบท เป็นผู้หญิงก็แทนที่จะมีเวลามาหุงหาอาหารทำกับข้าวกิน ก็ไม่มีเวลาเพราะต้องทำงานตลอด ซึ่งมองไม่เห็นเลยว่าจะมีความสุขอย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นที่ชายคนนี้เป็นตัวจักรสำคัญ ในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในชุมชนของเขา สำหรับผู้สนใจ ยินดีรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่จำกัดอายุ ขอให้เป็นผู้มีจิตใจรักธรรมชาติ ยินดีเปิดรับความรู้ ความคิดเห็นใหม่ๆ ปรับตัวง่าย มีความอดทน มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ตรงต่อเวลา สิ่งที่ต้องเตรียม - ชุดลุยเสื้อแขนยาว,กางเกงขายาว,หมวกกันแดด - ยาทากันยุงและแมลง - ไฟฉาย - ยาสำหรับโรคประจำตัว(ถ้ามี) ** ขอความร่วมมือ งดอบายมุขและสิ่งของมึนเมาทุกชนิด ** การสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ค่าใช้จ่าย :ค่ารถแอร์ไปกลับ/ค่าอาหาร 4 มื้อ/ค่าประกันภัยการเดินทาง/ค่าที่พัก 1 คืน บุคคลทั่วไป 1,200 บาท นักเรียน,นักศึกษา 950 บาท เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2552 – 15 มกราคม 2553 โอนเงินวันสุดท้าย 15 มกราคม 2553 การสมัครและชำระเงิน 1.แจ้งชื่อ,นามสกุล ,อายุ,เบอร์โทรศัพท์ มายัง 02-9301331,081-5563044 โต้ง เพื่อแจ้งยืนยันการเดินทาง หรือ e-mail : [email protected] 2. เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว จะแจ้งให้ทำการชำระเงิน โดยโอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาบางเขน เลขที่บัญชี 070-2-64527-1 ชื่อบัญชี นาย สุรยุทธ กิติวรพงศ์ 3.ส่งหลักฐานสำเนาการโอนเงินมายัง 02-9301331 หรือทางอีเมล์ [email protected]
ค่ายตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 10 ม.ค. 2553
แม่ต้อย · 10 ม.ค. 2553
อ.อุ้ย · 10 ม.ค. 2553
ศรีรัตน์ สุดประเสริฐ · 10 ม.ค. 2553
ตามรอยวิถีแห่งความพอเพียงครั้งที่ 3
ณ บ้านบางสนและศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ เพลิน อ.ปะทิว ชุมพร
24-26 กรกฏาคม 2553
ในปีนี้เกิดภาวะฝนแล้งไปทั่วประเทศ คาดได้ว่าจะทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการปลูกพืชอย่างรุนแรงในระยะยาว ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆและผู้สนใจแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เดินทางลงใต้ไปสัมผัสศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลินและเครือข่าย เราจะไปดูการจัดการและส่งเสริมเกษตรกรแบบครบวงจร ที่ทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางอาชีพมากขึ้น
จุดประสงค์
1 . จัดให้คนเมืองไปสัมผัสและเรียนรู้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2 . เรียนรู้การพึ่งพาซึ่งกันและกัน ระหว่างชาวนาท้องถิ่นและผู้ประกอบการขนาดใหญ่
3 . ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนในท้องถิ่นเห็นความสำคัญของเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ
4 . แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวิถีชีวิตคนเมืองและคนในชนบท
กำหนดการ
วันเสาร์ที่ 24 กรกฏาคม 2553
05.30 น. นัดรวมพล ณ ปั๊มปิโตรนาส ปากซอย พหลโยธิน 24 ออกเดินทางเวลา 06.00 น.
11.00 น. ถึงที่หมาย บ้านบางสน อ.ปะทิว
11.20 น. แนะนำตัวและรับฟังการบรรยายของชุมชนบ้านบางสน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 น. เริ่มกระบวนการถอนและนำข้าวกล้าไปปักดำในแปลงนา
16.30 น. เลิกงานประจำวัน
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.30 น. ล้อมวงเสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฏาคม 2553
07.30 น. รับประะทานอาหารเช้า
08.30 น. เริ่มดำนาร่วมกับเยาวชนบ้านบางสน
12.00 น. รับประทานอาหารร่วมกัน
13.00 น. เรียนรู้การทำปุ๋ยหมักและร่วมทำปุ๋ยหมักกับเด็กๆ
14.30 น. เรียนรู้และทดลองการไถนาแบบดั้งเดิม(ใช้ควายไถ)
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. รับชมเรื่องราวของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติจากวีดีทัศน์
20.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันจันทร์ที่ 26 กรกฏาคม 2553
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า แล้วเก็บสัมภาระ,อำลาชุมชนบางสน
08.00 น. เยี่ยมชมศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน (ชุมพรคาบาน่า)
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ชุมพรคาบาน่า และ เชิญเลือกซื้อผลผลิตจากเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
13.00 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพ
19.00 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
สภาพพื้นที่
บ้านบางสนเป็นแหล่งปลูกข้าวพันธ์พื้นเมือง แหล่งสุดท้ายในอำเภอปะทิว ซึ่งเป็นต้นกำเนิดพันธ์ข้าวท้องถิ่น“เหลืองปะทิว” ที่มีชื่อเสียงจนเป็นที่นิยมปลูกในภาคกลางด้วย แต่ในภาวะปัจจุบันพันธ์ข้าวนี้เคยเกือบจะสูญหายไปจากอำเภอปะทิว คนในชุมชนที่มองเห็นความสำคัญจึงได้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ให้ยังคงอยู่ แม้ว่าชาวบ้านบางส่วนจะทิ้งนาไปทำอาชีพอื่นกันมากขึ้น คุณวริสร รักษ์พันธ์ เจ้าของชุมพรคาบาน่า ได้ทำการชักชวนชาวบ้านให้ดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการส่งเสริมด้านการขายผลผลิตทางการเกษตร ส่วนหนึ่งได้นำมารับรองลูกค้าในรีสอร์ท เท่ากับเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนั้นยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายเพราะผลผลิตส่วนหนึ่งมาจากพนักงานในรีสอร์ท-ด้วย ทำให้การดำเนินงานของชุมพรคาบาน่าที่เคยประสบปัญหาขาดทุนจากวิกฤติปี 40 กลับมายืนอยู่ได้ด้วยความมั่นคง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้เป็นเรื่องของเกษตรกรเท่านั้น ผู้ประกอบการอื่นๆก็ได้นำแนวทางนี้ไปก่อให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน
สำหรับผู้สนใจ
ยินดีรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 ท่านไม่จำกัดอายุ ขอให้เป็นผู้มีจิตใจรักธรรมชาติ ยินดีเปิดรับความรู้ความคิดเห็นใหม่ๆ ปรับตัวง่าย มีความอดทน มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ตรงต่อเวลา
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ชุดลุยเสื้อแขนยาว,กางเกงขายาว,หมวกกันแดด
- ยาทากันยุงและแมลง
- ไฟฉาย
- ยาสำหรับโรคประจำตัว(ถ้ามี)
** ขอความร่วมมือ งดอบายมุขและสิ่งของมึนเมาทุกชนิด **
การสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
ค่าใช้จ่าย :ค่ารถตูไปกลับ/ค่าอาหาร 6 มื้อ(ไม่รวมอาหารกลางวัน ที่รีสอร์ท)/ค่าประกันภัยการเดินทาง/ค่าที่พัก 2 คืน
บุคคลทั่วไป 1,500 บาท
นักเรียน,นักศึกษา 1,200 บาท
เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ 1 กรกฏาคม 2553 – 16 กรกฏาคม 2553
โอนเงินวันสุดท้าย 20 กรกฏาคม 2553
การสมัครและชำระเงิน
1.แจ้งชื่อ,นามสกุล ,อายุ,เบอร์โทรศัพท์ มายัง 02-9301331,081-5563044 โต้ง เพื่อแจ้งยืนยันการเดินทาง
หรือแจ้งทาง e-mail : [email protected]
2. เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว กรุณาชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด
โดยโอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาบางเขน เลขที่บัญชี 070-2-64527-1
ชื่อบัญชี นาย สุรยุทธ กิติวรพงศ์
3.ส่งหลักฐานสำเนาการโอนเงินมายัง 02-9301331 หรือทางอีเมล์ [email protected]