ตอนเช้าวันนี้ยิ้มออกหน่อยตรงที่อาการเจ็บคอดีขึ้นครับ ฮือ แต่สุดท้ายเย็นนี้ความเจ็บปวดก็เพิ่มขึ้นจนเกือบๆ จะเท่ากับเมื่อวานเลย  ทำไงได้ครับ ก็คนมันใช้ปากทำมาหากิน ฮาฮาฮา

ช่วงเช้าไปเคลียร์เรื่องส่วนตัวครับ คือ การโอนที่ดิน อันเนื่องจากได้รับอนุเคราะห์งบประมาณจากพ่อซื้อที่ดินสองประตูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านไว้เป็นสมบัติ วันนี้จ่ายเงินกันครบแล้ว เลยนัดเจ้าของที่เก่าไปโอนกัน โดยคิดว่าจะทำไปพร้อมกับการเปลี่ยนหลักฐานเป็นโฉนดเลย ไปถึง สนง.ที่ดิน อ.ยะรัง เก้าโมงกว่าๆ ครับ คนยังไม่เยอะเท่าไร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงนี้คนเยอะ และมีนโยบายเปลี่ยนจาก สค.1 เป็นโฉนดเท่านั้นก่อน ส่วนหลักฐานอื่นๆ ควรทำช่วงกลางเดือน กพ. แ่ต่พอจะเิริ่มสัญญาเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ปรากฏหลักฐานไม่ครบครับ เลยได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ 

กลับมาเอาหลักฐานที่บ้านแล้วก็ไปอีกรอบหนึ่ง ปรากฏคราวนี้เห็นจริงๆ กับตาครับว่า คนเยอะมากจริงๆ แสดงให้เห็นว่า คนยะรังถือครอง สค.1 กันมากจริงๆ เรื่องผมก็ยังไม่สามารถเดินเรื่องให้เสร็จได้ทีเดียวครับ เจ้าหน้าที่นัดให้มาเอาช่วงคนน้อยๆ คือช่วงคนละหมาดกัน ฮิฮิ ผมก็ไปอีกครั้งปรากฏสำนักงานปิดประตูครับ แล้วปรากฏเจ้าหน้าที่ก็โทรว่า ขึ้นมาได้เลย เมื่อเสร็จหลักฐานทุกอย่างเสร็จ ก็ได้รับแจ้งว่า ให้มาเอาหลักฐานทั้งหมดหลังเทศกาลแปลง สค.1 เป็นโฉนดก่อน

เชื่อมัยครับ ผมกับพ่อประหลาดใจเหมือนกันตรงที่ว่า ทำไมเจ้าหน้าที่บริการดีจังเลย ถามว่า พูดเพราะไม่ ก็ไม่ใช่ครับ แต่พูดด้วยไมตรี บริการดีโดยที่ไม่ต้องเพิ่มออฟชั่นอะไรให้เป็นพิเศษ เห็นชัดๆ ว่า เจ้าหน้าที่จะบอกให้เห็นถึงข้อจำกัดของเขาก่อน พอเราเข้าใจ เขาก็ให้คำแนะนำทางออก และแนวปฏิบัติที่คิดว่าเหมาะสมให้กับเรา ต้องยกย่องว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่บริการดีมากกกกกก แห่งปีเลยครับ

ออ. ผมเพิ่งทราบราคาประเมินที่ดินรอบข้างมหาวิทยาลัยครับ โอ้โห่ มันสูงมากจริงๆ ผมถามกลับว่า ทำไมมันสูงขนาดนี้ สมัยผมซื้อที่ดินผืนแรก ราคาประเมินประตูละแค่ 2000 บาทเองครับ เจ้าหน้าที่บอกว่า ปีหน้าจะครบรอบประเมินที่ดินใหม่อีกแล้วครับ คิดว่าราคาประเมินขึ้นอีกแน่ๆ 

กลับเข้ามามหาิวิทยาลัยช่วงบ่ายสองครับ คุยตีโจทย์งานวิจัยกับเพื่อนอาจารย์ได้สักชั่วโมงหนึ่ง เพื่อนอาจารย์พูดสรุปว่า นี่ถ้าเข้าฟังผมอบรมให้เมื่อวาน คงทำได้ไปแล้วมั๊งครับ ฮิฮิ (ไม่ได้บ่นเองนะครับ) ยังคุยไม่จบดีๆ ครับ ก็มีรับสาย เจอคำถามว่า บ่ายนี้อาจารย์มีประชุมใช่หรือเปล่า? ฮา ครับมีครับบ่ายสามกับท่านอธิการ พลิกดูนาฬืกา อ้าวอีกสองนาทีบ่ายสามแล้ว ลุกออกไป ตึก สนอ.ทันทีครับ แต่แค่สตาร์ทรถ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศน์ก็โทรถามว่า อยู่ที่ไหน (เดาได้เลย) ตอบไปว่า กำลังไปครับ จะถึงแล้ว 

จอดรถปั๊บ ก็อีกหนึ่งสายเข้ามาว่า อาจารย์ครับได้เวลาประชุมแล้วครับ ฮือ ก็รีบอยู่นี้แหละ ช้าเพราะรับโทรศัพท์นี้แหละ (หาเรื่องโทษชาวบ้าน ฮา) เข้าไปถึงตัวตึก อีกหนึ่งสายครับ ไม่รับแล้วครับ รู้ว่าจะให้มาประชุม

วันนี้ประชุมห้องซุปเปอร์วีไอพีเลยครับ เปิดห้องไปก็ตกใจ ฮือ รองอธิการบดีอยู่เกือบครบเลยครับ ท่านอธิการบดีกล่าวนำเปิดประเด็น จากนั้นก็ถามว่า ระหว่างผมกับ ผศ.จีรพันธ์ เดมะ ใครจะพูดก่อน ท่านรองบริหารเลยบอกว่า ควรให้ผมรายงานก่อน ผมรายงานเสร็จก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ ทั้งหมดนี้เพื่อการสร้างคุณภาพให้กับการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยครับ การซักถามแลกเปลี่ยนความเห็นรอบนี้ทำให้ประเด็นปัญหาต่างๆ ชัดมากขึ้นครับ และผมคิดว่า ท่านอธิการบดีเข้าใจและรู้ความจริงมากขึ้นครับ ผมกับอาจารย์จีรพันธ์มีมิติของปัญหาคล้ายๆ กัน อาจจะต่างกันบ้างตรงวิธีปฏิบัติครับ แต่อันนี้ผมคิดว่า วิธีการผมน่าจะดีกว่า (ขอบอกว่าเข้าข้างตัวเองครับ ฮา)

ในการประชุมมีมติการดำเนินการหลายเรื่องครับ ซึ่งผมต้องเป็นคนรับไปทำ ฮาฮา (ยังเป็นวิญญาณไร้ศาลอยู่เลยครับ แต่งานเข้ามาเยอะมากเลย)

ออ. เนื่องจากท่านคณบดีคณะวิทย์ฯ เข้าร่วมประชุมด้วย ท่านนำเสนอการดำเนินงานของคณะหลายเรื่องครับ ซึ่งตรงกับคอมเซปท์ที่ที่ประชุมคุยกัน ซึ่งคณะวิทย์ฯ คงต้องเป็นต้นแบบให้กับอีกสองคณะละครับ ผมได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า เรื่องแนวนี้ คนแนววิทยาศาสตร์ทำได้ดีกว่าคนสาขาวิชาอื่นๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนี้ทุกมหาวิทยาลัยเลย

เสร็จประชุมเรื่องประกัน ท่านอธิการบดีก็สรุปแล้วกล่าวต่อว่า วาระที่สองเลยแล้วกัน อ้าว มีหลายวาระเหรอเนี๊ยะ ผมถูกให้เข้าประชุมเรื่องเดียวนิ ฮือ จะลุกออกก็ลำบาก อยู่เกือบๆ จะกลางวง แต่พอได้ทราบว่าเป็นวาระเกี่ยวกับคณะศึกษาศาสตร์ ฮิฮิ นั่งฟังต่อดีกว่า ท่านอธิการบดีระบุว่า ศึกษาศาสตร์ เป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ถึงเวลาที่ต้องเกิดได้แล้ว ตอนนี้ท่านเลือกแล้วคนที่จะเป็นคณบดี จากเดิมก็เลือกแล้ว แต่ตอนนี้เขาลาออกไปแล้ว (ท่านพูดตรงๆ)  ดังนั้นคนต่อไปที่ต้องมารับผิดชอบคือ..... (ไม่บอกครับ ออ.บอกนิดหนึ่งว่า ไม่ใช่ผมแน่นอน ฮาฮา) และวาระของคณะศึกษาศาสตร์จะต้องเข้าสภาให้ได้ในการประชุมหน้า มีคำถามหนึ่งจากที่ประชุมคือ อะไรคือศึกษาศาสตร์ที่มหาวิทยาัลัยอยากให้เป็น โอ้ คำถามสุดยอด และคำตอบก็สุดยอดครับ 

ตั้งใจจะโทรบอกข่าวดีนี้ให้อาจารย์หลายๆ ท่านครับ แต่เสียงมันไม่มีให้คุยกับใครรู้เรื่องโดยผ่านทางโทรศัพท์ครับ ในวันที่ไม่อยากคุยโทรศัพท์มากๆ อย่างนี้ แต่สองวันนี้เป็นวันที่มีคนโทรมาเยอะมากๆ ทั้งๆ ที่คุยไม่รู้เรื่องแล้วยังจะคุยอีก ฮือ ออ.แต่สำหรับประเด็นใครเป็นคณบดี อันนี้บอกไม่ได้ครับ ฮิฮิ อยากรู้ต้องเรียนถามท่านอธิการบดีหรือรองดูเองนะครับ แต่หากจะถามผมจริงๆ อันนี้ต้องมีค่าเปิดปากนิดหน่อย ฮาฮาฮา

ก่อนเลิกประชุม ท่านอธิการบดีย้ำผมเกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วมของคนทั้งจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยในการทำงานของมหาวิทยาลัย เพราะทุกคนเป็นเจ้าของมหาวิทยาัลัย และก็อยากช่วยเราทั้งนั้นครับ ถ้าเราปิดโอกาส แนวทางดีๆ ก็อาจจะไม่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยนี้เป็นของทุกคนจริงๆ ครับ ดังนั้นต้องไม่ทำให้คนข้างนอกเสียความรู้สึกจากการปฏิเสธการรับฟังคำแนะนำจากเขา

กลับมาถึงบ้าน ต้องจิบน้ำผึ้งผสมมะนาวครับ ตามด้วยน้ำอุ่นไปหลายแก้วครับ อัลฮัมดุลิลลาห์ อาการดีขึ้นบ้างแล้วครับ ฮือ พรุ่งนี้ไม่คุยกับใครเลย จะเป็นไปได้มัยเนี๊ยะ