ชนบทห่างไกลความเจริญ รถยนต์โดยสารวันหนึ่ง มีหนึ่งคัน วิ่งเที่ยวเดียวต่อหนึ่งวัน เวลาไม่สบายเจ็บป่วย ปวดหัวตัวร้อน สัตว์ แมลงกัดต่อย เช่น เวลาท้องเสีย ท้องเดิน ก็เอาเปลือแคมาต้มกิน เป็นไข้เอาต้นทับทิมมาต้มกิน เป็นไข้ทับฤดูเอาลูกใต้ใบมาต้มกิน ตาเจ็บตาแดงใช้คาถาพ่น เป็นงูสวัดเอาเหล้าขาวกับข้าวสารตำพ่น งูกัด แมลงต่อย ใช้คาถาและเสลดพังพอน เป็นต้น อันนี้ผมเห็นว่าน่าจะสืบสานวัฒนธรรมอันนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้ เคยช่วยชีวิตไว้มากมาย
ประสิทธิ์ ภู่สอง
คนรุ่นปู่-ย่า-ตา-ยาย ถ้าเป็นผู้ชายก็เรียน คาถา-อาคม และแล้วผู้หญิงก็เรียนเมตตามหานิยม มหาระรวย บางคนเขาเล่าว่า แม่เจ้าประคุณเอ้ย ร่ายเวทย์มนต์แล้ว ตบแค่สามทีเท่านั้นล่ะ เดินแทบไม่ไหวเลยเชียว มันคับแคบไปหมด มันหนัก
สวัสดีครับ คาถาและอาคม อยู่ที่ความเชื่อและการ ศรัทธา
มันเป็นศิลปื เป็นภูมิปัญญาที่บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ครับท่าน
คนรุ่นก่อน ไม่ค่อยจะเคยมีเวลาว่างหรอกเด้อซิบอกให่ เพราะอะไรรู้มั้ย ขอตอบว่า เขาทำงานกันละซิ เอ้าถืก
ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบแผนโบราณหรือการแพทย์สมัยใหม่ ก็เป็นภูมิปัญญาที่เป็นองค์รวมของความรู้ ที่ก่อให้เกิดปัญญา เป็นการจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
อ.สุมิตรา เภสัชชา
คุณค่าข้างในที่น่าสนใจก็คือ...
ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ ค่ารักษาพยาบาล ที่หมอในสมัยปัจจุบันเขาสนใจมาก ดูจากคลินิกส่วนตัว
มีประเด็นเรื่องความเชื่อ การให้ผู้ป่วยปฏิบัติธรรม เป็นส่วนประกอบของการรักษา
การซักถามอย่างฉันมิตร มีอารมณ์ความรู้สึก มีจิตที่จะช่วยให้เขาพ้นจากทุกข์ความเจ็บป่วย
ใช้จิตใจเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระบวนการรักษา เยียวยา ซึ่งต่างปัจจุบัน ที่เน้นไปทาง "ให้ยา ผ่าตัด" และร้ายที่สุดถ้าเกิดว่าบรรยากาศที่โรงพยาบาลเหมือนกับว่า คนไข้เหมือนสิ่งของที่วางในสายพานโรงงาน แล้วไหลมาตามคิว และหมอใช้เวลาสั้นมากการการวินิจฉัยโรค มันเหมือนการทำงานของเครื่องจักร ที่ไม่มีหัวจิต หัวใจอยู่ข้างในเลย
อาคม มีทั้งดีและไม่ดี เลือกใช้ให้ถูกทางก็สามารถสร้างคุณค่าได้
คนไทยส่วนมากที่ยังชอบนับถือ วัตถุมงคล และว่านยา รากไม้ต่างๆที่สามารถนำมารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ เรียกได้ว่าภูมิปัญญาก็แล้วกัน
เคยเห็นคน แก่ เค้าทำกันเหมือนกันค่ะ ที่บ้านเรียกว่า พ่อหนาน ……….. เค้าจะนำสมุนไพรมาทำเป็นยาประคบ พร้อมกับร่ายมนต์คาถา แล้วก็เป่า ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็หาย…น่าจะมีคนสมัยใหม่สืบทอด ด้วย คงจะดีไม่น้อย ว่าไหมค่ะ <div style=";"></div>
สมุนไพร ดีแท้แน่นอน ค่ะ ภูมิปัญหาชาวบ้าน อยากให้อนุรักษ์ไว้ค่ะ <div style=";"></div>
คนรุ่นใหม่ไม่สนใจจริงจัง ทำให้ภูมิปัญญาค่อยๆเลือนหาย ที่พูดนี้ไม่ใช่ใคร แต่เป็นตัวเอง ตาทวด เป็นหมอเป่าที่เก่งมากในหมู่บ้าน ตาไม่ยอมสืบทอดเพราะมัวแต่ทำมาหากิน พ่อแม่ ก็เหมือนกัน มารุ่นเราตาทวดก็แก่ เราก็เด็ก จึงไม่ค่อยคลุกคลีกันเท่าไหร่ ตอนนี้ตาทวดเสียไปแล้ว ทุกวันนี้ไม่มีหมอเป่าในหมู่บ้านอีกต่อไปน่าเสียดายที่ตัวเองไม่สนใจในตอนนั้น
เห็นคุณลุงที่ข้างบ้านของดิฉัน รักษาคนเป็นโรคงูสวัดแล้วหาย ดิฉันเคยไปดูวิธีการรักษาของคุณลุงคือการเป่าแล้วก็ท่องคาถา แต่ดิฉันไม่ทราบว่าคุณลุงเขาท่องคาถาว่าอะไร สิ่งที่คุณลุงใช้ประกอบการรักษาก็คือสมุนไพรที่ปลูกไว้ที่บ้าน เช่น ใบพลู,หมากสดหรือหมากแห้งก็ได้ แล้วก็มีปูนกินหมาก เท่าที่ดิฉันได้สอบถามคนที่มารักษาประมาณ 10 คน เขาตอบอย่างเดียวกันว่าดีใจมากที่ได้มารักษากับคุณลุง ซึ่งเขาได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลมาหลายแห่งแล้วแต่ไม่หาย
อยากเรียน คาถา-อาคม ครับ ใครพอมาเป็นอาจารย์สอนให้ผมบ้างครับ
ใครอยู่แถวชลบุรี พัทยา สัตหีบ ถ้าเป็นงูสวัด เริม ตาเป็นต้อ โทรมาหาได้คับเดี๋ยวพาไปหาหมอชาวบ้านเป็นแบบ พ่นยา ยาสมุนไพรไทย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะคับ จะมีก็คือค่าของที่ใช้ในการรักษาเดี์ยวพาไปซื้อคับ ส่วนของผมขอรับเป็นบุญดีกว่า
0876095321 ใหม่อยู่แถวพัทยาคับ
ปล แนะนำเพราะสมัยนี้แถวพัทยาเหลือไม่กี่คนแล้วคับที่รักษาแบบนี้
มันเป็นมรดกของบรรพบุรุตคับ
แล้ววิจารณาญาญของแต่ล่ะท่านคับ