“หา..แกไม่รู้จักโบโซ่เหรอ...ตัวตลกจมูกแดงน่ะ..” ไอ้เจ้าเพื่อนคนแรกก็เลยอ้างอิงว่า “ชั้นไม่ได้โง่คนเดียวหรอก อีนัง....และอีนัง.....มันก็ไม่รู้จักเหมือนกัน”..ฮา....

ในขณะที่บนเวทีใหญ่มีพิธีการกันอยู่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษซึ่งเป็นเพื่อนเจ้านิวก็จัดการกับบรรดาหนุ่มน้อยสาวน้อยโดยต้อนไปที่บ้านเจ้าบ่าวเมื่อตอนเช้า ที่นั่นมีโบโซ่จมูกแดงเตรียมกิจกรรมไว้ให้เด็กๆ มีซูชิ ข้าวผัด ขนม น้ำหวาน มีการ์ตูนให้ดู แต่เด็กสมัยนี้ไม่ยอมให้หลอกง่ายหรอกครับ ฮ่าๆ แถมเพื่อนเจ้านิวบางคนไม่รู้จักโบโซ่ด้วย ฮ่าๆ

        หนูนิวบอกเพื่อนว่า พาเด็กๆไปหาโบโซ่ มันก็พยักหน้า เออ...ชั้นจัดการเอง แต่มันหารู้ไม่ว่าโบโซ่คืออะไร ไปถามเพื่อนอีกคนนึงว่า เอ็งรู้จักไหมว่าโบโซ่คืออะไร ไอ้คนที่สองก็บอกว่าไม่รู้ ไปถามคนที่สามว่ารู้จักโบโซ่ไหม เวรกรรมเจ้าคนที่สามก็ไม่รู้จักโบโซ่ อ้อ..พวกนี้เป็นเด็กภูเก็ตทั้งหมด ฮ่าๆ พอไปถามเพื่อนเจ้านิวที่มาจากกรุงเทพฯ คราวนี้ได้เรื่อง เพื่อนที่กรุงเทพขึ้นเสียงแหลม “หา..แกไม่รู้จักโบโซ่เหรอ...ตัวตลกจมูกแดงน่ะ..” ไอ้เจ้าเพื่อนคนแรกก็เลยอ้างอิงว่า “ชั้นไม่ได้โง่คนเดียวหรอก อีนัง....และอีนัง.....มันก็ไม่รู้จักเหมือนกัน”..ฮา....

        เจ้าตัวเล็กผู้ชายชื่อน้องก้อง เด็กคนนี้ฉลาดมาก พอเพื่อนเจ้านิวไปรับบอกกับผู้ปกครองว่าจะพาไปดูแลที่ห้องพิเศษ พอพาน้องก้องเข้าไปนั่งในห้องแล้วเดินออกไปเพื่อไปพาเด็กคนอื่นเข้ามาในห้อง เขาก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ไม่มีใครดูแลน้องก้องเลย” ฮา..ดูเขาสิ พี่ๆเขาก็ต้องเอาอกเอาใจไปดูแล อิอิ

        ตัวแสบอีกคนคือน้องอัสมา ก่อนถึงวันงานเขาตื่นเต้นมากที่จะได้ไปงานแต่งงานน้องเนติ์ คุณแอ๊ดก็เลยแกล้งบอกว่างานนี้ห้ามเด็กเข้า ถ้าอยากจะเข้าต้องไปขออนุญาตพี่เนติ์เป็นกรณีพิเศษ แต่เขามั่นใจว่ายังไงเขาต้องไปร่วมงานให้ได้ ใกล้ถึงวันงานเข้ามาอีก ครูที่โรงเรียนบอกว่าน้องอัสมาต้องไปเดินแถวเป็นดรัมเมเยอร์ในงานวันกีฬาจังหวัดนะคะ น้องอัสมาบอกว่า “ไม่ได้หรอกค่ะ น้องอัสมาต้องไปงานแต่งงาน” ฮา... ผมส่งบัตรเชิญคุณพ่อคุณแม่และน้าของอัสมา แต่น้าไปร่วมงานไม่ได้เพราะติดงานแต่งงานที่น้องภรรยาของน้า อัสมาเลยใช้สิทธิของน้ามาเป็นแขก และแต่งตัวชุดกระโปรงพองๆ เข้ามาในงาน เจอด่านพวกของน้องนิว ถามว่าน้องมารำเหรอคะ....อัสมาตอบว่า ไม่ใช่..แถมมองด้วยหางตาและพูดว่า “มาเป็นแขก..” ฮา.....

        น้องอัสมาไม่มาคนเดียวพาเพื่อนมาด้วย ๑ คนชื่อน้องหยอก แสบพอกัน พอเข้าไปในห้องของเด็ก เขาก็เข้าไปตักซูชิเต็มจาน เพื่อนน้องนิวถามว่า ทำไมตักมาเยอะอย่างนี้ ทานหมดเหรอคะ..เขามองด้วยหางตา ทำไม่รู้ไม่ชี้กินซูชิ พอกินหมดก็เดินเอาจานไปหาเพื่อนน้องนิวแล้วทำหน้าตาบ่งบอกว่านี่ไงฉันกินหมดแล้ว ฮา...เพื่อนน้องนิวก็เลยประชดว่า “จะรับอะไรเพิ่มไหมคะ...” อิอิ น้องหยอกตอบหน้าตาเฉยว่า “ขอน้ำแดง..” ฮา....

        ในห้องศรีวิชัยที่เตรียมไว้เป็นบ้านเจ้าบ่าวและรับรองเด็กๆ เป็นห้องที่จัดไว้สำหรับดูโชว์ ที่นั่งจึงมีที่ห้อยเท้าแบบโต๊ะญี่ปุ่น เพื่อนน้องนิวส่งเด็กแล้วบางคนก็ออกไปดูเด็กด้านนอก ส่วนพวกที่อยู่ด้านในก็แอบกินซูชิอย่างเพลิดเพลิน พอหันมาอีกทีก็ตกใจเด็กหายไปไม่เหลือสักคนเดียว วิ่งออกมาข้างนอกถามเพื่อนๆว่าเด็กๆออกมาหรือเปล่าก็ไม่มีใครเห็นเด็กออกมาจากห้อง ปรากฏว่าพ่อตัวดีแม่ตัวดีแอบลงไปเล่นกันในหลุมใต้โต๊ะ..ฮา..

        เด็กที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีที่สุดคือน้องเวบไซต์ มาจากกทม.กับพระอาจารย์แฮนดี้ พอเข้าไปในห้องพี่เขาถามว่าหนูชื่ออะไร น้องตอบว่า “หนูชื่อเวบไซต์ อายุหกขวบ หนูน้ำหนักมากที่สุดในห้องครูอุ้มหนูไม่ไหว..”.ฮา พี่แค่อยากรู้ว่าหนูชื่ออะไรเท่านั้น แต่น้องเวบไซต์จะไปคุยกับคนโน้นคนนี้ตลอด

        มีเด็กผู้ชายอยู่คนหนึ่งพูดเสียงเบามาก พี่เขาถามว่าน้องชื่ออะไรครับ

น้องเขาตอบว่า !@#$%^

พี่เขาถามใหม่อีกที

น้องก็ตอบว่า !@#$%^ พี่ก็เลย อ๋อ.....(เพื่อนถามว่าเอ็งได้ยินหรือว่าน้องเขาชื่ออะไร มันก็ตอบว่าไม่รู้หรอก อ๋อ..ไปงั้นแหละไม่งั้นไม่จบ ฮา...)

คำถามต่อมาถามว่าน้องอยากกินอะไรคะ....

คำตอบเบาๆ “ไส้กรอก....เดียว”

น้องจะกินอะไรดีคะ....

คำตอบเบาๆ เช่นเดิมว่า “ไส้กรอก..เดียว”

เพื่อนน้องนิว “น้องขา..อาหารมีตั้งเยอะแยะจะทานไส้กรอกอันเดียวเหรอคะ

        น้องเขาหันมามองแบบไม่สบอารมณ์พูดเสียงดังขึ้นมาอีกหน่อยนึงว่า “ไส้กรอกอย่างเดียว” ฮา....

        ลองคิดดูก็แล้วกัน ที่มาเล่าให้ฟังนี่เป็นเพียงบางส่วน ถ้าปล่อยให้อยู่ในห้องจัดเลี้ยงอะไรจะเกิดขึ้น อิอิ แถมงานนี้เด็กบางคนยังบ่นด้วยว่ามางานนี้เขาเลี้ยงเด็กดีมาก มีซูชิด้วย เสียอย่างเดียวไม่ได้เห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว เขาไม่ให้ออกจากห้อง ฮา...