เด็กๆ กับการฉีดวัคซีน ของฟรีที่ไม่มีใครอยากได้

     

 

                นอกจากตายฟรีแล้ว ยังมีของฟรีอะไรอีกที่ไม่มีใครอยากได้

                เช้าวันหนึ่ง ที่โรงพยาบาลในโฮจิมินห์ ฉันคิดคำถามนี้ขึ้นมาเอง

                บางคนอาจจะบอกว่า โลงศพ  เพราะเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ฝรั่ง ที่มีคนโชคดีได้รับรางวัลเป็นโลงศพ แต่ไม่ยอมไปรับ  แต่ฉันว่าโลงศพถ้าถึงเวลาต้องใช้จริง ๆ  ได้ฟรีก็ไม่เลวหรอก ราคาโลงศพดี ๆ ไม่ใช่ถูก ๆ  เลย

                ถ้ามีใครเขาให้ก็รับ ๆ  มาก่อน ถือคติมีไว้ ดีกว่าถึงเวลาจะใช้แล้วไม่มี

                ส่วนจะเอามาเก็บไว้ที่ไหน ค่อยคิดกันอีกที แต่ไม่ต้องคิดเอามาฝากไว้ที่บ้านฉันหรอกนะ หนังสือเต็ม

                ชีวิตมีเรื่องแปลก ๆ ผ่านเข้ามาเสมอ หรือนี่คือสีสันที่แต่งแต้มชีวิตไม่ให้ราบเรียบ จืดชืดเกินไป

                ทุกวันที่ 25 ของทุกเดือนในเวียดนาม เป็นวันที่น่าตื่นเต้นของเด็ก ๆ  เพราะเป็นวันฉีดวัคซีนฟรี !  กึ๋ย ...

                พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะอุ้มลูก จูงหลานมารับบริการ ทุกโรงพยาบาล ทุกสถานีอนามัย จะต้องมีบริการนี้ให้กับเด็ก ๆ  ด้วยมาตรฐานเดียวกัน อุปถัมภ์โดยรัฐบาลกลาง ที่ทุ่มงบประมาณเพื่อคุณภาพของอนาคตของชาติ

            

                ส่วนใครจะมาฉีดวัคซีนอะไรก็เป็นไปตามตารางในสมุดสุขภาพของแต่ละคน

                บ้านเรา ค่าใช้จ่ายแสนแพงเหล่านี้ตกเป็นภาระของพ่อแม่ ใครเกิดมาเป็นลูกคนจนก็แย่หน่อย ไม่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างที่ควรจะเป็น แต่ที่ประเทศเวียดนาม ไม่ว่าจะเกิดเป็นลูกใคร

                เด็ก ๆ ได้รับทุกบริการฟรีจากโรงพยาบาลทุกแห่ง  เจ็บไข้ไม่สบาย รักษาฟรีทุกโรค  ตลอดอายุการเป็นเด็ก

                เด็กเวียดนามน่าจะภาคภูมิใจ และยินดีรับบริการอย่างเบิกบานใจ แต่ความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

                ภาพที่เห็นตรงหน้า ฉันอดขำไม่ได้ แทนการยินดี ปรีดา และขอบคุณในการเอาใจใส่ของรัฐบาล

                เด็ก ๆ กลับร้องไห้กันกระจองอแง

                บางคนที่เดินมาอย่างองอาจกล้าหาญ เข้าใจว่าพ่อแม่คงคุยเตรียมตัวมาดีจากบ้าน ครั้นมาเจอเพื่อน ๆ ร้องไห้ ก็เลยผสมโรงร้องไปด้วย ดูวุ่นวายดี  ที่โตหน่อยก็นั่งหน้าซีด ๆ รอหมอเรียกตัว ที่ร้องไห้ดิ้นพลาด ๆ ก็มี  เดือดร้อนหมอ พยาบาล ต้องปลอบใจ หลอกล่อ ประมาณว่า ไม่มีที่ไหนให้ของดี ๆ  ฟรี ๆ  แบบนี้แล้วนะ ดูอย่างเมืองไทยเป็นตัวอย่าง ขอร้องเถอะ ช่วยรับไปหน่อยเถอะ พ่อคุณ แม่คุณ

                ฉันคิดไปเรื่อยเปื่อยเอง ไม่รู้ว่าหมอปลอบเด็กว่าอย่างไร ก็ฟังไม่รู้เรื่องสักคำ  แต่ก็เห็นเด็ก ๆ เงียบเสียง ปาดน้ำตาเดินตามพ่อแม่เข้าไปในห้องฉีดยาแต่โดยดี

 

                คิดถึงสมัยเป็นเด็ก เวลาจะไปฉีดวัคซีนแต่ละครั้ง ก็ร้องไห้เหมือนกัน บางคราวมัวแต่ร้องไห้ ไม่รู้ว่าหมอฉีดยาเสร็จไปตั้งแต่เมื่อไร เจ็บหรือเปล่ายังไม่รู้ตัวเลย รู้แต่ว่าต้องร้องไห้ไว้ก่อน  เพราะใคร ๆ เข้าก็ร้องกัน

                ที่ตลกคือ เด็กบางคน ฉีดยาเสร็จแล้ว ยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด ร้องจนออกไปจากโรงพยาบาล ดูน่าสงสาร และน่าขันในเวลาเดียวกัน

 

                ฉีดวัคซีนฟรีนี่ไง  คำตอบของคำถามในต้อนต้น ของฟรีที่ไม่มีใครอยากได้