ทุกวันเวลาที่ผ่านไป เราคงต้องย้อนถามตัวเองเสมอว่า เรากำลังทำอะไรอยู่? และทำไปเพื่ออะไร?

 

“ปีใหม่” ข้าพเจ้ามักจะถามตัวเองเสมอว่า “ปีใหม่แล้วไง?”  

 

 

ปีใหม่ปีนี้มันจะมีอะไรแตกต่างจากปีที่แล้ว เราเฉลิมฉลองปีใหม่เพราะอะไร? ฉลองยินดีอายุที่มากขึ้น? ประสบการณ์มากขึ้น? เป็นเทศกาลที่ต้องฉลองตามประเพณีนิยม? มีวันหยุดยาว?  สิ่งร้ายๆ ปีเก่าจะผ่านไป สิ่งดีๆ จะเข้ามาในปีใหม่?  (อ้าว แล้วถ้าปีเก่ามีแต่สิ่งดีๆ ล่ะ?)  เป็นโอกาสดีที่ได้รวมญาติ? เป็นเวลาที่ได้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการงาน? อยากกินเลี้ยง? ฯลฯ
 
 
ในคืนส่งท้ายปีเก่าปีที่แล้ว ข้าพเจ้าจำได้ว่า ขณะที่ count down นั้น ข้าพเจ้ากำลังดูแลผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉิน สำหรับปีนี้นั้นก็ไม่ต่างอะไรกัน...การเฉลิมฉลองและสุรา มักมาพร้อมกับอุบัติเหตุเสมอ เหมือนเงาตามตัว เพียงแต่ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องของอุบัติเหตุเท่าไรนัก เนื่องจากมองว่าเป็นสิ่งไกลตัว หรืออาจจะกำลังอยู่ในบรรยากาศอันรื่นเริงจนลืมนึกถึงสิ่งเหล่านี้ไป
 
 
ขึ้นต้นบันทึกมาช่างดูเหมือนราวกับว่าข้าพเจ้าจะมีชีวิตในช่วงสิ้นปีของข้าพเจ้าราวกับเหมือนจะสิ้นใจ....จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่ซะขนาดนั้น ช่วงเวลาก่อนจะสิ้นปี ข้าพเจ้าได้รับหนังสือ “ชัยชนะแห่งพุทธะ”  ในหนังสือเล่มนี้ได้เล่าถึงบทสวดพาหุง-มหากาหรือบทสวดพุทธชัยมงคล พร้อมคำแปลและเรื่องราวในพุทธประวัติอันกล่าวถึงชัยชนะแปดอย่างที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีต่อ พระยามาร อาฬวกยักษ์ ช้างนาฬาคิรีที่บ้าคลั่ง องค์คุลิมาลจอมโจรผู้เหี้ยมโหด นางจิญจมาญวิกาผู้มากด้วยมารยา นิครนถ์สัจจกะ พระยานาคนันโทปะนันทะ และท้าวพกาพรหมพระพรหมผู้หลงผิด ชัยชนะเหล่านี้ล้วนมาจากทานบารมี ขันติบารมี เมตตาบารมี อิทธิ สมาธิ และปัญญาบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
ข้าพเจ้าเคยสงสัยว่า บทสวดบทนี้สวดไปทำไม สวดแล้วจะได้ชัยชนะจริงๆ หรือ? หรือสวดเพียงเพื่อความเป็นสิริมงคล อ่านหนังสือจบนอกจากความรู้เพิ่มเติมถึงที่มาบทสวดพาหุงนี้แล้ว เรื่องราวในพุทธประวัติทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจถึงบารมีต่างๆ ของพระพุทธเจ้ามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ บารมีเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนควรที่น้อมเข้ามาใส่ตัว น้อมเข้ามาปฏิบัติ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
 
สำหรับคำตอบของคำถามที่ข้าพเจ้าเคยสงสัยนั้น ในความคิดของข้าพเจ้า การสวดบทสวดมนต์นี้แล้วน้อมนำมาพิจารณาและปฏิบัติ ย่อมจะได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน อาจจะไม่ใช่ชัยชนะต่อยักษ์ มาร สัตว์เดรัจฉาน หรือเทวดา หากแต่เป็นการ ชนะใจตนเอง
 
การจะฝึกใจเราให้ยึดมั่นในทาน ศีล ภาวนานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการกระทำที่ค่อนข้างจะสวนกระแสวัตถุนิยมในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี หากพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้ได้ประโยชน์และนำไปปฏิบัติ เพียรพยายาม มุ่งมั่น...ย่อมประสบผลสำเร็จในการขัดเกลาจิตใจตนเอง
 
ข้าพเจ้าเองก็ยังพ่ายแพ้แก่ใจตนครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นต้นว่า.... กว่าจะขจัดความง่วงนอนแล้วขุดตัวเองลุกขึ้นมาจากที่นอนในตอนใกล้สว่างเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าพ่ายแพ้ใจตนมาหลายครา วันปีใหม่นับเป็นวันเริ่มต้นที่ข้าพเจ้าตื่นเช้า แม้ความง่วงจะยังมีอยู่ก็ตัดสินใจลุกออกมาจากที่นอน....บางคนอาจจะมองว่าตลกดี ตื่นเช้าไม่เห็นจะยากตรงไหนแต่สำหรับคนที่นอนดึกเช่นข้าพเจ้าการตื่นเช้าทันทีที่รู้สึกตัวก่อนนาฬิการจะปลุก นับเป็นชัยชนะต่อจิตใจของตนเองทีเดียว อิอิ(อดภูมิใจไม่ได้)
 
แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้ไปเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างใครเขา แต่กลับต้องมาอยู่เวรที่ห้องฉุกเฉินตลอดคืน อย่างน้อยในการเริ่มต้นปีใหม่นี้ข้าพเจ้าก็ได้ทำบุญ สร้างกุศล ได้ใช้ความสามารถ ฝึกจิตใจ ทั้งฝึกความอดทน สมาธิ และเมตตา ในการทำงาน ....สาธุสำหรับหนังสือเล่มหนึ่ง ที่ทำให้วันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ของข้าพเจ้า เริ่มต้นด้วยจิตใจอันเบิกบาน
 
ในช่วงบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่นี้  ปีเก่าที่ร้ายๆ ให้มันผ่านไป....ปีใหม่เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ หลายคนตั้งเป้าหมายไว้ว่า ปีใหม่ จะริเริ่มทำสิ่งใดบ้าง นับว่าเป็นข้อดีของเทศกาลนี้ที่ทำให้คนได้หันมามองย้อนดูตัวเองว่า  เคยทำสิ่งใดผิดพลาดพลั้งไปบ้าง อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าคิดว่า การมองย้อนดูตัวเองแล้วตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองนั้น ควรกระทำอยู่เสมอ ไม่ใช่เฉพาะในช่วงปีใหม่เท่านั้น
 
ปีใหม่สำหรับข้าพเจ้าจึงเป็นเพียงอีกวันที่พระอาทิตย์ยังขึ้นทางทิศตะวันออก และตกในทางทิศตะวันตกเช่นทุกวันที่ผ่านมา.....
 

ทุกวันเวลาที่ผ่านไป เราคงต้องย้อนถามตัวเองเสมอว่า เรากำลังทำอะไรอยู่? และทำไปเพื่ออะไร? 

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้...ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและความดีงาม จงคุ้มครองกัลยาณมิตรชาว G2K ทุกท่าน ให้ประสบความสุข ความเจริญ มีจิตใจอันเบิกบาน เข้มแข็ง มีสุขภาพที่แข็งแรงมีรอยยิ้มในแต่ละวันของชีวิตนะคะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ