คนเรานั้นรู้หน้าไม่สามารถรู้ถึงจิตใจได้ การอบรม สั่งสอน ฝึก เด็กๆนั้นต้องมาจากครอบครัวก่อน

ตา..มานี่....เพื่อนมาเรียก

มีอะไรหรือจ๊ะ

ตัวเองใช้เด็กมาเอาของในกระเป๋าหรือ...

เปล่านี่....เพื่อนไม่ได้ใช้เด็กคนใหนเลย  คนใหนละอายุเท่าไหร่ ก็เรียนประมาณชั้นประถมปีที่ 5 เป็นเด็กผู้หญิง

งั้นตัวเองมานี่....

เมื่อกี้เราเห็นเด็กเดินผ่านในห้องผอ.เราก็เลยลองเดินมาดู

เด็กกำลังล้วงในกระเป๋าแล้วกำเงินออกมาพอดีหนึ่งกำมือ

เราก็ถามว่ามาถาม....มาทำอะไรในนี้มันเป็นห้องของปวช.เค้า

เด็กก็ตอบว่าป้าที่อยู่ข้างนอกใช้ให้เอาเงินมาเก็บ...และนำเอาเงินที่อยู่ในกำมือใส่กลับลงไปในกระเป๋า

ฉลาดในการที่จะตอบ.....

( ดีนะที่บังเอิญว่าไปส่งเงินให้ลูกสาวก่อนแล้ว 6000 บาท และที่เหลือเอาใส่กระเป๋ากางเกงไปด้วย เหลือกระเป๋าที่เก็บเหรียญห้า บาทและเหรียญสิบเอาไว้ประมาณห้าสิบเห็นจะได้ เพราะคิดว่าเดี๋ยวไปนั่งในห้องที่จัดกิจกรรมปีใหม่แล้วไม่มีใครอยู่ห้องนี้)

และจึงได้เดินเข้าไปถาม....ป้าที่ว่านะคนใหน...เด็กก้มหน้านิ่ง....ไม่ตอบ

ป้าที่ลูกว่านะ....คนนี้....ชี้มาที่ตัวเอง....(พูดเพราะมากๆๆๆๆ) นี่คือเจ้าของกระเป๋าที่ว่า ลูกรู้จักด้วยหรือ....

ก็สอนไปว่า..ลูกนะ...การเข้าไปในห้องของคนอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต  ถือว่าขโมย  เป็นการไม่ดี  เสมือนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน

ทีหลังหากทำอีกจะพาไปฟ้องครูที่โรงเรียน

   หลายๆคนก็ว่าทำไมไม่เอาเรื่อง

  ทำไมไม่พาไปส่งผู้ปกครองหรืออาจารย์ที่โรงเรียน

  หรือขู่โดยจดชื่อเอาไว้ ฯลฯ อีกมากมาย....

  จริงๆแล้วก็ไม่ต้องการต่อว่าอะไรมากมาย  ไม่ได้เสียดายเหรียญเพียง 1 กำมือที่เด็กกำลังกำเอาไป

  เพียงแต่คิดว่าตัวเองสะเพร่าที่ทิ้งกระเป๋าเอาไว้เอง ไม่เก็บไปให้พ้นมือ

 และสงสารเด็กเค้าอาจต้องการเงินจริงๆก็ได้

ที่บ้านคงยากจน หรือลำบากมากก็เป็นได้

หรือเป็นเพราะนิสัยของเด็กเองก็ได้

แต่ก็ช่างเถอะ หากเราทำลงไปก็ไม่สบายใจไปเปล่าๆ

คิดเสียว่าปล่อยไปกับปีเก่า ปีใหม่รับเอาแต่สิ่งดีๆมาก็แล้วกัน