ตอนที่ ๑


ตอนที่ ๒

 

ตอนที่ ๓


          วันที่ ๑๔ ธ.ค. ๕๒ ผมนั่งฟังการอภิปรายของกรรมการ กกอ. และผู้ทรงคุณวุฒิที่เชิญมาร่วม    แล้วสรุปกับตัวเองว่า    แนวคิดยุทธศาสตร์การกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาที่พูดกัน มี ๒ แนวหรือ ๒ ขั้วอย่างชัดเจน   คือขั้วอำนาจนำ  กับขั้วปัญญานำ 

          ที่จริงต้องใช้ทั้ง ๒ อย่าง    แต่จะมีจุดสมดุลอยู่ตรงไหน   ซึ่งอคติของผมคือต้องเอียงไปทางปัญญานำ    ซึ่งในทางปฏิบัติอย่างหนึ่งคือการร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ของระบบอุดมศึกษา    ร่วมกันกำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการ    แล้วใช้ Best Practice เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนระบบ    โดยตระหนักว่า ใน Best Practice มีปัญญาปฏิบัติแฝงอยู่   ฝ่ายจัดการระบบกำกับดูแลดำเนินการขยายผลของปัญญาปฏิบัตินั้น   และให้ incentives เพื่อให้มีการปฏิบัติหรือต่อยอดตามแนวทางนั้น ของสถาบันอื่นๆ 

          มองในมุมหนึ่ง นี่คือการกำกับดูแลโดยใช้เครื่องมือ KM และ Appreciative Inquiry

          สภาพการทำงานของ สกอ. ในปัจจุบัน เน้นอำนาจนำ    มีการออกกฎระเบียบให้มหาวิทยาลัยปฏิบัติตาม   มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็จะหาช่องทางเล็ดลอด    มีการพูดถึงการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่างๆ มากมาย   โดยที่ สกอ. ก็ไม่มีปัญญาไปตรวจจับ  

          ในสภาพของการกำกับโดยใช้ปัญญานำ ก็จะต้องมีการสร้างความรู้เกี่ยวกับระบบอุดมศึกษาส่วนต่างๆ    แล้วบอกให้สังคมรับรู้    มีการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สังเคราะห์ออกมาเป็นสารสนเทศ ให้ผู้สนใจเข้ามาค้นได้ง่าย    ก็จะมีการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องมหาวิทยาลัยที่ดี และที่ไม่ดี   ที่ตรงและไม่ตรงความต้องการเข้าเรียน    คนในสังคมก็จะตัดสินใจอย่างรู้เท่าทัน    มหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัว

          นอกจากนั้น ยิ่งนับวัน มหาวิทยาลัยก็จะมีงานวิจัย และงานเป็นที่ปรึกษาวิชาการมากขึ้นเรื่อยๆ    ข้อมูลที่เปิดเผยความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยในด้านต่างๆ ก็จะทำให้ผู้ต้องการใช้บริการมีข้อมูลประกอบการเลือกใช้   มหาวิทยาลัยก็ต้องขวนขวายสร้างความเข้มแข็งและผลงานเพื่อสร้างชื่อเสียง 

          ระบบกำกับดูแลโดยใช้ปัญญานำ ทำโดยเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใส    และรู้เท่าทัน   ความไม่ถูกต้องต่างๆ จะอยู่ไม่ได้

          ยุทธศาสตร์ปัญญานำ อยู่บนฐานคิดว่ามหาวิทยาลัยมีปัญญา    มีความริเริ่มสร้างสรรค์สูง    แต่ถ้า สกอ. ใช้วิธีออกกฎระเบียบและไล่ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎ    มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็จะใช้ปัญญาในการเลี่ยงกฎ    อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน 

          แต่ถ้า สกอ. เน้นทำงานกำกับดูแลโดยกระบวนการสร้างวิสัยทัศน์ร่วม เป้าหมายร่วม   แล้วเสาะหา Best Pracitce ตามเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนด   มหาวิทยาลัยก็จะใช้ปัญญาในการสร้างผลงานหรือ Best Practice

 

วิจารณ์ พานิช
๑๕ ธ.ค. ๕๒