พฤติกรรมของศิษย์ คือ ประชาสัมพันธ์ของครู

หนูก็จะอดทนฝึกฝน ใฝ่รู้ ทำให้ได้ เสียสละให้เป็น ครูเป็นต้นแบบที่งดงาม เสมอมา เป็นกระจกสะท้อนความดี หนูเชื่ออย่างยิ่งว่า สิ่ง ๆ นี้หนูได้ซึมซับมาจากครู แล้วมันจะค่อย ๆ ตกผลึกความรู้ อย่างที่ครูเคยบอกไว้

พอหนูไปอ่านบันทึก ครูช่วยเหลือคนด้อยโอกาสหรือคนทุกข์

ทำให้ทบทวนย้อนในตนเอง เกี่ยวกับการภาวนาว่า

หนูมานั่งนึก ๆ ครูต้องเหนื่อยกับการต้องคอยเคี่ยวเข็ญหนูมาก ๆ ครูเคยบอกว่า

"ศิษย์ ถ้าอยากให้คนอื่น ๆ เคารพและเชื่อถือในครูจะต้องทำตัวเอง ฝึกฝนตนเองให้ดี เป็นผลผลิตที่ดีของครู"

ถ้าเราทำตัวดี ทำหน้าที่ของความเป็นศิษย์ ทำประโยชน์ มีความเสียสละ ละความเห็นแก่ตัว ทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความจริง ใจ มีวิริยะและอดทน มั่นคงในวิถีทางการภาวนา เชื่อมั่นในการทำความดี 

สิ่งเหล่านี้ จะพิสูจน์ ตัวของมันเอง

 

หนูมองย้อนเข้ามาในตนเอง ก่อนหน้านี้หนูไม่ค่อยเข้าใจคำว่า กตัญญู หลาย ๆ ครั้ง จึงประพฤติตัวเฉียด ๆ กับคำว่า เนรคุณ ไม่เชื่อฟังครู ขาดความอดทน ขาดความเพียร หนูดีแต่พูดว่าตนเอง จะตั้งใจ มีความกตัญญู แต่พฤติกรรมที่แสดงออก มันชัดเจนว่ายังไม่ถึงพร้อม

หนูกลับมาถามตอนเอง

"แล้วนี่หรือ ที่หนูบอกตนเองว่า หนูจะตั้งใจ หากความตั้งใจเกิดขึ้นแล้ว อย่างแท้จริง หนูต้องมีพลัง ๆ ในการภาวนา มีพลังในการทำงานอย่างไม่ย่อท้อ แต่ที่ผ่านมานประเมินตนเองได้อย่างชัดเจนว่า เหลาะแหละ อืม.....มิน่าหล่ะ ครูท่านเลยเหนื่อยมาก"

เอาหล่ะ อย่างที่ครูบอกหนู

"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันดีเสมอ ให้น้อมรับและเรียนรู้"

แม้มันจะเหนื่อยยากแสนสาหัส อย่างที่ครูบอกว่า

"มันจะยากขึ้นเรื่อย ๆนะ"

 

หนูก็จะอดทนฝึกฝน ใฝ่รู้ ทำให้ได้ เสียสละให้เป็น ครูเป็นต้นแบบที่งดงาม เสมอมา เป็นกระจกสะท้อนความดี หนูเชื่ออย่างยิ่งว่า สิ่ง ๆ นี้หนูได้ซึมซับมาจากครู แล้วมันจะค่อย ๆ ตกผลึกความรู้ อย่างที่ครูเคยบอกไว้

กราบขอบพระคุณครูค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พระคุณครู

คำสำคัญ (Tags)#ครูเพื่อศิษย์#ชมรมนักปั่น#วิถีการสอนของครู

หมายเลขบันทึก: 323363, เขียน: 27 Dec 2009 @ 08:49 (), แก้ไข: 04 Jun 2012 @ 08:28 (), สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • อ่านบันทึกนี้จบลงด้วยความสุข และมีพลังใจ พลังใจเกิดขึ้นกับตัวเองค่ะ
  • พี่ครูคิม...ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
  • ขอให้เดินทางสู่ฝัน  มั่นใจและมั่นคงค่ะ
  • ขอให้น้องมีความสุขมาก ๆ นะคะ

ขอบพระคุณค่ะ ครูคิม รู้สึกยินดีค่ะที่บันทึกนี้ สร้างพลังใจให้ครูได้ และขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับกำลังใจ ขอให้ครูคิม มีความสุขเบิกบานทุกวันนะคะ

"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันดีเสมอ ให้น้อมรับและเรียนรู้"

ขอให้รู้ไปเรื่อยๆ  บางครั้งแม้จะเหนื่อย  ขอให้รู้ว่าเหนื่อย

เป็นกำลังใจ  และขอให้ kruforme มีพลังนะคะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะคุณsha-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี

"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันดีเสมอ ให้น้อมรับและเรียนรู้"

ประโยคนี้ครูย้ำกับหนูเสมอ ไม่ใช่แค่ท่านพูดนะคะ ท่านทำให้เห็น จนประจักษ์ลงในใจเลยค่ะ

ขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะสำหรับกำลังใจ

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับชื่อบันทึกนี้มากค่ะ..

ลูกศิษย์เป็นตัวประชาสัมพันธุ์ให้กับโรงเรียนและครู เป็นผลพลอยได้จากประโยชน์อันเกหิดกับตัวเอด็กและครอบครัวของเค้าจริงๆนะคะ..

ยินดีที่รู้จักค่ะ

^^

ขอบพระคุณค่ะ คุณครูแอ๊ว

หนูเชื่อมั่นและศรัทธาในครู ยิ่งรักครูมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องฝึกฝนตนเองมากเท่านั้น

ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่านบันทึกนี้  พบว่าสิ่งดีๆมีมากมาย

เพียงแต่เรายังไม่ได้สัมผัส

เพราะมัวแต่คิดถึงตนเอง  ว่ามีทุกข์   ไม่สบายใจ

ไม่เคยคิดหาวิธีแก้ปัญหา   ยินดีด้วยที่คุณเดินมาถูกทาง

ถูกต้อง  และดีงาม   ขอเป็นกำลังใจค่ะ//

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ แวะมาอ่านความตั้งใจดีๆ ขอเป็นกำลังใจ "แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน"ค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ กานต์
ติ๋วก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่เมื่อก่อนชอบจมอยู่แต่กับความทุกข์ของตนเอง จนไม่มีหูมีตาไปสนใจผู้อื่น ติ๋วจมทุกข์ อย่างเห็นแก่ตัวมาก ๆ เลย

แต่พอมารู้จักครู ท่านพาหนูไปในที่ต่าง ๆ ฝึกฝนให้หนูเจริญสติ แล้วพาหนูไปทำประโยชน์ เพื่อละความเห็นแก่ตัว ยิ่งทำไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นว่า ทุก ๆ คน เป็นคนที่มีความทุกข์เหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดา คนบางคนทุกข์มากกว่าเรา แต่เขาสามารถยืนหยัดอย่างเข้มแข็งต่อสู้กับความทุกข์บีบคั้นในใจ

ครูสอนว่า

"เลิกเห็นแก่ตัวซะทีเถอะติ๋ว แล้วออกมาช่วยกันทำงาน"

คำ ๆ นี้ของครู สร้างความมั่นใจให้หนูว่า หนูสามารถทำประโยชน์ได้ ไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียเวลาคร่ำครวญ เพราะมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่ครูก็ไม่ได้สอนให้หนีปัญหา ครูสอนให้เผชิญทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่มันเป็น อย่างมีสติ

ครูสอบว่า "ไม่ต้องไปสู้อะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความอยาก ไม่ต้องไปต่อต้านมัน แค่ให้ดู อย่างมีสติ"

แต่อย่างที่บอกติ๋วเองก็เป็นนักเดินทาง ที่ก็ยังล้มลุกคุกคลาน เดินพลาดบาดเจ็บกลับมากก็มี ตอนที่ทำพลาดก็เหมือนเดินเดินร้องไห้กลับมาหาแม่ ตอนที่เรียกหาครู ท่านก็เมตตาหนูเสมอ แล้วก็ให้ถอดบทเรียนว่าได้เรียนรูอะไรจากสิ่งที่ผิดพลาด

ครูย้ำและสอนหนูมาตลอดว่า "เราตั้งเรียนรู้ตอนที่มันมีทุกข์นี่แหละ ไม่เรียนรู้ตอนนี้เเล้วที่ฝึกฝนมาจะเอาไปใช้ตอนไหน"

 

เมื่อเราก้าวออกจากความหวาดกลัว เราจะพบว่าเรานั้นกล้าหาญมากยิ่งขึ้น

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  • การเพียรปฏิบัติไป เป็นการภาวนาอย่างหนึ่้ง ที่ถ้าจิตใจเห็นว่าหนักหรือลำบาก มันก็จะลำบาก แต่ถ้าเห็นว่าจิตใจว่างเปล่า ไม่หนัก หรือลำบาก หรือไม่คิดไปก่อน หรือไม่ยอมแพ้ก่อนหน้า ใจมันจะเบาสบาย ทำให้มองเห็นหนทางสำเร็จครับ
  • ขอเป็นกำลังใจให้ และขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ

 

ขอบพระคุณค่ะคุณ ณัฐวรรธน์ ที่ท่านเอ่ยว่า

 

การเพียรปฏิบัติไป เป็นการภาวนาอย่างหนึ่้ง

**************************************************************

ทำให้หนูคิดถึงคำที่ครูท่านโทรมาเมื่อเช้า เตือนสติหนูเรื่องข้อวัตรต่าง ๆ ว่าหนูย่อหย่อน จริง ๆ สิ่งที่หนูจะต้องทำมีเพียง 3 ข้อคือ

  • ตั้งใจทำงาน
  • ตั้งใจทำกิจวัตร (ทำวัตรเช้า วิ่ง  เลิกงานวิ่ง ทำวัตรเย็น)
  • ตั้งใจเรียนรู้

    แล้วครูก็ถามหนูว่า "พี่สอนอะไรเรามั่ง"

    หนูตอบท่านว่า "สอนหนูหายใจ ทำงาน เงียนบันทึก........"

    ท่านจึงพูดว่า

  • พี่สอนเราอย่างเดียวคือ ภาวนามา

    ต่อยอดที่บันทึกนี้เลยนะคะ

    การภาวนาเหมือนทาโลชั่น ถ้ายังไม่พอก็ต้องทำอีก

     

     

  •  

  •  

  •  

  •  

  • ขอบพระคุณค่ะ ครู noktalay

     "แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน"ค่ะ

    เห็นด้วยค่ะคุณครู หนูรู้สึกว่า หนูได้เรียนรู้อะไรจากครูท่านมากมาย หลายครั้งเป็นการสอนแบบไม่สอน คือ ท่านทำให้ดูเลย

    อย่างเรื่องตรงต่อเวลา (ติ๋วค่อยข้างมีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ) ครูท่านทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แบบสุดยอดค่ะ เมื่อไหร่ที่ท่านจะขัดข้องเรื่องการเดินทางหรือ ล่าช้า ท่านก็จะโทรมาแจ้งก่อน เสมอ ไม่ได้ทิ้งให้รอเก้อแต่อย่างใด

    ส่วนหนูเองบางทีก็ยังช้าอยู่ค่ะ บางทีก็เครียด ครูท่านบอกว่าที่เครียดเพราะคิดไม่ดี ไม่ภาวนา

    และอีกเรื่องก็คือ หนูเป็นคนชอบทำอะไรตามอารมณ์ ตามความพอใจ ครูท่านมอบหมายกิจวัตรหรืองานให้บางทีหนูก็อิดออด งอแง ทำตามอารมณ์ หนูโดนเคาะกะโหลกเรื่องนี้หลายครั้ง ครูท่านทำให้ดูว่า อยู่เหนืออารมณ์ทำอย่างไร

    ไม่ว่าท่านจะอยากทำ หรือไม่อยากทำงานนั้น หากท่านพิจารณาว่าเกิดประโยชน์กับผู้อื่น ท่านก็จะทำ

    บางครั้งบางที ท่านทราบอยู่แล้วว่าไปแล้วจะได้รับผลกระทบ จากงาน บางงานท่านอาจจะยอมเจ็บตัว เพื่อให้ผู้อื่นเจริญขึ้น แบบนี้ก็มีหลายครา ตัวอย่างเช่น ไปทัก หรือ ชี้แนะข้อบกพร่องของคน แต่ตัวเขาเองไม่ยอมรับก็จะสาดความโกรธ ความไม่พอใจ หรือ บางคนอาจจทำมากกว่านั้น แต่พอเวลาผ่านไป เขาค่อยมานึกได้ หรือ ยอมรับว่า สิ่งที่ท่านชี้แนะนั้นเป็นสิ่งที่ควรแก้ไขปรับปรุงจริง ๆ ก็มี

       อืม อย่างหนู ที่เคยโดนมา ที่ครูท่านบอกว่า

    "หนูเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตนเอง เพราะต้องคอยแต่งหน้าแต่งตา ใส่รองเท้าส้นเข้ม ไม่เมื่อเหรอ"

    ตอนที่ได้ยินตอนแรกหนูอึ้งเลยค่ะ รับไม่ได้ แทบกรี๊ดออกมา อย่างที่เคยเขียนไว้ในบันทึกนี้  ลองคิดดูก็ได้ว่า ถ้าคนที่ครูท่านจี้ใจดำเขา ขาดสติ อาจจะทำร้ายครูได้อย่างไม่ยั้งคิด  

    แต่ท่านก็เลือกที่จะทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนผู้นั้นเอง

     

    บางทีท่านจะยอมให้ตนเองเหนื่อย เพื่อให้ผู้อื่นเหนื่อยน้อยที่สุด

    มาต่อที่บันทึกนี้เลยค่ะ => แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน