การรับอาสามาอยู่เฝ้าไข้ไม่ใช่ภารกิจที่ทำเป็นครั้งแรก แต่คิดว่าการเฝ้าไข้ครั้งนี้ได้เรียนรู้สิ่งที่มีคุณค่ามหาศาลต่อร่างกาย เป็นเรื่องธรรมดาๆที่เราต้องทำอยู่แล้วเสมอๆตลอดเวลา แต่เราไม่ค่อยได้ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ นั่นคือสิ่งที่เขียนเป็นชื่อบันทึกนี้นั่นเองค่ะ

ได้เห็นแล้วว่าทำไมหัวใจสำคัญของศาสตร์ที่เกี่ยวกับร่างกายจึงเริ่มที่การหายใจเข้าออกแบบมีสติ หายใจเข้าออกลึกๆยาวๆ หายใจแบบที่ท้องได้มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวของการหายใจไปด้วย

เพราะเพียงเราทำตามไม่กี่ครั้งก็รู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย นอกจากอวัยวะภายในทั้งหมดได้รับสิ่งดีๆนั่นคือออกซิเจนไปใช้งานอย่างเต็มที่แล้ว ของเสียที่ต้องขับออกอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ก็ได้ถ่ายเทออกมาจนหมดในแต่ละครั้งของการหายใจลึกๆยาวๆ

นอกจากนั้นการหายใจแบบนี้ยังเป็นการฝึกใจให้นิ่ง เกิดสมาธิจดจ่ออยู่กับภายในร่างกาย เพราะการที่เราจะหายใจได้ลึกๆยาวๆนั้นเราต้องใช้ใจกำหนด ใช้ใจเป็นตัวสั่งร่างกาย แต่น่าจะเป็นคำสั่งที่ร่างกายคนเรายินดีที่จะทำมากกว่าการสั่งอื่นๆที่เป็นความสุขชั่ววูบที่ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น การสั่งให้กินอาหารที่ชอบมากกว่าเดิมทั้งๆร่างกายบอกว่าอิ่มแล้ว เป็นต้น

ได้เห็นว่าการตั้งสติหายใจเข้าออกลึกๆยาวๆ ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผ่อนคลายเบาสบายทั้งร่างกายและจิตใจ

ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่า การหายใจเข้าออกลึกๆยาวๆนี้มีคุณค่ามหาศาลต่อร่างกายทั้งทางกายภาพและทางจิตใจจริงๆ อยากเชิญชวนให้พวกเราทุกคนตอบแทนบุญคุณอวัยวะต่างๆในร่างกายของเราที่ทำงานกัน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพักด้วยวิธีแสนง่ายที่เราต้องทำอยู่แล้ว แต่หากเรากำหนดจิต ตั้งใจทำจะทำให้เราทำได้อย่างดีที่สุด ทำเพื่อร่างกายของเราเพียงวันละ 20-30 นาทีซึ่งเป็นเศษเสี้ยวอันเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับเวลาที่ร่างกายทำงานให้เรา ผลดีที่เกิดขึ้นนั้นมากมายอย่างน่าลงทุนจริงๆค่ะ ต้องลองแล้วจะรู้