วันนี้ไปดูการจัดการความรู้ในโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ตอนเช้าไปดูการบูรณาการสาระวิชาของนักเรียนชั้น ป.6 ที่สวนพฤษาศาสตร์ของโรงเรียนซึ่งไม่ห่างจากโรงเรียนมากนักนั่งรถไปประมาณไม่ถึง 10 นาที ที่สวนพฤษาศาสตร์เด็กๆ จะแบ่งกลุ่มกันบูรณาการสาระวิชาเป็น 4 ฐาน

ฐานที่ 1 Discovery เด็กๆ จะใช่แว่นขยายมาส่องดูต้นพืชและแมลง รวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบๆ ต้นไม้ที่เด็กๆ เลือกที่จะเรียนรู้จากนั้นก็จะกลับมาบอกเพื่อนที่เป็นฝ่ายวาดรูปว่ามีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้าง จากนั้นฝ่ายวาดก็จะวาดไป วาดเสร็จเด็กๆ ก็จะบูรณาการเข้ากับวิชาภาษาไทย โดยแต่งเป็นกลอนบอกเล่าเรื่องราว พร้อมกับแปลเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จากนั้นก็จะคิดโจทย์เป็นคณิตศาสตร์เช่น ในสวนมีต้นไม้อะไรบ้างกี่ชนิด รวมกันเป็นเท่าไหร่ เช่น เด็กตั้งโจทย์ว่า ที่สวนทีต้นมะม่วง 8 ต้น มีต้นมะพร้าว 19 ต้น และมีต้นกล้วย A ต้น รวมกันแล้วได้ 80 ต้น ถามว่าในสวนจะมีต้นกล้วยกี่ต้น ...อย่างนี้เป็นต้น

ฐานนี้ครูนงรัก สุขมะโน ครูสอนวิทยาศาสตร์ บอกว่า ฐานที่ 1 นี้เน้นบูรณาการที่มีวิทยาศาสตร์เป็นหลักค่ะ

ฐานที่ 2 ชื่อว่าศิลปประดิษฐ์ (ถ้าจำไม่ผิด) ฐานนี้เด็กๆ จะนำเศษวัชพืชในสวนมาใช้ประโยชน์ มีวิชาศิลปะและการงานอาชีพเป็นหลักบูรณาการเข้ากับวิชาคณะศาสตร์ตรงที่ก่อนที่เด็กๆ จะคิดประดิษฐ์อะไรก็ตาม จะต้องเขียนแบบออกมาคำนวนความกว้างยาว และน้ำหนักออกมาก่อนเมื่อประดิษฐ์แล้วก็จะแต่งกลอน คิดคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องเป็นภาษอังกฤษ ค่ะ

ฐานที่ 3เด็กๆ เขาก็จะนำเสนอการ ทำอาหาร โดยคิดเมนูกันมาเองหลังจากที่มาสำรวจความอุดมสมบูรณ์ในสวนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่ามีพืชอะไร สมุนไพรอะไร มีสรรพคุณอะไร และจะนำมาประยุกต์เป็นเมนูอาหารชนิดใดบ้าง วันนี้เด็กเขาแบ่งเป็น4กลุ่มย่อย ทำกล้วยอบเนย, ผัดกระเพราผักรวม,ข้าวผัดเพื่อสุขภาพ,และยำมะม่วง อาหารทุกเมนูเด็กๆ จะต้องวางแผนล่วงหน้า เขียนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ต้องบอกสรรพคุณ และคุณค่าทางอาหาร ต้องตวงและคำนวนตามหลักคณิตศาสตร์ อาหารทุกเมนูชิมมาแล้วค่ะ น้องๆ ทำอร่อยมาก ผู้ใหญ่อายม้วนไปเลย

ที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้ เด็กๆ เขาทำซาลาเปาใส้สมุนไพรออกจำหน่วยและได้รับการตอบรับดีมาก กระทั่งได้กำไรมา ดิฉันถามว่า แล้วกำไรนี้จะไปทำอะไรเขาบอกว่าจะเก็บไว้ซื้อวัตถุดิบต่อ และเมื่อถามว่าสูตรนี้ได้มาจากไหน เขาบอกว่าพัฒนามาจากสูตรของป.6 รุ่นที่แล้วที่เขาคิดทำ ซาลาเปาไส้ดอกโสนไว้ มาปีนี้พวกเขาก็คิดต่อยอดสูตรนั้นเป็นซาลาเปาไส้สมุนไพร ( เราเจอ KM ในกระบวนการเรียนของเด็กๆ เข้าอย่างจังแล้วค่ะ)

ส่วนฐานที่ 4 เป็นฐาน Trees can  talk เด็กจะนำเสนอการบูรณาการสาระวิชาด้วยการแสดงละคร หรือบทบาทสมมติ เป็นภาษาอังกฤษ โดยเนื้อหาเด็กๆ จะสอดแทรกเรื่องรูปทรงทางคณิตศาสตร์ และเรื่องความสำคัญของธรรมชาติไว้ และเด็กๆ จะเชื่อมโยงได้ดีมาก ซึ่ง 4 ฐานนี้ก็ใช้เวลาเกือบเที่ยงวัน จากนั้นในช่วงบ่ายก็จะนำเสนอผลงานรวมกันในห้องประชุม

ตอนเด็กๆ เขานำเสนอผลงานนี้ก็จะมีโจทย์คณิตศาสตร์ให้เพื่อนๆ ร่วมกันคิด หรือใครมีข้อซักถามก็จะถามกันตรงนี้

เราโชคดีที่ทางโรงเรียนจัดการแสดงลำตัดของเด็กๆ คณะคณิตศาสตร์หรรษาให้เราดู เด็กๆ นอกจากจะเล่นลำตัดเก่งแล้วยังทำโจทย์คณิตศาสตร์เก่งด้วย เนื่องจากกลอนลำตัดของเด็กๆ นี้จะเป็นการถามตอบโจทย์คณิตศาสตร์ทั้งสิ้นค่ะ น่ารักมาก

ลืมบอกไปว่าเราได้เจอ คุณลุงเสถียรที่เป็นคนดูแลสวนมานานหลายปี และยังเป็นครูภูมิปัญญาด้านพฤกษาศาสตร์ และการทำปุ๋ยการดูแลต้นไม้ให้กับเด็กๆ อีกด้วย

หลังจากดูกระบวนการเรียนการสอนจริงๆ แล้วก็ได้มานั่งคุยกับ อ.จิระพันธ์ และ คณะครู พร้อมด้วยผู้ปกครองบ้างค่ะ ซึ่งพบเห็นร่องรอยการจัดการความรู้ระหว่างครูด้วยกัน ในกิจกรรมteacher show ที่ครูจะมานำเสนอผลการสอนแบบรายกลุ่ม และรายบุคคล ซึ่งผลก็จะถูกบันทึกไว้ในแฟ้มงาน เพื่อติดตามความคืบหน้ากันทุกๆ ปี เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชั้นเรียน เช่นถ้าเป็นระดับกลุ่มก็คือการนำเสนอผลโครงงานวิทยาศาสตร์ของกลุ่มครูวิทยาศาสตร์ ส่วนระดับบุคคลก็จะมาเล่าว่าเอาลงไปใช้จริงกับเด็กอย่างไร วิธีการอย่างไร แล้วได้ผลอย่างไร

กลุ่ม star เป็นอีกกระบวนการเรียนรู้หนึ่งที่ครูจะจับกลุ่มกันเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน ใม่ใช่การสอนแบบตัวใครตัวมัน หรือเด็กใครเด็กมัน

นอกจากนี้ยังพบกิจกรรมที่ครูต้องเรียนรู้ร่วมกันในหลายกิจกรรม เช่นการไปเตรียมแผนการสอนจะต้องไปศึกษาดูงานร่วมกัน เพื่อกลับมาวางแผนการสอนร่วมกัน ส่วนครูคนใดมีโอกาสไปอบรมที่ใด ก็จะมาเล่าสู่กันฟังเพื่อขยายผล

-พบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครูในกลุ่มรายวิชา และระดับชั้น

-พบว่ากระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนกระทั่งหลังเลิกเรียน มีการนำความรู้จากระดับคนขับรถ และคนสวนมาใช้ประโยชน์อย่างเคารพซึ่งกันและกัน

-ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอนของครู บางครั้งก็เป็นผู้ช่วยครู แนะนำการเรียนการสอนบ้างในบ้างครั้ง

-ในบางกิจกรรมครูได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็ก

 

 

ตรงนี้เล่าคราวๆ ถ้าสนใจว่าโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา มีการจัดการความรู้ อย่างไร ติดตามได้ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 2 วันที่ 1-2 ธันวาคม 2548 นี้ และในหนังสือ "นานาการจัดการความรู้" ค่ะ