บรรยากาศวันนี้บวกกับการสะสางงานที่เสร็จไปทีละเรื่องแต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำเลยนึกถึงย้อนไปเมื่อวันวานกับปณิธานที่ได้ตั้งใจกับการก่อร่างสร้างตัวของกลุ่มเสียงเล็กๆจนก่อเกิดเป็นกองทุนมิสบะฮฺภายใต้การรวมกลุ่มของผองเพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรีจนกระทั่งต่างคนต่างสำเร็จการศึกษาในระดับต่างๆและได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งวันนี้ เสียงเล็กๆ กลายเป็นกลุ่มเสียงเล็ก จนกระทั่งกลายเป็นคณะทำงานกลุ่มเสียงเล็กๆภายใต้การสนับสนุนของกองทุนบ้านมิสบะฮฺ ขับเคลื่อนสังคมด้วยกระบวนการต่างๆในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ การให้ความรู้เรื่องการศึกษา การวิจัยเพื่อสังคม ตลอดจนกิจกรรมจิตอาสาตามที่จะสร้างคุณค่าให้แก่สังคมรอบข้างได้

 


 

    

       เคยถามตัวเองครับว่า...พลังของการจัดการองค์กร คือ อะไร? วันนี้พอมานั่งคิดดูผมก็ได้คำตอบครับว่า

  1. การมอบความรักซึ่งกันและกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันคือแรงผลักดันที่ก่อเกิดแห่งพลังได้ ไม่ว่าองค์กรใดหากบุคคลในองค์กรนำสิ่งที่เป็นจริตอยู่ในตัวเรานั่นก็คือ ความรักออกมาสื่อประสานต่อกันความกดดันที่ผ่านมานั้นก็จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่สร้างสรรค์ที่จะต่อสู้ในอุปสรรคปัญหาต่างๆนาาได้อย่างไม่อยากเย็น
  2. เท่าที่ผ่านมาคงยังไม่เพียงพอแต่มันพอเพียงที่จะเป็นบันไดก้าวแรกของการสร้างพลัง ก้าวต่อไปที่ผมอยากพูดถึง คือ การตระหนักที่จะเรียนรู้ หมายถึง การยอมรับข้อผิดพลาดและรู้จักที่จะปรับปรุงตนเองพร้อมเรียนรู้ผู้อื่น คือ ก้าวสำคัญต่อไปที่ดีและดีกว่าที่จะยึดติดอยู่กับมายาคติที่ว่า "ความคิดของฉันถูกต้องเสมอ" การบริหารจัดการองค์กรที่ดี คือ การเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองและปรับปรุงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การมองสิ่งรอบข้างและพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่รอบๆตัวให้มากที่สุดก่อนที่จะมองไกลออกไป คือ ก้าวใหม่ที่เรามักหลงลืม จนเดินผิดไปก้าวแล้วก้าวเล่าเพราะลืมไปว่าแท้ที่จริงแล้วปัญหามันอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง
  3. เมื่อความรัก คือ การตีกำแพงคำว่า "โลกส่วนตัว" การตระหนักที่จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดโดยไม่คิดมองผ่าน ก้าวข้ามกำแพงมายาคติที่ว่า "ความคิดของฉันถูกต้องเสมอ" การนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็ไม่ไกลเกินฝัน และนี่ก็คงเป็นที่มากระมังของความคิดของผมที่ว่า "การพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน คือ อะไร..."
  4. คำตอบที่ชัดที่สุดสำหรับผมเมื่อใคร่ครวญแล้วคือ
  5. -วัลลอฮฺอะลัม-