คนเรามีด้านมืดกับด้านสว่าง เราไม่เอาด้านมืดออกมา ระงับมันด้วย ศีล แต่เราเอาด้านสว่างฉายออกมาปฏิบัติต่อคนอื่น

นอกจากการฟังที่ครูท่านเมตตาสอนในบันทึก ใช้ใจฟังความจริง แล้ว

สิ่งสำคัญที่ครูปลูกฝังให้หนูก็คือ การเขียน โดยเฉพาะการเขียนบันทึกใน G2K ให้เขียนความจริงใจ ครูสอนว่า

ความจริงใจ คือ ใจเราเป็นอย่างไร

เราเอาออกมาเขียนอย่างนั้น

 

ถ้าติ๋วจำได้ พี่เคยบอกติ๋วว่า "ติ๋วไม่มีความจริงใจ"

เพราะเราไม่เคยเอาความจริงในใจมาสื่อสารกับคนอื่น

 

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางการฝึกฝนของความจริงในใจ

เอาสิ่งที่ปรากฏนี้ มาให้ "ตัวรู้" มันรู้จัก

 

 

ครูสอนอีกว่า

คนเรามีด้านมืดกับด้านสว่าง

เราไม่เอาด้านมืดออกมา ระงับมันด้วย ศีล

 แต่เราเอาด้านสว่างฉายออกมาปฏิบัติต่อคนอื่น

 

บางคนอาจจะเอาด้านมืดออกมา แม้นมันจะเป็นความจริง

แต่มันเป็นการทำร้ายคนอื่น เป็น กรรมดำ

แต่เราเลือกที่จะเอากรรมขาวมาสัมผัสคนอื่น

ในเส้นทางนี้ จึงต้องเผชิญกับทั้งความมืดและความสว่าง

 

ครูหยุดแล้วถามหนูว่า "รู้ไหม พี่กำลังสื่ออะไรกับเรา"

หนูตอบว่า “พี่กำลังให้ติ๋วเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง”

ครูท่านเอ่ยชมว่า “นี่แหละ คือ การใช้ใจฟัง ฝึกใช้ใจฟัง”

“ก่อนหน้านี้เราเป็นผู้หลง หลงมากด้วย

ผู้ฝึกจึงต้องออกแรงเยอะนะกับผู้หลง

มันเป็นกับดักชีวิตที่ยาก”

 

หนูได้เรียนรู้ว่าจากการฝึกฝนการเขียนบันทึก ทำให้หนูยอมรับในตนเองมากขึ้น ว่าเป็นผู้เรียนรู้ ไม่ได้ดีเด่น หรือ เก่งกาจที่ไหน พอที่จะไปตัดสินใครได้ เห็นความคิดด้านลบของตนเอง เห็นความคิดด้านบวกของตนเอง สลับกันโผล่ขึ้นมาในใจ หรือเมื่อไหร่ที่หลงผิด ไม่รู้ตัว ครูท่านก็จะช่วยเคาะกะโหลกหนา ๆ ให้มีสติ รู้ตัวขึ้นมา เคยนึกย้อนไปถึงตอนที่ตนเองหลง ๆ ถ้าไม่เชื่อฟังครูตอนนั้น หนูคงเป็นอะไรที่เคว้ง เหมือนปลาเกยตื้น จะอยู่บนบกก็ไม่ได้ จะลงน้ำก็ไม่ได้ อาจจะเเห้งตายสักวัน

งานเขียนทุกวันนี้ ทุกบันทึกหนูเขียนเพื่อบูชาครู บูชาคุณความดี ที่ท่านเมตตาอดทนสั่งสอน เมตตาให้โอกาสและไม่เคยวางหนูออกจากใจ

กราบขอบพระคุณคุณครูเจ้าค่ะ