การเปลี่ยนแปลง,ผู้นำ
ผู้(นำ) คนสู่การเปลี่ยนแปลง
(khunpicha เรียบเรียงจากเวทีสรุปบทเรียนโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง17 พฤศจิกายน 2552  ส่วนพัฒนากระบวนการเรียนรู้  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน)

บรรยากาศที่รายล้อมด้วยผู้(นำ)คน อากาศหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศของห้องประชุมที่เป็นโถงสูง ผู้คนที่นั่งภายในห้องต่างให้คำนิยมหรือนิยามกับการเคลื่อนไหวแบบปัจเจกว่า ผู้นำ หากไม่ใช่ผู้นำทางอำนาจหรือทางการเมือง แต่กลับเป็นผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำแห่งภูมิปัญญา  ฉะนั้นแล้วบรรยากาศที่ผู้นำทั้งวัยใกล้เคียงกัน วัยต่างกันมารวมตัวกันเพื่อสรุปบทเรียนจากหลักสูตรที่ชื่อว่า ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง เปิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วยวิทยากรนำโดย อ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง ตามด้วยผู้นำชุมชนตัวแทนภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ แต่สิ่งที่แลกเปลี่ยนล้วนจุดประกายและตอกย้ำพร้อมๆกันจึงคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มเปิดเวที ทำให้เวทีสรุปบทเรียนไม่ใช่การปิดท้ายแต่ทุกคนล้วนลงความเห็นว่าเป็นเวทีแห่งการเริ่มต้น  จะเริ่มต้นอะไรนั้นหรือ???...ไม่ใช่ไกลตัว..เป็นการเริ่มต้นในการรู้จักที่จะพัฒนาศักยภาพตัวเองเพื่อเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม

 

การได้มาซึ่งผู้นำที่มีศักยภาพสักคนในพื้นที่หนึ่ง ที่ต่างบริบท ต่างวัฒนธรรม ต่างจริต แต่สิ่งที่เป็นหลักร่วมของการพัฒนาศักยภาพในครั้งนี้คือ ความสำคัญของการพัฒนาคน ยิ่งในบริบทสังคม สถานการณ์ที่รายล้อมด้วยภาวะวิกฤติ  ยิ่งทำให้ต้อง รู้ตัวตน เพื่อ รู้สังคม โดยเฉพาะการรู้ตัวตนภายใต้สังคมใกล้ตัวของตนเอง  ทำให้แต่ละคนต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง ดูพื้นที่ของตัวเอง  มีหลักสำคัญๆ อยู่หลายประการ...

  • การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ คน และ ชุมชน
  • แผนชุมชน และ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • การพัฒนาศักยภาพ ความรู้  ขบวน และเจ้าหน้าที่(พอช.)
  • การต่อยอดคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ เสริมสร้างด้วยประสบการณ์ สื่อสารแบบกันเอง กระทั่งการนำเข้าสู่หลักสูตรในสถาบันการศึกษา
  • การวิเคราะห์ศักยภาพผู้นำและคนรุ่นใหม่
  • การทำงานที่สมดุลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

สิ่งสำคัญคือ “ ดูเรื่องใกล้ให้เข้าใจ  ดูเรื่องไกลให้รู้เรื่อง ”

ความสำคัญของผู้นำการเปลี่ยนแปลง ธรรมชาติของผู้นำที่พบพานกันในเวที ต่างมีประสบการณ์ร่วมของการถูกผลักดันจากภายใน ไม่ใช่พละกำลังภายในแต่คือพลังของปัญหาที่ต่างก็เผชิญอยู่ แรงปะทะกับเรื่องราวแห่งทุกข์และความเดือดร้อน แต่ขณะเดียวกันก็ผู้นำเองต่างต้องเสาะแสวงหาทิศทางและแนวทางเพื่อพัฒนาตนเอง พร้อมๆกับการสร้างพื้นที่ของขบวนชุมชนและองค์ความรู้ชุมชนเพื่อเสริมหลักคิดให้มั่นคงสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีส่วนร่วม ดังนั้นจะเห็นว่าผู้นำมีปัจจัยสำคัญประกอบคือ การเปลี่ยนแปลงตนเองพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

บทบาทของผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องพัฒนาตนเองพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างเท่าทัน มันสัมพันธ์กับการที่ต้องเชื่อมบทบาทตัวเองกับการเปลี่ยนแปลงที่มีทั้งเครือข่าย กลุ่ม ขบวน เพื่อสร้างอุมการณ์และเป้าหมายร่วม ด้วยวิธีการวิเคราะห์สังคมอย่างเข้าใจบนจุดยืนที่ชัดเจนและที่สำคัญคือมีหลักประพฤติปฏิบัติที่ดี

 ผู้นำกับการเสริมพลังขบวนชุมชน พลังชุมชนที่ร้อนแรงก็มี  แต่พลังที่เข็มแข็งและต่อเนื่องย่อมส่งผลสะเทือนยิ่งกว่า ผู้นำนอกจากจะต้องสามารถเข้าใจบทบาทของตัวเองที่สัมพันธ์กับการเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงสังคมแล้ว การเสริมพลังขบวนเป็นอีกบทบาทที่สำคัญได้แก่....

  • นำการเคลื่อนไหว(การรวมกลุ่ม การลงมือทำ-สอดคล้องกับความคิด/แนวคิด)
  • การมีส่วนร่วม : การเมืองภาคพลเมือง
  • การสื่อสาร : การเชื่อมโยงข้อมูล การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การเท่าทันข้อมูลข่าวสาร
  • เสริมความคิดอย่างสอดคล้องกับโครงสร้างทางสังคม
  • วิเคราะห์สถานการณ์ : การเปลี่ยนแปลงระดับโลก ชาติ สังคม ชุมชน
  • การควบคุมทุนชุมชน : ทุนสังคม ทุนความคิด
  • การเปิดพื้นที่สาธารณะ

 การเปลี่ยนแปลงสังคมเป็นประเด็นที่คนกล่าวขวัญถึงอย่างมากมาย เพราะเหตุผลในใจหรือเพราะสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก สถานการณ์บ้านเมือง  สังคมก็ตาม แต่หากเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อความเท่าทัน เพื่ออนาคตที่ดีกว่าปัจจุบันกาลที่พบเจอ หากไม่ใช่เพียงการพูดคุยกันเพียงอย่างเดียว การจะเปลี่ยนบางอย่างตั้งแต่ตัวเราก็ต้อง..ลงมือทำ..นั่นแหละคือการเริ่มต้นที่ดี