ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ศรัทธาและปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องเที่ยงธรรม มีจิตบริการ เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ได้เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และอนุมัติในหลักการแนวทางการทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน

เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ครม.ได้เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการรับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุงร่างประมวลจริยธรรมด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยสาระสำคัญของร่างประมวลจริยธรรม มีดังนี้

  • กำหนดหลักการเกี่ยวกับอุดมการณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  • กำหนดคำนิยาม ค่านิยม จริยธรรม  จรรยา ประมวลจริยธรรม ข้าราชการ คณะกรรมการจริยธรรม ของขวัญ และหัวหน้าส่วนราชการ

  • กำหนดค่านิยมหลักที่ต้องยึดมั่น

  • กำหนดจริยธรรมที่ต้องยึดถือปฏิบัติ เช่น  ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ศรัทธาและปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นต้น

  • กำหนดจรรยาที่ต้องยึดถือปฏิบัติ เช่น ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ศรัทธาและปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องเที่ยงธรรม มีจิตบริการ เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตน เป็นต้น

  • กำหนดให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ควบคุมกำกับการตามประมวลจริยธรรม กำหนดให้มีคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่

  • กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารส่วนราชการมีหน้าที่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและประพฤติตนเป็นแบบอย่างแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และกำหนดอำนาจหน้าที่

  • กำหนดให้มีการจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ และกำหนดอำนาจหน้าที่

  • กำหนดให้การฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมตามหมวด ๔ เป็นความผิดทางวินัย สำหรับการฝ่าฝืนประมวล จริยธรรมตามหมวด ๕ ไม่ถือเป็นความผิดทางวินัย  แต่ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยมาใช้บังคับโดยอนุโลม  และกำหนดให้การกระทำครั้งเดียวที่มีทั้งความผิดทางวินัยและฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมให้ลงโทษทางวินัยได้ครั้งเดียว

  • กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการตามประมวลจริยธรรมของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  คณะกรรมการจริยธรรม และหัวหน้าส่วนราชการส่งเสริมจริยธรรมของข้าราชการ

  • กำหนดอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยปัญหาการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม

  • กำหนดบทเฉพาะกาล การแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรม กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมในส่วนราชการ และให้มีการประเมินการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ประมวลจริยธรรมมีผลใช้บังคับ

อนุมัติการทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน

ครม.อนุมัติในหลักการแนวทางการทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ   สำหรับการจัดซื้อด้วยวิธีการพิเศษ ให้รับความเห็นของกระทรวงการคลังไปพิจารณา โดยเห็นชอบในหลักการให้ทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน โดยให้ อ.ส.ค.เป็นองค์กรกลางในการบริหารจัดการนมโรงเรียน และให้ อ.ส.ค.ช่วยรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกิน MOU ต่อไปก่อน โดยให้จัดสรรสิทธิการ จำหน่ายหรือหาผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิมาช่วยจำหน่ายนมส่วนนี้ให้กับ อ.ส.ค.ในโอกาสแรกที่จะดำเนินการต่อไป และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณารายละเอียดการทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียนโดยมีหน้าที่พิจารณารายละเอียดการทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน

โดยให้ อ.ส.ค.เป็นองค์กรกลางบริหารจัดการนมโรงเรียน เพื่อรองรับน้ำนมดิบที่นำมาแปรรูปเข้าสู่ตลาดนมโรงเรียนได้ทั้งหมด และพิจารณาในรายละเอียดด้านการบริหารจัดการ โดย อ.ส.ค.จัดระบบบัญชีและการบริหารโครงการฯ แยกออกจากงานปกติเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและโปร่งใส  เกษตรกรจำหน่ายน้ำนมดิบได้หมด ได้รับเงินค่านมตรงเวลาและเด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ ซึ่งมีกรอบการปรับโครงสร้างระบบบริหารจัดการนมโรงเรียนเสนอคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมเพื่อพิจารณา.

อ้างอิงจาก  http://www.moe.go.th/websm/2009/dec/453.html