2 ธ.ค. 52
กอง กร.บท. ได้มีการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อม
ก่อนเข้าสู่การขับเคลื่อน SMART อย่างเต็มตัวของฝ่าย บท.
แต่ก่อนอื่นต้องขออนุญาตแนะนำ กอง กร.บท. ซักเล็กน้อยนะครับ
กอง กร.บท. ชื่อเต็มๆว่า “กองกิจการระหว่างประเทศ”
สังกัด ฝ่ายบริหารทั่วไป (บท.)
ชื่อกองก็คงพอจะบอกได้นะครับว่า
ภารกิจหลักก็คงเป็นเรื่องของการติดต่อประสานงาน
รับแขกบ้านแขกเมือง เป็นหน้าเป็นตาให้บริษัท
และหากมองให้ดี ยังต้องทำหน้าที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยด้วยนะครับ
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ หากจะเห็นว่า พนักงานส่วนใหญ่นั้น
หน้าตาโดยเฉลี่ยจะอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน
อายุเฉลี่ยของคนทั้งกอง ที่มีราว 13 ชีวิต นั้นดูแล้วไม่น่าจะเกิน 30
ถือเป็นสายเลือด AEROTHAI Generation Y ล้วนๆ เลยครับ
และอายุของกองนับจนถึงวันนี้ก็ราว 5 ขวบกว่าๆ เอง
เหตุที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนก็เนื่องจาก
พี่แป๊ว ผกร.บท. เล็งเห็นว่า
น้องๆ สิบกว่าชีวิต ในกองนั้น อาจจะยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ
ต่อกระบวนการ หรือเครื่องมือบางตัวที่ทางฝ่าย บท.
จะใช้สร้างวัฒนธรรมองค์กร SMART
จึงเห็นว่า น่าจะมีการปูพื้นความเข้าใจ เบื้องต้นให้น้องๆ กันก่อน
<เมื่อพี่ใหญ่...บอกกล่าวเล่าความในใจ...ทำไมจึงมีวันนี้...วันที่รอคอย>
ในการติดอาวุธให้น้องๆ ออกรบในสมรภูมิ SMART AEROTHAI นั้น
ทาง กร.บท. จึงได้ขอให้ พี่กิ่ง กพ.บท. KF (Knowledge Facilitator) ตัวแม่
ที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อน SMART ของฝ่าย บท.
ให้มาช่วยแนะนำกระบวนการ KM เบื้องต้นให้ ในเวลาสั้นๆ ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง
โดยครั้งนี้ก็มี น้องปิ๊ค กร.บท. และทีมงาน ที่ทำหน้าที่คอยประสาน
และเตรียมงานทุกอย่างสำหรับกิจกรรมในวันนี้
พอได้เห็นการเตรียมงาน ที่เรียบง่าย ประหยัด
ก็รู้สึกทึ่งครับ เพราะออกมาดูดีเชียว
แถมยังแฝงไว้ด้วยความประหยัด
ใช้แค่กระดาษฟลิบชาร์ต สี่แผ่น กระดาษ A4 จำนวนนึงเพื่อพิมพ์โลโก้ SMART
และก็มี สีเทียนเล็กๆ อีก 2 กล่อง (ดูไปเดี๋ยวก็รู้นะครับว่าเค้าเอามาทำอะไรกัน)
ในระหว่างการหารือเตรียมกิจกรรม
พี่กิ่งได้วางแนวทางไว้ว่า
กิจกรรมสั้นๆ ในวันนี้ จะพยายามแสดงให้น้องๆ กร.บท.
ได้เห็นภาพรวมของกระบวนการ KM (Knowledge Management) - การจัดการความรู้
ทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม
และให้เห็นครบทุกส่วนตามโมเดลปลาทู ของ สคส.
ไล่ตั้งแต่ หัวปลา - Knowledge Vision (การร่วมกำหนดวิสัยทัศน์/เป้าหมายร่วม)
ตัวปลา Knowledge Sharing (กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน)
และหางปลา Knowledge Asset (การรวบรวมองค์ความรู้ หรือความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดจากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้)
นอกเหนือไปจากนั้น ยังมีความคาดหวังของทีมงานที่ลึกๆ ลงไปอีกว่า
นอกจากจะให้น้องๆ เจนเนเรชั่น Y ได้เห็นรูปธรรมของ KM แล้ว
ก็ยังจะต้องให้มีประสบการณ์ KM แบบเต็มตัวปลาทูในครั้งนี้ด้วย
ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากและหินจริงๆ ครับ
กับเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสองชั่วโมง
ต้องทำให้น้องๆ รุ่นใหม่ เข้าใจ SMART
ต้องทำให้พวกเขา รู้จัก และเห็นภาพ KM ทั้งระบบ
และสุดท้าย ก็ให้มีประสบการณ์ KM แบบเต็มสูบ
เกริ่นมาซะยืดยาวเกินไปแล้ว
ตามไปดูกันดีกว่าว่า พี่แป๊ว พี่กิ่ง น้องปิ๊ค และเหล่าน้องๆ หน้าใส แห่ง กร.บท. เค้าทำกันยังไง
ถึงได้คน Gen Y หัวใจ SMART ออกมา ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
ราวบ่ายสองโมง ตามนัดหมาย พี่แป๊วก็ให้เกียรติมากล่าวเปิด
ในบรรยากาศแบบสบายๆ ถึงที่มาที่ไปของกิจกรรมในวันนี้
เพื่อให้น้องๆ ได้ทราบพอสังเขป ประมาณ 5 นาที
จากนั้นก็เป็นคิวบู๊ของ พี่กิ่ง
ซึ่งก็ได้ยิงกระบวนท่าแรกด้วยการปูพื้นความเข้าใจเรื่อง KM
และเครื่องมือต่างๆ ของ KM ทั้งระบบ
ไม่ว่าจะเป็น BAR (Before Action Review)
AAR (After Action Review)
สุนทรียสนทนา (Dialogue)
การตั้งวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ – ลปรร (Share and Learn)
ตลอดจนถึงเรื่องของคลังความรู้
เมนู KM ทั้งหมดนี้ ประมาณ 10 นาที ก็จบ (เป็นไปได้แฮะ!!!)
<ชมลีลา KF ตัวแม่>
<KM นั้นหรือ...คือฉันใด...พี่นั้นไซร้...ขอบอก...>
หลังจากนั้น ก็เป็นการฉายภาพ KM ภาคปฏิบัติ จากประสบการณ์จริง
ที่เคยทำให้กับทั้งที่กอง กพ.บท. เอง กับกลุ่ม SMART อาสา รวมทั้ง
ประสบการณ์ KM อันหลากหลายจากหลากหลายหน่วยงานภายนอก
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครูเพื่อศิษย์ กลุ่มคุณทันตแพทย์จากทั่วประเทศ เป็นต้น
ก็ใช้เวลาเล่าเรื่องประกอบภาพจากเหตุการณ์จริงอีกประมาณ 20 นาที
ซึ่งก็พอจะทำให้น้องๆ เค้ารับรู้ได้ว่า บรรยากาศแบบนี้แหละที่เรียกว่า KM
<KM ของจริงนั้น...มันเป็นเช่นนี้แหละน้อง...อยากลองแล้วใช่มั๊ย>
และหลังจากนั้น ก็เป็น Highlight ของกิจกรรมในวันนี้
ที่จะให้น้องๆ ได้พบประสบการณ์ KM ภาคปฏิบัติ
ต่อมากระบวนกรมือดีของเรา
ก็ได้ให้น้องๆ ได้ฝึกกระบวนท่าต่อมา ด้วยการ
ตั้งวงสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับ
วัฒนธรรมองค์กร SMART AEROTHAI
ว่าน้องๆ รุ่นใหม่นั้น เค้าเห็น เค้ามอง กันอย่างไร
การสนทนาช่วงนี้ก็กินเวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมง
โดยมีพี่กิ่ง ทำหน้าที่เป็น Fa ในวง
คอยชงเหล้า เอ้ย!!! ชงประเด็นให้น้องๆ คุยกัน
<ผ่อนคลายจิต...ซักกะติ๊ดก่อนคุยกัน>
<SMART AEROTHAI ในความหมายของผมเองครับ>
<จะ SMART ได้ต้องเคารพผู้ใหญ่และให้เกียรติกันนะคะ...>
<น้องสาวเค้าบอกว่า...ต้องสื่อสารกันอย่างเข้าใจ...แล้วจะได้ SMART ค่ะ>
จากนั้น พี่กิ่งก็ได้ให้น้องๆ แบ่งเป็นสองทีม
ทีมแรกพวกเค้าตั้งชื่อเก๋ไก๋ว่า "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ"
ส่วนอีกทีมนึงก็ชื่อสุดไฉไล "ไก่มะระ" เมนูสุดโปรดของเขาล่ะ
แต่ละทีมได้ช่วยกันระดมความคิด
เพื่อนำเสนอไอเดียของกลุ่มในโจทย์ที่ว่า
อะไรคือ SMART AEROTHAI ในบริบทของกอง กร.บท. ???
บรรยากาศของช่วงนี้ ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
ครื้นเครง สร้างสรรค์ และมีแซวกันไปมา
เชื่อว่าใครที่ได้เห็นบรรยากาศในวันนั้น
ก็คงต้องอมยิ้มไปกับความสดใส
ของบรรดาสายเลือด SMART AEROTHAI Generation Y
สายพันธุ์ กร.บท. อย่างแน่นอน
<SMART AEROTHAI ที่รักจ๋า...เดี๋ยว "รถไฟฟ้าไปหานะเธอ" >
<ทีม Chef "ไก่มะระ"...ขณะกำลังปรุงเมนู SMART ๆ>
และสุดท้าย แต่ละกลุ่มก็ได้มาซึ่งผลงานอันน่าภาคภูมิใจ
ที่น่าตื่นเต้น ยังจำได้ว่า ตอนที่ตั้งวงสนทนาใหม่ๆ นั้น
ยังรู้สึกว่า SMART AEROTHAI
นั้นยังดูเลือนลาง และห่างไกลจากวิถีชีวิตของพวกเขา
<ภูมิใจกันถ้วนหน้าเมื่อ "รถไฟฟ้า" มาถึงสถานี SMART AEROTHAI>
<นี่ไง SMART AEROTHAI ของ "ไก่มะระ"...ลองซะ...จะติดใจ>
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า ในตอนจบของกระบวนการ KM
ที่แม้จะสั้นๆ แต่ทรงพลังนั้น กลับทำให้บรรดาผู้สังเกตการณ์
ทั้งหลายรู้สึกได้ว่า บัดนี้ น้องๆ หนุ่มสาวชาว กร.บท.
เขาได้สร้าง SMART AEROTHAI ที่เป็นรูปธรรมสัมผัสได้
ในบริบทของพวกเค้าขึ้นมาเองแล้วล่ะ
พวกเรารู้สึกได้ถึง ความรู้สึกมีส่วนร่วม
และอินไปกับโมเดล SMART ของ กร.บท.
ที่พวกเขาได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยกัน
เห็นแล้วก็ทำให้เกิดบทเรียนอันทรงคุณค่าสำหรับการทำ SMART ในครั้งต่อๆ ไปว่า
ในก้าวแรกของ SMART AEROTHAI จะทำอย่างไรจะให้ทุกคนมีส่วนร่วม
แน่นอนว่า น้องๆ ได้เปิดเผยก้าวแรกที่งดงามบนหนทางสู่ SMART AEROTHAI ให้พวกเราได้รับรู้แล้ว
<รถไฟฟ้า...พาทัวร์...ทั่วสถานี SMART>
<ชาวรถไฟฟ้าหน้าใสๆ...ชำแหละหัวใจ SMART>
<ทีม Chef ไก่มะระ...ขณะเปิดเผยส่วนผสม SMART>
<Chef ขอบอก...SMART ต้องปรุงด้วยสูตรนี้นะ...ถึงจะแซบ!!!>
และเมื่อผลัดกันชื่นชมผลงานของกันและกันแล้ว
พี่แป๊วก็ได้มากล่าวปิดกิจกรรมด้วยความประทับใจ
จบวันดีๆ อีกหนึ่งวันด้วยความอิ่มเอมกันถ้วนหน้า
<วันนี้...พี่ภูมิใจในตัวน้องๆ ทุกคนมากนะคะ...ขอบอก>
<แง่มุมที่น่าสนใจ...แล้ว(C)ommunication ควรอยู่ตรงไหนใน SMART>
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของกิจกรรมในวันนี้
-
บริบทของกอง กร.บท.
ความสำเร็จเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ต้องยอมรับว่า ความเป็น “กร.บท.”
มีส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิด ด้วยความที่เป็นกองขนาดเล็ก ขนาดสิบกว่าคน
น้องๆ ในกองทั้งหมดมีอายุไล่เลี่ยกัน
ทำให้ไม่ค่อยมีช่องว่างระหว่างวัย
และด้วยบุคลิกภาพของคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออก
และมีพลังสร้างสรรค์ ของคน Gen Y
ประกอบกับที่ผ่านมา ผกร.บท. ได้ย้ำ และปลูกฝัง
ความรู้สึกของการทำงานเป็นทีมแบบพี่น้องกันมาตลอด
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำให้ ความเป็น Teamwork
และความเป็นพี่เป็นน้องใน กร.บท. เองนั้นค่อนข้างจะโดดเด่น
ซึ่งทำให้การใส่กระบวนการต่างๆ เข้าไปทำได้โดยง่าย
-
บทบาทของผู้นำหน่วย
ท่าทีของ ผกร.บท. ในฐานะ ผู้นำหน่วย
ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง SMART
และให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของพนักงาน
เพื่อที่จะเดินหน้าขานรับนโยบาย
การสร้าง SMART ของฝ่าย บท. และของบริษัท
ที่ได้แสดงออกทางคำกล่าวอย่างชัดเจน
ตลอดจนมีส่วนร่วมสังเกตการณ์ตลอดกิจกรรม
ก็น่าที่จะทำให้น้องๆ รับรู้ถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง SMART ของหน่วย
ซึ่งจะทำให้พวกเขาพร้อมจะร่วมขับเคลื่อนสร้าง SMART
กันอย่างเต็มใจและเต็มกำลัง
-
กระบวนการ KM และกระบวนกร
ด้วยความพร้อมในบริบท ของ กร.บท.
ที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนนโยบาย
เพียงแค่กระบวนกร KM ได้ใสกระบวนการให้แก่ทีมงาน
โดยอาศัยการฉายภาพ KM ภาคปฏิบัติ
แล้วก็เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน
จากนั้นก็ให้กลุ่มได้สรุปประมวลความคิด เพื่อนำเสนอ
ก็สามารถที่จะดึงพลังทางความคิด
ดึงศักยภาพที่แฝงเร้นของน้องๆ ให้แสดงออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
นอกจากนี้ กระบวนการ KM ภาคปฏิบัติที่ครบถ้วนตามโมเดล "ปลาทู"
เริ่มตั้งแต่ "หัวปลาย่อย" - การโยนโจทย์เรื่อง
จะทำ SMART อย่างไรในบริบทของตัวเอง
ตามด้วย "ตัวปลา" - การตั้งวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และกิจกรรมทีมเวิร์คระดมสมอง
แล้วปิดท้ายด้วย "หางปลา" - การสรุปประมวลแนวความคิดกลุ่ม
โดยเน้นที่ การแปลง SMART จากนามธรรม สู่รูปธรรมที่สัมผัสได้
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เห็น รูปธรรมของ
"KM โมเดลปลาทู" ที่ชัดเจน
และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังขับเคลื่อน
ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
-
การสรุปองค์ความรู้ที่เกิดจากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ถือเป็นขั้นตอนที่โดดเด่น และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จในวันนี้
โดยในครั้งนี้ กระบวนกร และทีมงาน ได้พยายามทดลองรูปแบบการสรุป
ด้วยการให้กลุ่มได้เขียนอะไรก็ได้
เพื่อสรุปประมวล แนวความคิดของกลุ่มออกมานำเสนอ
และด้วยกุศโลบายอันลึกซึ้ง (และประหยัด) ของผู้เตรียมการ
ที่ได้จัดเตรียม “สีเทียน” กล่องเล็กๆ
ไว้ให้เป็นอุปกรณ์สำหรับขีดเขียน นำเสนอความคิด
ซึ่งทำให้ช่วยทำให้บรรยากาศของการสรุปนั้น ดูผ่อนคลาย สนุกสนาน
อันเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเกิดความคิดสร้างสรรค์
ลอกนึกถึงอารมณ์ว่า ถ้ามีใครยื่นปากกาไวท์บอร์ด สีดำสนิทหนึ่งแท่ง
เทียบกับยื่นสีเทียนกล่องเล็กๆ เพื่อให้เขียนงานนำเสนอ
อารมณ์สนุกสนานมันต่างกันลิบลับเลยใช่มั๊ยครับ
และเมื่อประกอบกับในระหว่างนั้นก็จะมีเสียงเพลงบรรเลง สบายๆ คลอเบาๆ
เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
ขอขอบคุณข้อมูลที่ละเอียดและกิจกรรมที่นำเสนอนะคะ
ขอบอกว่าตอนอ่าน พารากราฟแรก ไม่เข้าใจเลยคะ
พออ่านตลอดก็ชัดเจนคะ
ขอบคุณคะ
ขอบคุณมากๆ ครับ คุณพิมลวรรณ
ขอบอกเช่นกันว่า ตอนอ่านเม้นท์สองบรรทัดแรก ก็ตกกะใจเหมือนกัน
ว่านี่เราเขียนอะไรน้ำท่วมทุ่งไปหรือเปล่าเนี่ย
แต่พออ่านเม้นท์จบก็โล่งอกครับ
สวัสดี ครับ คุณ ซวง
วันนี้เข้ามาทักทายคุณ นะครับ
และขอกล่าวคำว่า ..สวัสดีปีใหม่ 2553... กับคุณล่วงหน้านะครับ
ด้วยความระลึกถึง
ขอบคุณมากๆ ครับ คุณแสงฯ
ยังระลึกถึงเช่นกันครับ
เข้ามาทักทายคุณซวงและสวัสดีปีใหม่ค่ะ
ไม่ค่อยได้อ่านและเขียนบล็อกค่ะ
ดีใจที่ได้อ่านกิจกรรมดีๆของคุณซวงค่ะ
ขอบพระคุณมากๆ ครับอาจารย์หมออัจฉรา
ผมเองก็เช่นกันครับ ไม่ค่อยได้อ่านบล็อกเท่าไหร่
ส่วนใหญ่เข้ามาเขียนเรื่องทิ้งไว้
สวัสดีปีใหม่นะครับ
ขอให้อาจารย์หมอสุขภาพแข็งแรง
และเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปครับ