การจัดการศึกษาเพื่อความเป็นอิสระด้วยการฟังด้วยใจ

       ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่เนื้อหา ขออนุญาตปูพื้นเรื่องการฟัง จากทฤษฎีตัว U ของ Otto C Scharmer  ซึ่งได้แบ่งการฟังออกเป็น 4 ระดับ

 

          ระดับที่ 1  I-in-me    ระดับนี้ไม่ฟังใครครับ เป็นพวกสื่อสารทางเดียว ชอบพูดมากกว่าฟัง  หรือ ประเภทฟังแต่ไม่ได้ยิน  ประมาณนั้น

 

        ระดับที่ 2  I-in-it  ระดับนี้ริ่มมีการฟังขึ้นมาบ้าง  เริ่มเปิดความคิดขึ้นมาบ้าง  เป็นการฟัง "ข้อมูล"  ฟังแล้วถ้าตรงกับความคิดของตัวเอง ก็จะสนับสนุน  ถ้าไม่เห็นด้วยก็โต้แย้ง เป็นการฟังเพื่อ "ตัดสิน" จากฐานข้อมูล

 

        ระดับที่  3  I-in-you  ระดับนี้เริ่มฟังความรู้สึกครับ  เริ่มเปิดใจ  เข้าใจความรู้สึกของคนพูด  ฟังแบบ Empathy ไม่ใช่ Sympathy

 

        ระดับที่ 4   I-in-now  ระดับนี้เป็นการฟังอย่างลึกครับ ฟังอย่างรู้ตัวทั่วพร้อม  โดยไม่ตัดสิน   ไม่มีอคติ   ฟังอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่ง

 

         ทีนี้ก็เข้ามาสู่เนื้อเรื่องครับ 

 

        มีผลการศึกษาบอกว่าเด็กไทยมีปัญหาเรื่องการคิดไม่เป็น

 

        ผมว่าจะแก้ปัญหาเด็กคิดไม่เป็น   ต้องแก้ให้ตรงเหตุครับ

 

        เด็กคิดไม่เป็น มาจากสาเหตุใด

 

        ผมขอเสนอมุมมองว่ามาจากสาเหตุด้านวัฒนธรรมในการฟังแบบ  I - in - me ครับ

 

        การจัดการเรียนการสอนโดยที่ไม่ฟังความรู้สึกของเด็ก  มักจะสื่อสารทางเดียวด้วยการสอน   ด้วยการพูดมากกว่าฟัง    ด้วยการสื่อสารแบบ I-in-me  ทำให้เด็กไม่ได้เกิดเรียนรู้   เด็กต้องฟังอย่างเดียวโดยไม่ต้องคิด  ไม่ต้องแสดงความรู้สึก  ไม่เป็นตัวของตัวเอง   นั่นคือ   การศึกษาที่ไม่เป็นไท  ครับ

 

          ผมมองว่าการฟังแบบ   I-in-me คือ  การสร้างเกราะคุ้มกันตัวเองให้อยู่ในพื้นที่ที่อยู่รอดปลอดภัย   ส่งผลมาถึงเด็กทีทำให้เด็กไม่กล้าพูดด้วยเช่นกันครับ  เพราะพูดไปแล้วจะไม่ปลอดภัย

 

 

          การไม่กล้าที่จะเปิดเกราะของตัวเองให้ออกมาฟังด้วยการเปิดความคิด และ เปิดใจ    จึงดูเหมือนกับจะไม่ปลอดภัย    ก็มีผลทำให้เด็กไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูดด้วยเช่นกันครับ

 

 

         การเปิดการฟังออกไปสู่ความคิดที่หลากหลาย ด้วย I-in-it และ I-in-you จึงเป็นความท้าทายที่ต้องใช้ความกล้าอย่างมากๆ ครับ

 

        การศึกษาเพื่อความเป็น "ไท"  จึงต้องการ "คนกล้า"  ที่จะออกจากโลกของตัวเอง  มาสู่โลกแห่งการฟังคนอื่นด้วยการฟังด้วยใจในระดับ I-in-you

 

      (ถ้าฟังให้ถึง I-in-now ก็สุดยอดเลยครับ แต่ผมว่าเอาแค่ I-in-youก็เยี่ยมแล้วครับ)

 

        ผมว่านี่คือความกล้าที่จะนำไปสู่การคิดเป็นของเด็กด้วยการศึกษาเพื่อความเป็นไท  จากการฟังแบบ I  in  you

 

      ลองฟังเด็กแบบ  I in you กันนะครับ  ผมว่าจะเกิดพลังในการพัฒนาการศึกษาที่มหาศาล  จากพื้นฐานของการ "คิดเป็น" ครับ