“เราเป็นคนไปให้ค่าเฉย ๆ แต่ทุกคนประสบภัย ทุกผู้ทุกคน ถ้าเราตัดเรื่องยาเสพติดออก เอาแค่เรื่องใจ ใคร ๆ แม้กระทั่งคนมีชื่อเสียง ก็เจ็บปวดทางใจเหมือนกัน บางรายอาจจะหนักกว่าเด็กที่เสพยาเสพติดด้วยซ้ำ”

จากการที่หนูได้ไปสัมผัสน้องที่ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดวัดป่าหนองไคร้หากหนูไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นผู้ที่มาบำบัด หนูคงบอกทุกคนว่า "แต่ละคนเป็นคนที่แววตามีความสุข อย่างน่าอิจฉา" แตกต่างจาก แววตาของหนูเองด้วยซ้ำ ยังดูทุกข์ยาก ลำบากในใจมากกว่า เขาเหล่านั้น แววตามีค่ามาก เหมือนที่พระอาจารต้อท่านเคยพูดไว้ว่า

"โยมติ๋วต้องมาดูเอง แววตาเด็กพวกนี้มันมีค่าจริง ๆ”

ซึ่งพอมาเห็นเอง ก็รู้สึกประทับใจ น้อง ๆ ไม่ได้มีค่าเพียงแววตาค่ะ เขาทำตัวเป็นประโยชน์มาก ทำชั้น โต๊ะ ก่ออิฐ ทำความสะอาด ล้างถ้วยชาม ทำอาหาร ยกสำรับอาหารให้พระสงฆ์

 

น้องต้อกำลังขมักเขม้นทาสีชั้น แล้วเขียนไว้ที่ชั้นว่า "ขุนโจรโลแมนติก" เขาเป็นคนที่ทำให้เพื่อน ๆ ได้หัวเราะเสมอ ๆ

น้องบี้กำลังช่วยพลอ๊อกเหล็กพอเห็นหนูจะถ่ายรูปเลยออกมาแบบนี้

 

       วันนี้ หนูอยากจะเขียนถึงน้อง ๆ การได้ไปสัมผัสเขาเหล่านั้น 2 วัน 1 คืน รู้สึกประทับใจ ทั้ง ความอดทน วินัย และที่ประทับลงไปในใจของหนูคือ ความเบิกบาน ทุก ๆ ที่ ที่มีน้อง ๆ พวกนี้อยู่จะมีเสียงหัวเราะดังมาแต่ไกล

          พอหนูได้คุยกับน้องตั้ม น้องตั้มก็บอกว่า

“พี่ปุ๋มสอนว่า ทุกคนเป็นคนทุกข์ ให้เอาความสุขในใจของเราออกมาแบ่งปัน”

คำพูดของน้องทำให้หนูย้อนกลับมามองดูตนเอง

หนูคอยเพ่งมองแต่ข้อด้อย ข้อเสียของตนเอง จนบางทีลืมความดีงามในใจของตนเอง

          การใช้ชีวิต 2 วัน ในช่วงที่ไปทำบุญให้พี่นก ทำให้หนูได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ครูเอ่ยกับหนูว่า

“เราเป็นคนไปให้ค่าเฉย ๆ แต่ทุกคนประสบภัย ทุกผู้ทุกคน ถ้าเราตัดเรื่องยาเสพติดออก เอาแค่เรื่องใจ ใคร ๆ แม้กระทั่งคนมีชื่อเสียง ก็เจ็บป่วยทางจิตใจเหมือนกัน บางรายอาจจะหนักกว่าเด็กที่เสพยาเสพติดด้วยซ้ำ แปลกดีที่คนไปให้ค่าต่างกัน มันแปลกดี”

          ได้ยินครูพูดแบบนี้ตอนแรกก็ยังรู้สึกลังเลสงสัย แต่การมาครั้งนี้ หนูเชื่อท่านอย่างลงใจ เพราะทุกคน มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำประโยชน์ได้อย่างเติมที่ เติมกำลัง เชื่อฟังคำสั่งของพระอาจารย์ อย่างที่พี่ปุ๋มเคยเขียนในบันทึกถึงคำสอนของพระอาจารย์พิททยา ทินนาโภในเรื่อง

“การสร้างความหมายใหม่”

แล้วหนูรู้สึกว่า ที่นี่ "ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดวัดป่าหนองไคร้" แห่งนี้ ชุบชีวิต ความเป็นมนุษย์ของคนเหล่านี้ และให้ความหมายอันทรงค่าให้เขาเหล่านี้ได้จริง ๆ

          อย่างที่บอกหากมองเทียบกับ ความบาดเจ็บในใจของหนู

ก็ไม่แตกต่างกันเลย กับน้อง ๆ ในศูนย์แห่งนี้

และสิ่งที่เยียวยาใจของเราทั้งสองฝ่ายก็คือ

“ธรรม”

อย่างที่พระอาจารย์ต้อท่านบอกว่า

 “ต้องทำ ธรรม จึงจะเข้าถึงธรรม”

          หนูเห็นอะไรชัดมากกับการที่ครูเมตตาให้หนูมาเห็นความจริงของชีวิตที่วัดป่าหนองไคร้ในครั้งนี้ ท่านสอนโดยที่พาหนูเข้ามาดูของจริง ดูน้อง ๆ ดูใจตนเองที่ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ มันน่าทึ่งมากค่ะ แทบถอดออกมาไม่หมดสักทีกับสิ่งที่ ไดร้รู้ได้เห็น ได้เรียนรู้ใน 2 วันนี้ สำหรับหนู เหมือน 2 วันนี้มันยาวนานมาก ๆ ค่ะ

          กราบขอบพระคุณค่ะ