ไม่รู้จักคำว่าความพอเพียง...ความพอดี...หรือทางสายกลาง...นั้นแล.

วันที่ 27 พ.ย. 2552 ผมเดินทางไปรอเครื่องบินเพื่อโดยสารล่องลงภาคใต้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้คุยกันยามใกล้ค่ำที่สนามบินสุวรรณภูมิ...สวัสดีครับท่านอาจารย์  เป็นการทักทายกันระหว่างผมกับ รศ.ดร. สุนทร  โสตถิพันธุ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 ท่านเป็นอดีตอธิการบดีของ มอ. แห่งนี้  ท่านพึ่งกลับจากไปบรรยายให้พระคุณเจ้าที่ ม. มจร. วังน้อย จ. อยุธยา  และไปพูดที่บัณฑิตวิทยาลัยของ ม. มหิดล 

 ท่านอาจารย์ว่าชีวิตที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็ดีเพียงพอไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรให้มันมีความทุกข์ยากใจ...เมื่อครั้งผมไปนอนพักค้างคืนที่เขื่อนเชี่ยวหลานในวันที่ 4 -6 ธ.ค. 2552 ที่ผ่านมา

ผมได้คุยกับหัวหน้ากองของเขื่อนแห่งนั้นเขาให้ข้อคิดน่าสนใจว่า...การทำงานมีประชุมมากมายทำหลายอย่างคุ้มกับเงินเดือนที่จ้างเราแพง ๆ เรื่องวิถีชีวิตนี้บางครั้งควรวางแผนการณ์เอาไว้บ้างเช่นพอช่วงวัย 50 ปีไปแล้วควรออกไปทำงานของตนเองที่เราชอบเพราะจะได้ใช้เวลาที่เหลือทำงานให้กับตนเองครอบครัวของตนเองมีบ้านเป็นของตนเองอย่างทำสวนยางหรือเอาอย่างสวนปาล์มนี้นับไป 20 วันก็นำปาล์มไปขายได้เงินก้อนแล้ว

ทำอย่างอื่นก็ต้องอยู่ติดที่ต้องเฝ้าแต่ทำสวนปาล์มนี้เราจะมีความอิสระมากมีเวลาอยู่กับครอบครัวทำอะไรเพื่อครอบครัวได้เยอะ  ถ้ายังทำงานเป็นการได้เงินเดือนชนเดือนแต่เจ้าของโรงงานรวยเราก็อยู่อย่างนี้บางทีเป็นหนี้เป็นสิ้น

  คนเราควรแบ่งเวลาช่วงท้ายของชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัวบ้างจะดีไม่น้อย...

แง่คิดได้จากการคุยกันในแวบของผมคือว่า...การมีชีวิตอยู่ที่วิ่งไล่ตามความอยากของคนเรานั้นจะไม่รู้จักคำว่าความพอเพียง...ความพอดี...หรือทางสายกลาง...นั้นแล.