Appreciative Inquiry เพื่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ (12)


การเรียนรู้จากกลุ่มตัวอย่างแบบสุดขั้ว (1)

"เรียนรู้จากคนที่ทำอะไรแบบธรรมดา เราก็จะได้ความรู้ธรรมดาๆ

เรียนรู้จากคนไม่ธรรมดา เราจะได้ความรู้ไม่ธรรมดา"

วันนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมอยากเล่าที่สุดประสบการณ์หนึ่ง อาจมีการกล่าวถึงในวงการผู้สนใจ AI น้อยมากครับ คือเรื่องกลุ่มคนพิเศษเวลาผมทำ AI กับกลุ่มผู้ประกอบการ หรือนักบริหารและนักเรียน เราจะไม่เน้นที่คำถามแบบ AI และถามคนกลุ่มใหญ่อย่างเดียว เรามักจะมองหาคน "พิเศษสุดๆ" คนพิเศษสุดนี่ถ้าวิจัยด้วยสถิติจะเป็นพวกหลุดขอบค่าเฉลี่ย (Outliner) ครับ ทำไมควรมองหาครับ ตามประสบการณ์ของเราความรู้ที่ได้จากคนกลุ่มนี้สามารถเอามาใช้ปรับปรุงกิจการ และส่งผลให้เกิดการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น สร้างผลประอบการณ์ที่ดีได้จริง ในส่วนอื่นๆเช่นด้านการศึกษา หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็จะให้อะไรที่น่าสนใจ ฟังแล้วตื่นเต้นน่าทึ่งครับลองดูตัวอย่างการ "เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ Outliner ของพวกเราดูนะครับ"

กรณีแรก อันนี้มันส์ครับ เป็นการใช้ AI เพื่อค้นหาแนวทางการเรียนฟิสิกส์ของคุณสมฤดีครับ เราคัดตัวอย่างสนุกๆกันครับ คุณสมฤดีเป็นวิศวกรเคยติดกล่ม 1-50 ของฟิสิกส์โอลิมปีก มีน้องสาวเป็นหมอ ก็เลยเล่นกันอย่างนี้ครับ "ลองหาหมอและวิศวกรประเภทไม่ใส่แว่น (ไม่รวมพวกทำ เลสิกส์) ตอนเด็กๆเรียนฟิสิกส์เก่งๆ แล้วลองไปถามว่าตอนเด็กคนกลุ่มนี้ใช้เวลาว่างทำอะไร" เราได้ไม่กี่คนครับ แต่คำตอบทำให้ทึ่งครับ มีคนหนึ่งชื่อพี่สุทิน คนนี้ที่หนึ่งแพทย์ศาสตร์ครับ  ตอนเด็กพี่เขาบอกว่า "อ่านหนังสือกำลังภายใน" ส่วนวิศวกรเพื่อนผมอีกคน คนนี้สอนฟิสิกส์เก่ง จนมี BM ไปหลายคัน พูดเหมือนกันเด๊ะ พูดง่ายๆครับ หมอและวิศวที่เก่งฟิสิกส์พูดเหมือนกันครับว่า "อ่านกำลังภายใน" อันนี้เป็นกลุ่มผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง คุณหมอคนหนึ่งเรียนหมอมาจนจบเอก ไม่เคยใส่แว่น สุขภาพจิตดีมากคนนี้จะพูดเหมือนกันกับวิศวกรที่เก่งๆอย่างสมฤดีคือ "หนูอ่านนิทานเด็กและนิยายวิทยาศาสตร์ค่ะ" เป็นไปได้ไหมครับ เราควรปลูกฝังให้เด็กๆอ่านวรรณกรรมจนโต เพราะอาจมีส่วนช่วยพัฒนาสมองให้เกิดการเชื่อมโยงได้ดีกว่า 

กรณีที่สองคุณจุราพร ทำเรื่อง Positive Aging ในโรงพยาบาลแถวมหาสารคาม อันนี้กลุ่มตัวอย่างเรากำหนดไว้ Outliner สุดๆเหมือนกันคือ "ให้มองหาคนสูงอายุที่เดินเข้าโรงพยาบาลมา ต้องเป็นคนดูมีความสุข ยิ้มแย้มเบิกบาน" คุณจุราพร บอกว่าหายากมากอาจารย์ แต่ก็เจอจนได้ครับสัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์มา ก็เจออะไรแปลกๆอีกครับ จุดร่วมของผู้สูงอายุที่ดูสุขภาพจิตดี เบิกบานนั้นอธิบายได้ด้วยคำบอกเล่าของผู้สูงอายุรายหนึ่งคือ "ป้าวางแผนการเงินดีค่ะ คือก่อนเกษียณ 10 ปีก็วางเรื่องการเงินอย่างดีแล้ว จะได้ไม่เป็นกังวล" ผมฟังแล้วทึ่งครับนี่มันการแพทย์แบบองค์รวมชัดๆ กลายเป็นว่าถ้าเราจะวางแผนให้คนสูงอายุอยู่อย่างเบิกบานและป่วยน้อยลง สิ่งที่เราต้องทำคืออาจจะเป็น "ต้องส่งเสริมการวางแผนเรื่องการเงินแต่เนิ่นๆครับ"

ผมมองว่ากลุ่ม Outliner นี่แหละครับเป็นกลุ่มที่จะทำให้เราได้ความรู้ที่นึกไม่ถึงทีเดียว การทำ AI Projects ของเราทุกโครงการจะไม่ลืมที่จะหาคนกลุ่มพิเศษนี้ให้เจอครับ

 

 

 

คำสำคัญ (Tags): #appreciative inquiry#learning organization
หมายเลขบันทึก: 319501เขียนเมื่อ 11 ธันวาคม 2009 10:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 11:16 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

ขอบคุณความรู้ดีๆขอรับ

อาจารย์ขา Positive Aging เป็นยังไงคะ

Positive Aging เป็นการใช้ Apprecaitive Inquiry และจิตวิทยาบวก เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุครับ

  • สวัสดีครับอาจารย์
  • ให้สาระดี น่าสนใจประเด็นการเลือกกลุ่มตัวอย่าง แบบ outline เหมือนการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสุดโต่ง หรือเปล่าครับ
  • ตอนนี้ก็อ่านนิทาน เล่านิทานให้ลูก 3-4 เดือน ฟังอยู่ครับ

ใช่ครับถูกต้องครับ เอามันสุดๆครับ

อ.โย

แต่การตั้งโจทย์ ลองเน้นมันส์ หลุดๆหน่อยๆครับจะดีจริงๆ

ได้อ่านหัวข้อนี้ต้องร้อง

Oh My God เลยครับ

เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี