ยามเช้าที่ ร.ร.วิทยสัมพันธ์

   หลังจากทราบกำหนดวันที่แน่นอนแล้ว ผมก็เริ่มจัดทำรายละเอียดการจัดกิจกรรมในค่ายฯ โดยกำหนดกิจกรรมไว้สองส่วนคือ กิจกรรมเชิงเนื้อหา และกิจกรรมสันทนาการ

   กิจกรรมเชิงเนื้อหา ผมใช้ประสบการณ์เมื่อคราวจัดค่ายฯ ให้เด็กและเยาวชนที่มีแววมีความสามารถพิเศษ ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อปิดเรียนภาคฤดูร้อนปี ๒๕๔๙ โดยกำหนดทักษะที่ต้องการเสริมสร้างให้นักเรียน ๔ ประการ คือ สุ จิ ปุ ลิ และต้องการผลลัพธ์จากค่าย เป็นหนังสือทำมือซึ่งเนื้อหามาจากกระบวนการในค่ายฯ

   เนื้อหาส่วนนี้ผมต้องการ Input ความรู้หลัก ๆ ๓ เรื่องให้แก่นักเรียน คือ ความรู้เกี่ยวกับคำถาม ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และความรู้เกี่ยวกับการเขียนเรียงความ/เรื่องเล่า

   ความรู้เกี่ยวกับคำถาม เป็นการให้เนื้อหาเกี่ยวกับการใช้คำถามในการสืบค้นหาความรู้ต่าง ๆ ให้นักเรียนได้ฝึกตั้งคำถาม และการเตรียมคำถามสำหรับการเข้าไปสอบถามเก็บข้อมูลจากชาวบ้านในชุมชน ในส่วนนี้ผมวางว่าตัวเองจะเป็นผู้รับผิดชอบ

   ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ เพื่อให้นักเรียนถ่ายภาพได้ ถ่ายภาพเป็น นำหลักการความรู้ไปถ่ายภาพเมื่อนักเรียนออกไปเก็บข้อมูลในชุมชน สำหรับนำมาประกอบเรื่องราวของกลุ่มตนเอง

   ความรู้เกี่ยวกับการเขียน เป็นการฝึกทักษะการเขียนให้แก่นักเรียนในค่ายฯ เพื่อให้นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสอบถามจากผู้รู้ในชุมชน มาเขียนเรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า จัดทำเป็นหนังสือทำมือ

   ในส่วนกิจกรรมสันทนาการ ผมทาบทาม บ็อบบี้ – อาคร ประมงค์ นักฝึกอบรมจากกลุ่มบ้านกิจกรรม (Home @ Activity) เพื่อนรุ่นน้องที่เคยร่วมงานกันมาหลายปี ตั้งแต่คราวที่ผมทำงานประจำอยู่กับหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีภาระงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ โดยที่บ็อบบี้มาช่วยหน่วยงานที่ผมทำงานอยู่จัดค่ายในช่วงปิดภาคเรียนอยู่เสมอ ผมคุยรายละเอียดเกี่ยวกับค่ายฯ ให้บ็อบบี้ฟัง หลังจากตกปากรับคำว่าจะเดินทางไปร่วมจัดค่ายฯ ด้วย

   จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างจะเกรงใจบ็อบบี้ไม่น้อย เนื่องจากผมร้องขอความช่วยเหลือให้บ็อบบี้ไปช่วยงานในลักษณะจิตอาสาอยู่บ่อยครั้ง ครั้งล่าสุดห่างกันยังไม่ถึงเดือน แต่เพราะต้องการคนมืออาชีพมาช่วย จึงต้องตัดคำว่าเกรงใจทิ้งไป


ทีมงานจากรุงเทพฯ แป๊บซี่ ผม และ บ๊อบบี้

   การระดมพลังเพื่อจัดค่ายฯ นี้ ผมได้เขียนบันทึกลงใน GotoKnow เพื่อประชาสัมพันธ์ และชักชวนสมาชิก G2K มาร่วมค่ายฯ ซึ่งได้รับความสนใจและมีส่วนร่วมหลากหลาย หลายท่านบริจาคเงินสมทบเป็นค่าอาหาร บางท่านบอกจะส่งของมาให้ บางท่านรับปากรับคำว่าจะเดินทางมาร่วมค่ายฯ ฯลฯ

   สถานที่จัดค่าย คือ โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๓ จ.พิษณุโลก ก่อนหน้านั้น ผมเคยร่วมงานกับ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร ผู้อำนวยการ สพท.พล.เขต ๓ เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นรองผู้อำนวยการ สพท.สุโขทัย เขต ๑ จึงได้บอกกล่าวให้ท่านได้ทราบ และเชิญท่านมาเป็นประธานในพิธีเปิดค่ายฯ ซึ่งท่านก็ยินดีอย่างยิ่งกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น และตกปากรับคำว่าจะแวะมาเยี่ยมค่ายฯ ทั้งที่ระยะทางจากสำนักงานเขตฯ มาถึงโรงเรียน ไกลกว่า ๑๐๐ ก.ม.

   เนื่องจากการจัดค่ายฯ คราวนี้มิได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานใด แต่ในการจัดค่ายฯ มีค่าใช้จ่ายบางอย่าง ผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่น่าจะมีส่วนร่วมด้วย จึงโทรศัพท์ประสานงานไปที่ปลัด อบต.ห้วยเฮี้ย บอกกล่าวว่าจะไปจัดค่ายฯ ที่โรงเรียน ทิ้งท้ายด้วยการขอสนับสนุนบางส่วนจาก อบต. ซึ่งทางปลัด อบต. ก็ตกปากรับคำว่าจะให้การสนับสนุนค่ายฯ ด้วย

   อีกรายหนึ่งที่ผมเอ่ยปากขอรับการสนับสนุนคือ คุณชนินทร์ ทรงเมฆ ผู้จัดการ บริษัทเอสเคอินเตอร์ฟู้ดจำกัดผู้ผลิตเนื้อหมูอนามัยจำหน่วยในเขต จ.ตาก สุโขทัย กำแพงเพชรและพิษณุโลก เพื่อนเก่าแก่ของผมรู้จักและคุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ จ.ตาก เพื่อนผู้นี้รับปากว่าจะให้การสนับสนุนเนื้อหมูจำนวน ๒๐ ก.ก. เพื่อนำไปประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียนในค่ายฯ

   ผมพบกับพี่ชิว – ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เมื่อคราวไปฟังบรรยายที่ มจร.วัดพระธาตุ พี่ชิวแบ่งรับบางสู้ว่าจะอาจจะได้ไปร่วมค่ายฯ ด้วยหากในช่วงนั้นไม่ติดภารกิจอะไร พบกันคราวนั้นผมได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์มากมายในการจัดค่ายฯ

   ใน G2K ผมได้พูดคุยกับอาจารย์ธนิตย์ สุวรรณเจริญ เชิญท่านมาถ่ายทอดประสบการณ์ถ่ายภาพให้นักเรียนในค่ายฯ อ.ธนิตย์ ยินดีเดินทางมาร่วมค่ายฯ ตามคำเชิญของผม

   ช่วงก่อนค่ายฯ ราวหนึ่งสัปดาห์ผมติดต่อกับพี่ครูคิมค่อนข้างบ่อย เรื่องหนึ่งที่หารือพี่คิมคือ การหาวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านภาษาไทย พี่ครูคิมรับอาสาจะประสานงานเชิญครูภาษาไทยมาสอนนักเรียนเรื่องการเขียนบันทึก/เรื่องเล่า ทั้งนี้พี่คิมบอกว่างานนี้ ศน.อ้วน ก็จะเดินทางมาด้วย อาจจะเชิญ ศน.อ้วน บรรยายให้ความรู้แก่นักเรียนด้วยก็เป็นได้ วิทยากรในส่วนนี้จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

   ก่อนค่ายฯ จะเริ่มขึ้นในวันรุ่งขึ้น ผมโทรศัพท์คุยกับพี่ครูคิมว่า อยากจะนัดคุณครูที่เป็นพี่เลี้ยงค่ายฯ ประชุมเตรียมการกันก่อน ผมคำนวนเวลาเดินทางแล้วก็นัดประชุมตอน ๑๖.๐๐ น.

   กว่าที่ผมและทีมงานจะออกจากกรุงเทพฯ ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสอง เราเดินทางไปถึงโรงเรียนตอน ๒๐.๐๐ น. ด้วยความทุลักทุเลและหนาวเหน็บ เป็นอันว่าการประชุมจึงต้องยกเลิกไป