รู้ตัว รู้ตน รู้หลักพัฒนา
การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน HA ที่บูรณาการเอามาตรฐานของการสร้างเสริมสุขภาพเข้ามาเพิ่มคุณค่า ทำให้เห็นความงดงามของการพัฒนาเพื่อประชาชน เพื่อชุมชนที่เด่นชัดขึ้นมาควบคู่การพัฒนาการดูแลรักษาในโรงพยาบาล ที่มีการปรับปรุงระบบงานตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ เมื่อเกิดความเสี่ยง หรือจุดอ่อนของการดูแลตรงไหนก็ทบทวนและปรับปรุงกันไป ยากง่ายแล้วแต่วัฒนธรรมขององค์กรและความเข้มแข็งของผู้นำและบุคลากรในรพ.แห่งนั้น
  
Dsc_0200a
แต่ถ้าหากเป็นการพัฒนาที่มุ่งไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริงแล้วนั้น นอกจากพัฒนาตามหลักที่ได้กล่าวไปแล้ว การที่ทำให้บุคลากรในโรงพยาบาลมีความสุขเห็นคุณค่าและความหมายในการทำงานและการสร้างพลังอำนาจให้ภาคีที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลกับการดูแลสุขภาพ สุขภาวะ ได้แสดงออก แสดงความคิดเห็น มีโอกาสเรียกร้องเพื่อที่จะดูแลสุขภาพของตนเอง ตามวิถีชีวิตของตน เป็นการพัฒนาที่ไม่แปลกแยกไปจากวิถีชีวิต กลืนไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน  ดังนั้นรพ.ที่จะพัฒนาคุณภาพควรนำบริบทพื้นที่เข้ามาเรียนรู้ ศึกษา เพื่อพัฒนาไปควบคู่กับมาตรฐานวิชาชีพ อีกทั้งควรนำแนวคิดของการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็ง ภาคีสุขภาพอื่นๆ ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็น อสม. อบต. เทศบาล ซึ่งแต่ละคนจะมีมุมมองและวิธีการทำงานของแต่ละคนอยู่ หากหันหน้ามาคุยกัน สื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน จะทำให้ปัญหาสุขภาพของพื้นที่สามารถได้รับการแก้ไข พฤติกรรมสุขภาพได้รับการปรับเปลี่ยนที่ตรงประเด็นและสอดคล้องกับปัญหาของเขาจริงๆ สรุปก็คือให้ชาวบ้านเขาได้รับรู้ข้อมูลและปรับเปลี่ยนด้วยตัวของเขาเอง เพราะเขาสามารถจัดลำดับความสำคัญของเขา ของชุมชนได้ หากเขากับเราหันหน้ามาคุยกันและทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญอีกส่งหนึ่งที่รพ.ยึดถืออยู่ภายในของการทำงาน วิธีคิด วิธีการทำงานที่แฝงอยู่เป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งบางครั้งคนในองค์กรอาจจะมองไม่เห็นเป็นรูปธรรม เพราะค่อนข้างเป็นนามธรรม นั่นคือค่านิยมร่วมในการทำงานคือ core value นั่นเอง หากเราจะค้นหา หรือซักถามว่าเขามีวัฒนธรรมหรือค่านอยมองค์กรอย่างไร ก็คงได้แต่ประโยคที่ท่องจำตามๆกันมา แต่หากให้เล่าเรื่องความสำเร็จในการทำงาน เราจะมองเห็นค่านิยมในการทำงานแฝงอยู่ในเรื่องเล่านั้นได้ส่วนหนึ่ง หน้าที่ของเราคงจะต้องช่วยกันค้นหาคุณค่าเหล่านั้นออกมาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้คนทำงานรับรู้คุณค่าที่แฝงเร้นนั้นออกมาเชิดชูให้โดดเด่นและมองเห็นชัดขึ้นค่ะ
ขอสรุปว่าการพัฒนาต้องรู้ตัว(รู้บริบทปัญหาสำคัญ ปัญหาพื้นที่) รู้ตน(รู้ค่านิยมร่วมนาการทำงาน) รู้หลักพัฒนา(รู้มาตรฐาน) หากมีครบทั้งสามด้านที่สมดุลย์กัน นั่นคือการพัฒนาที่นำไปสู่ความยั่งยืนนั่นเองค่ะ
 
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสเข้าเยี่ยมโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทีมผู้เยี่ยมสำรวจทำให้เข้าใจ หลักการพัฒนาที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ การพัฒนาที่สอดคล้องกันดังกล่าวผู้เยี่ยมสำรวจควรหยิบยกมาเพื่อชื่นชมให้เห็นตัวอย่าง ซึ่งกว่าจะค้นหาความสอดคล้องเชื่อมโยงกันได้นั้น ต้องยอมรับว่าต้องใช้ความสามารถขั้นสูง ที่ยังเป็นโอกาสพัฒนาของพอลล่าในการที่จะวิเคราะห์ สังเคราะห์จากข้อมูลที่อ่าน เพราะหากข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายๆที่ เป็นหน้าที่ของเราที่จะรวบรวมให้เห็นจุดเชื่อมต่อของการพัฒนาเพื่อสร้างคุณค่าให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม อาจารย์เรวดีบอกว่าต้องพัฒนา Conceptual  thinking ให้มากๆ
 
โรงพยาบาลชุมชน 60 เตียง มีแพทย์เฉพาะทางสูติกรรม ศัลยกรรม
 
มีวิสัยทัศน์ คือ
เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐาน และบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์
 
จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายๆส่วน ทีมเราวิเคราะห์ออกมาได้ดังนี้

61933_558372 

  1. รพ.มีการนำบริบทมาใช้ในการพัฒนา เป็นรพ.ที่อยู่ริมถนนมิตรภาพ เกิดอุบัติเหตุบ่อย ทีมได้นำมาปรับระบบอุบัติเหตุ พัฒนาระบบ EMS นำชุมชนมาร่วมในการพัฒนา EMS สามารถขยายความครอบคลุมได้ทุกตำบลที่รับผิดชอบ 
  2. รพ.มีแพทย์เฉพาะทางสูติกรรม และศัลยกรรมซึ่งรพ.ชุมชนส่วนใหญ่ไม่มี ทีมรับผู้ป่วยมาเพื่อทำผ่าตัด ทีมได้พัฒนาระบบการดูแลทางสูติกรรม ทำให้ภาวะแทรกซ้อนลดลง สำหรับคนไข้ศัลยกรรมได้พัฒนาระบบการดูปลคนไข้บาดเจ็บที่ศีรษะโดยเชื่อมต่อการทำงานกับชุมชนและการปรับปรุงถนน การจราจร วินัยการจราจรมาระดับหนึ่ง
  3. รพ.มีข้อจำกัดคือ ไม่มีอายุรแพทย์ ข้อมูลพบว่ามีคนไข้โรคทางอายุรกรรมเช่นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด AMI(Acute Myocardial Infarction) ซึ่งเป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูง ทีมได้พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ตั้งแต่ดูเรื่องการวินิจฉัย การส่งต่อที่ทันเวลา มีการประสานเครือข่ายส่งต่อในจังหวัด ส่วนเรื่องเพิ่มเติมคือการติดตามผลการส่งต่อเพื่อมาพัฒนาศักยภาพของทีมในการดูแลรักษา พัฒนาแนวทางให้เฉียบคมจากปัญหาที่พบจากรอยต่อของการประเมินให้มากขึ้น
  4. รอยต่อของการพัฒนา รอยต่อของการส่งต่อ ข้อมูลคนไข้กลับมารักษาซ้ำมากโดยเฉพาะในกลุ่ม โรคปวดท้อง แผลในกระเพาะอาหาร ทีมนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างไร จะพัฒนาศักยภาพ รพ.ที่ส่งต่อมาอย่างไร
  5. ปัญหาพื้นทีมีกลุ่มแม่ตั้งครรภ์อายุน้อยอยู่จำนวนหนึ่ง เปิดปัญหาทารกน้ำหนักน้อย คลอดก่อนกำหนด อุณหภูมิต่ำ เราควรหาข้อมูลเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพในแม่และชุมชน
  6. รพ.มีเจ้าหน้าที่ที่มีอายุงานมาก คนอยู่นาน ย้ายออกน้อย ดูเรื่องศักยภาพ ระยะยาวอาจเสนอแนะเรื่อง competency ของคน ไปกระทบกับเงินค่าตอบแทน เชื่อมกับความพึงพอใจ ความยึดมั่นผูกพันองค์กร เรามองเห็นนวตกรรมในการค้นหาศักยภาพของคนที่ซ่อนอยู่โดยใช้กิจกรรม ครอบครัว อิ่มอุ่นไอรัก เป็นตัวเดินสามารถส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้ เชื่อมต่อไปถึงการนำองค์กรของผู้นำที่ให้หลักการบริหารแบบครอบครัว พ่อปกครองลูกทำให้บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยความเอื้ออาทร
  7. การที่รพ.นำเรื่องการดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์เข้ามา เราควรค้นหาเรื่องเล่าที่สะท้อนการดูแลด้วยหัวใจเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนให้ชัดเจนมาเป็นตัวอย่าง สำหรับที่ปรึกษาการมองเรื่องที่เป็นจุดใหญ่ เรื่องระบบแล้วมาชื่นชมนั้นสร้างคุณค่ามากกว่าการชื่นชมเรื่องเล็กๆ การชมภาพใหญ่ได้นั้นมาจากการพัฒนาการมองเชิงระบบ (system thinking ) ก็เป็นโอกาสพัฒนาของพอลล่าอีกเช่นเคย
  8. ทีมมีการพัฒนาเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร มีชุมชนเข้มแข็งที่เป็นตัวอย่างมากมาย โดยเฉพาะชุมชนที่เป็นชุมชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โอกาสพัฒนาน่าจะเป็นจุดเชื่อมต่อของชุมชนและการรักษาในรพ. ที่ยังเป็นปัญหาของทีมในการดูแลรักษาในรพ. กลับมารักษาซ้ำบ่อยๆ หรือกลุ่มชุมชนที่เป็นกลุ่มโรคสำคัญที่ต้องอาศัยแนวคิดของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยได้ผลแล้วในชุมชนอื่นมาใช้
 
Dsc_0271a
วันนี้ขอบันทึกไว้เพื่อการเรียนรู้ในบทบาทหน้าที่หนึ่ง ที่เรายังไม่พอใจ ยังอยู่ในช่วงทำใจให้รักที่จะทำ ในการมองภาพรวมขององค์กร ของโรงพยาบาลเพื่อที่จะช่วยให้มองเห็นภาพองค์กรของเขาได้ชัดเจนมากขึ้นและนี่คือ
คุณค่าเพิ่มของที่ปรึกษา ผู้เยี่ยมสำรวจที่พึงกระทำ