แม่คะ

 

ตอนนี้อาการของพ่อดีขึ้นมากแล้ว ยังคงเหลือแต่เรื่องการกลืนของพ่อที่ยังกลืนไม่ได้ คุณหมอทางกายภาพบอกว่า คงฝึกเรื่องการกลืนให้พ่อลำบาก เพราะคุณพ่อดูซึมเศร้ามาก คงไม่ให้ความร่วมมือ อาจจะต้องใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องหากพ่อดึงสายยางทางจมูกออกบ่อยๆ

 

วันพ่อปีนี้ พ่อนอนนิ่งอยู่บนเตียง ขยับแขนขาได้บ้าง แต่ไม่สามารถพลิกตะแคงตัวเองได้ จำได้ว่า วันพ่อปีที่แล้ว พวกเราซื้ออาหารที่พ่อชอบมาให้ทาน พ่อทานได้เยอะ แม้จะสำลักเป็นบางช่วง แต่ปีนี้พ่อต้องทานอาหารทางสายยาง ที่คงไม่รู้รสชาดว่าอร่อยถูกใจหรือเปล่า พอหมดฤทธิ์ยาที่ทำให้พ่อหลับ พ่อก็ลืมตาโพล่ง ดูเหมือนพ่อไม่กระพริบตาเลย หลายคนบอกว่า พ่อคงไม่รับรู้อะไร แต่หนูคิดว่าพ่อรู้ทุกเรื่อง เวลาที่ใครพูดอะไรแค่เพียงว่าไม่คุยด้วยไม่ตอบโต้ทำเป็นนิ่งเฉย หนูสังเกตุเห็นพ่อทำท่าทางสนใจเมื่อมีใครคุยกัน

 

เมื่อเช้าน้องพยาบาลช่วยกันอาบน้ำให้พ่อ และอวยพรให้พ่อสบายใจในวันพ่อ น้องคงเห็นว่าพ่อซึมเศร้าเช่นกัน

 

พ่อมีเสมหะค่อนข้างมากและดูดไม่ออก แต่ยังโชคดีที่พ่อสามารถไอขับออกมาได้ แต่ก็ยังคงมีเสียงครืดคราดตลอดเวลา

 

หนูเองอาการหวัดกำเริบหนัก หนูนอนตลอดทั้งเช้าไม่ได้ไปร่วมพิธีวันพ่อที่อำเภอ ก็ได้แต่ถวายพระพรกันทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ หนูอยากพักผ่อนให้มาก ไม่อยากที่จะไม่สบายมากๆ เพราะจะทำให้ดูแลพ่อไม่ไหว ก็หวังแต่ว่า พ่อคงไม่ติดหวัดจากหนูเพราะร่างกายพ่อยังคงอ่อนแอ

 

พ่อคงกลายเป็นคนไข้ติดเตียงไปแล้ว นักกายภาพบำบัด พยายามที่ให้พ่อลุกนั่ง แต่พ่อทำไม่ได้ ตัวพ่อเกร็งเป็นท่อนไม้ เวลาที่ถูกจับให้นอนตะแคงหรือลุกนั่ง คงต้องดูแลพ่อเหมือนคนไข้ที่ต้องนอนติดเตียง พ่อไม่มีเรียงแรงที่จะลุกขึ้นเดินอีกต่อไป เหมือนที่พ่อพยายามจะทำ เวลาที่พ่อเพ้อ พ่อก็ทำได้แค่เพียงการยกมือขึ้นชี้เพดาน และบ่นพึมพำแบบไม่ได้ศัพท์

 

วันพ่อปีนี้ พ่อต้องนอนบนเตียงคนไข้ข้างๆลูกสาวคนเล็กที่นอนโซฟาเพราะจับไข้กันสองคนพ่อลูก โดยไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษสำหรับพ่อเหมือนอย่างเคย แต่....นี่ก็เป็นสิ่งดีที่สุดแล้ว ในยามที่เราไม่มีใคร แต่...อีกความคิดหนึ่งของหนู ก็อยากให้พ่อกลับไปมีอำนาจ บารมี เหมือนเคย พ่อคงไม่เงียบเหงาและซึมเศร้าเช่นนี้

 

รักษาสุขภาพนะคะ

ลูก

วันที่ 5 ธ.ค. 52 : 12.30 น.

 

  ณ ห้องพักคนไข้