วันนี้ ในชั่วโมง Introduction to Palliative มีคำถาม ให้นักศึกษาแพทย์ชั้นปีสี่ คิดว่า หากตัวเองมีเวลาเหลืออีก 8 ชั่วโมง จะทำอะไร ส่วนมาก นักศึกษาจะตอบใกล้เคียงกับทฤษฎี ว่า ต้องการอยู่ที่บ้าน อยู่กับครอบครัว กับคนที่รัก ได้กล่าวลา ได้ขอโทษ กับบุคคลเหล่านั้น
    แต่มีนักศึกษาคนหนึ่ง ทำท่าครุ่นคิด พร้อมกับคำตอบ "ผมจะขอเขียนจดหมายไปด่านักการเมืองคนนึง มิฉะนั้นคงเสียทีที่เกิดมา" .."โอ้" ฉันและอาจารย์อีกท่าน อุทานขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย..ฉันเกือบหลุดออกไปว่าแบบนี้ก็เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันสิ แต่สิ่งที่ได้ฟังจาก อ.สกล ก็ทำให้ฉันระงับไว้ เปลี่ยนเป็นคำถาม "อะไรที่ทำให้น้องคิดอย่างนั้นคะ" ..."ผมคิดว่า การชมไม่ทำให้สังคมไทยดีขึ้นหรอกครับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อีกอย่าง ผมอยากจะเขียนหนังสือร่วมกับ (ชื่อพิธีกรรายการสนทนาการเมืองชื่อดังคนหนึ่ง) ที่ทำให้คนไทยรู้สึกตัว" เขาเสริม..
ด้วยใจจริง ถึงแม้นักศึกษาคนนี้ จะให้คำตอบที่ฟังดูออกจะ "แปร่ง" และถึงแม้ฉันไม่เห็นด้วยกับทัศนคติเรื่องการ "ด่า"เท่านั้นที่ทำให้อะไรดีขึ้น  แต่ฉันก็รู้สึกชื่นชมในความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองของเขา "สงสัยว่าอนาคตข้างหน้า เราคงได้เห็นน้องในรายการทีวีเสียกระมัง"
ความรู้สึกต่อการเมืองที่รุนแรงของนักศึกษาคนนี้เกิดจากการตัดสินว่าสิ่งที่คนอื่นทำและไม่ตรงกับที่เขาคิดนั้น "ผิด"  แล้วเราในฐานะครูควรสอนเขาอย่างไร?  หากด่วนไปตัดสินว่า เธอคิดอย่างนั้นผิด แล้วอะไรละคือตัวอย่างของการไม่เอาตัวไปตัดสิน?? อะไรคือสิ่งเปรียบเทียบให้เขาเห็นข้อแตกต่าง??

มันเป็นเรื่องยากที่จะไปคิดแทนคนอื่น เมื่อผิดไปจากที่คิด ก็ผิดหวัง โดยเฉพาะการคิดแทนแบบสำเร็จรูป ยกตัวอย่าง พ่อแม่บางคน คิดว่า ต้องเตรียมบ้านพร้อมที่ดินไว้ให้ลูก  แต่เมื่อลูกโตขึ้น ไม่ได้ทำงานในจังหวัดนั้น ก็ไม่ได้อยู่  ความรู้ที่อาจารย์บอกให้ท่องจำให้ได้ จบมา เครื่องมือเปลี่ยน concept เปลี่ยน ก็ไม่ได้ใช้  
   สิ่งมีค่าหนึ่ง ที่เราอาจลืมหยิบยื่นให้แก่กัน เป็นของมีค่า ทั้งที่ไม่มีราคา ก็คือ "ความเคารพใน ความแตกต่าง"