สวัสดีครับ

สาเหตุที่เราอยากจะตอบ โต้ตอบ แนะนำ ขัดแย้ง นั่นเป็นเพราะเราฟังใน mode debating หรือ I in It มองเห็นประเด็น ตีความ และก็เข้าใจในความหมายของ words ที่เราได้ยิน

แต่เมื่อเราฟังใน mode ของ I in You เราจะเริ่มได้ยินเสียงร้องจาก "หัวใจ" ของคนพูด คนพูดได้เปิด "พื้่นที่" เชื้อเชิญให้เราลองเข้าไปย่างกราย เยี่ยมเยือน ความเป็นตัวของตัวเขา เราในฐานะแขก เราจะทำอย่างไรดี?

เข้าไปฉี่รด? เข้าไปชมเฉยๆ เข้าไป engage สืบค้น เข้าไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราไม่ชอบ? เข้าไปทำให้เหลือแต่สิ่งที่เรา approve?

ในขณะที่เรามั่นใจว่าเราเป็นคนดี หวังดีต่อสังคม เป็นไปได้หรือไม่ที่คนอื่นก็เป็นคนดีด้วย หวังดีต่อสังคมด้วย แต่อะไรล่ะที่ทำให้เราคิดต่างกัน และสุดท้ายใครเป็นคนตัดสิน? และสุดท้ายสุดท้ายถ้าไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แล้ว relationship ระหว่างเรากับเขาสำคัญหรือไม่ เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เราทั้งคู่อาจจะได้รับกลับไปหลังการสนทนาครั้งนี้

ฯลฯ

สิ่งที่ทำ คงจะเกิด consequences ต่างๆกัน เราไม่ทราบหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปัญหาที่น่าสนใจอาจจะเป็น "แล้วเรา care หรือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และเรา care ใคร? care ความถูกผิิด (ในความหมายของเราเอง) หรือว่า care ในมิตรภาพที่เปิดออกต้อนรับเราแต่แรกเริ่ม แล้ว care ว่า ถ้าเราพูดอย่างนี้ๆ คนๆนั้นอาจจะรู้สึกอย่างไร?"

ถ้าเราสนใจแค่ contents เราก็จะอยู่แต่เพียง debating mode เท่านั้น หาคนแพ้ คนชนะ หาข้อสรุป นี่เป็นเรื่องของ traditional morality แต่ถ้าเราสนใจคนพูด สนใจความรู้สึก สนใจใน relationship ระหว่างเรากับเขา ก็จะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของ moral sensitivity แทน

เราคิดว่า "เด็ก" พูดเรื่องราวแบบไหนกับครู อาจารย์?

บรรยากาศเช่นไร ที่เด็กถึงได้แสดงความคิดเห็น ที่ controversial ออกมาในกลุ่มได้? relationship ระหว่างเรากับเขาเป็นเช่นไร ณ ขณะนั้น?

ในขณะที่ี contents อาจจะมีความสำคัญระดับหนึ่ง (หรืออาจจะไม่สำคัญเลย) แต่การที่เราเกิดความไว้วางใจ จนกระทั่ง "เปิดใจ" เราจะทำอะไรให้กับน้องคนนี้ในอนาคตได้อีกเยอะ หรือว่าเราจะเสี่ยง "ปิดใจ" และ close argument ใน contents ครั้งนี้ให้จงได้ ไม่สนใจว่าเราจะร่วมเดินทางอย่างไรกับน้องคนนี้ในอนาคต?

เป็น class ที่น่าสนใจจริงๆครับ