บันทึกนี้เป็นบันทึกที่ต่อเนื่องมาจากเรื่องของ "ชูวิท (คลิก)" เพื่อนสนิทของลูกชายที่จากไปด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ 26 พฤษจิกายน และได้จัดพิธีฌาปนกิจไปในวันนี้ (2 ธันวาคม) เมื่อเวลา 17.00 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุ
ลูกชายผมได้เขียนคำไว้อาลัยไว้ในหนังสือที่ทางโรงเรียนสาธิตเกษตรฯพิมพ์แจกในงานว่า . . .
แด่เพื่อนที่ัรักที่สุด ศุภวิชญ์ สินไพบูลย์ผล (บีม)
ความรัก ความผูกพันธ์ ที่มีมายาวนานเหลือเกินกับเพื่อนคนนี้ จะยังคงอยู่ตลอดกาล เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตอนอยู่ที่วงซิม ในสมัยนั้น เราเล่นเครื่องเดียวกัน ได้สนุกร่วมกัน ในตอนเข้าค่ายได้เล่นกันตอนกลางคืน ซึ่งจากตอนนั้นเราเลยกลายเป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงวันนี้ "ชูวิท" เป็นคนที่แบมือไม่ได้ ตอนแรกก็มีคนแกล้งบ่อยครั้ง รวมถึงเราด้วย ยังจำได้ว่า "ชูวิท" เป็นคนที่ชอบกินผลไม้มาก เราเคยเอาเงาะประมาณสิบกว่าลูกไปวางในถาดของ "ชูวิท" และ "ชูวิท" ก็กินหมด เป็นสิ่งที่ตลกมากๆ ที่โรงเรียน "ชูวิท" เป็นคนที่เฮฮาอยู่เสมอ ไม่เคยทำให้เพื่อนรู้สึกแย่เลย มีขนมมาแบ่งเพื่อนตลอดเวลา ให้เพื่อนเล่นเกมเสมอ คุยกันตลอด ขนาดตอนล่าสุด "ชูวิท" ยังสอบตีแบทด้วยกันเลย ได้สี่ด้วย "ชูวิท" เป็นคนที่มีน้ำใจมากๆ และรักเพื่อนเสมอ เสียอย่างเดียวไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่เรื่องการกินเนี่ย จนเมื่อ "ชูวิท" ป่วย อยากบอกว่าขอโทษนะเพื่อนที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย
ในความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อ "ชูวิท" รู้สึกว่าจะไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งไม่ดีอยู่เลย สำหรับความทรงจำทุกอย่าง ยังนึกไม่ออกเลยว่า "ชูวิืท" เคยทำอะไรที่ไม่ดีกับเพื่อนด้วยเหรอ "ชูวิท" เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ เราอาจจะเคยแกล้งอยู่บ้าง แต่ "ชูวิท" ก็เข้าใจดีว่าเราล้อเล่น ตอนที่ "ชูวิท" ป่วยหนัก เราไปเยี่ยมกับเพื่อนๆ ตอนนั้นเรารู้สึกแบบสงสารเพื่อนรักมาก เราร้องไห้ เหมือน "ชูวิท" ทำให้เราเห็นธรรมะเลยอะ ได้เห็นว่าจากไม่กี่เดือนก่อนยังเล่นกันอยู่ที่โรงเรียนอยู่เลย ทำไมตอนนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ ทุกอย่างมันไม่แน่นอนจริงๆ ซึ่งหลังจากวันนั้นตอนที่ "ชูวิท" ป่วยแล้วดีขึ้น เรารู้สึกดีใจแบบสุดๆอะ ดีใจแบบอธิบายไม่ได้เลยจริงๆ จนวันที่ "ชูวิท" จากพวกเราไป เรารู้สึกว่า "ชูวิท" จะมีความสุขซักที ไม่ต้องทรมานกับโรคภัยร้ายๆ อีกแล้ว เรารักนายมากนะ "ชูวิท" แม้วันเวลาจะผ่านไปซักเท่าไหร่ก็ตาม "ชูวิท" จะยังอยู่ในจิตใจของเรา "ชูวิืท" จะอยู่เคียงข้างเราเสมอ เราเชื่ออย่างนั้น สิ่งต่างๆที่เราทำให้ "ชูวิท" ไม่สบายใจเราขอโทษด้วยนะ ก็ขอให้รู้ว่าเราคิดว่านายคือเพื่อนที่ีดีที่สุดในชีวิตเราเ ลยนะ จากวันที่มี "ชูวิท" จนถึงวันนี้ ทำให้เราได้พบกับสิ่งดีๆ หลายอย่าง เราเชื่อว่า หากมีชาติหน้า เราต้องพบกันอีกแน่นอน ด้วยบุญกรรมที่เราเคยสร้างร่วมกันมา ต้องเป็นเหตุปัจจัยดลบัลดาลให้เราพบกันอีกแน่นอนนะเพื่อน แล้วไว้พบกันอีกนะเพื่อนรัก แล้วเดี๋ยวสักวัน เราจะไปหานะ คอยเราอยู่บนนั้นด้วยหละ โปรดอย่าลืมกันนะ
พงษ์ปิติ ผาสุขยืด (เพิท)

รูปสมัย ม.2 ตอนอยู่วงโยธวาทิต ชูวิท (คนใส่หมวกทางซ้าย) เพิท (คนใส่หมวกทางขวา)

ขอแสดงความเสียใจกับชูวิท เพื่อนสนิทของน้องเพิทด้วยนะคะ.. มะเร็งนี่ร้ายจริงๆ
ผศ. พูลศิริ กิจวรรณ หัวหน้าระดับ ม.5 ได้เขียนคำไว้อาลัยลูกศิษย์ไว้ว่า . . .
ถึง ศุภวิชญ์
ครูได้รู้จักกับคุณครั้งแรกในระดับ ม.5 โดยเพื่อนสนิทของคุณพามาสวัสดีครู และครูได้ถามว่า "สบายดีนะคะ" คุณก็ตอบครูว่า "สบายดีครับ ผมมีเวลาน้อย" ซึ่งคำพูดนี้ครูก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อมาครูก็ได้ยินคำว่า “มีเวลาน้อย” อีก 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อคุณกำลังติววิชาคณิตศาสตร์ให้เพื่อนๆ 4-5 คน ครูได้ทักว่า “ขยันกันจริงนะ” คุณก็ตอบมาว่า “ผมมีเวลาน้อย ต้องช่วยเพื่อนๆ” และอีกครั้งในกิจกรรมกีฬาสี ได้เห็นคุณมีความมุ่งมั่นในการทำมาก คุณบอกครูว่า “มีเวลาน้อยต้องรีบทำกิจกรรม” ซึ่งคำว่า “มีเวลาน้อย” ของคุณ ในวันนี้ครูเข้าใจแล้วว่ามันเป็นอย่างไร. . .
สุดท้ายนี้ครูขอให้ดวงวิญญาณของคุณสุขสงบ และความดี ความงามที่คุณทำไว้จะอยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆ และคณาจารย์ ตลอดกาล
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณชูวิทด้วยครับ
ขอให้สู่สุคติครับ
เมื่อไรก็ตามที่เราได้มีโอกาสทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เมื่อนั้นเราเสมือนกับกำลังเดินอยู่ขอบริมแห่งการขยายศักยภาพที่แท้ของจิตมนุษย์ เริ่มมองเห็นและเข้าใจในบทเรียนแห่งชีวิต "การเกิดมาเพื่อ..." ของสิ่งต่างๆ ความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงของเหตุปัจจัย
ชีวิตบางชีวิตนั้น แม้ปรากฏเพียงสั้นๆ แต่หากคงอยู่ไว้ด้วยรัก เมตตา humility แล้ว resonance ของชีวิตนั้นอาจจะส่งผลต่อไปอีกเป็นนิรันดร์ ต่อดวงจิตที่พร้อมจะรับรู้ และซึมซับ
เคล้าหน้าคล้ายกันจังระหว่างน้องชูวิทย์กับน้องเพิท...เขาคงทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติก่อนชาตินี้จึงมาเป็นเพื่อนรักกัน..อย่างมาก..คิดตามที่มองเห็นนะคะ..เสียดายค่ะ..ขอให้ชูวิทหรือศุภวิชญ์สู่สุขคิค่ะ..
คืนวันที่ทราบข่าวการจากไปของ "ชูวิท (ศุภวิชญ์)" ลูกชายผมบอกว่าในคืนนั้น เขาได้ขอ "เจ้าที่ ผีบ้าน ผีเรือน" ว่า ถ้าเพื่อนมาหาเขา หรือมาเข้าฝัน ก็ขอให้ "ท่าน" ปล่อยให้เข้ามาด้วย . . . ถึงตอนเช้า เขาเล่าให้ผมฟังอย่างผิดหวังเล็กน้อยว่า "เมื่อคืนเพื่อนไม่ได้มา เพื่อนไม่ได้เข้าฝันเลย" ผมฟังก็แล้วรู้สึกตื้นตัน นึกไม่ถึงว่าเขาจะผูกพันกันขนาดนั้น . . .