ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ ส่งบทความใน Timesonline เรื่อง Impact on humanities : Researchers must take a stand now or be judged and rewarded as salesmen ซึ่งเมื่อค้นใน internet ก็พบว่าอ่านได้ที่นี่
          มาทันเวลาอ่านก่อนไปอภิปรายที่ มช. ในวันที่ ๑๐ ธ.ค. ๕๒ นี้พอดี   แต่ต้องย้ำว่านี่คือเรื่องราวของกฎเกณฑ์การประเมินผลงานวิชาการในประเทศสหราชอาณาจักรนะครับ   เราต้องอ่านโดยทำความเข้าใจบริบทที่จำเพาะของเขา
          ผมชอบการโต้แย้งด้วยการแสดงเหตุผลแบบที่ Prof. Stefan Collini เขียนลงใน TOL   ซึ่งประเด็นสำคัญคือการโต้แย้งวิธีคิด impact ของผลงานวิจัยทางมนุษยศาสตร์    ที่ให้ impact เฉพาะผลงานที่มีผลต่อสังคมภายนอกวงการวิชาการ    ซึ่งในที่สุดจะทำให้นักวิชาการสายนี้ต้องกลายเป็นนักการตลาด เพื่อให้ผลงานของตนมี impact   ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งที่มีเหตุผล   แต่ก็แย้งกลับได้อีก   ซึ่งผมจะไม่แย้งในบันทึกนี้
          วันที่ ๑๐ ธ.ค. นี้ทาง มช. จะจัดการสัมมนาเรื่อง “มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติและความเป็นเลิศทางวิชาการ?”   ชื่อกว้าง แต่คณะผู้จัดและผู้มาร่วมจะพูดกันเรื่องเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์เท่านั้น   และเข้าใจว่าสาระสำคัญจะเกี่ยวข้องกับ TQF
          ผมชอบที่ มช. จะจัดประชุมเรื่องนี้   เพราะผมมีความเห็นว่า governance ที่ดีที่สุดคือ self-governance   ซึ่งหมายความว่า ต้องเป็น Good Governance ด้วย   การดูแลคุณภาพอุดมศึกษาที่ดีที่สุดคือ Internal Quality Management ให้เกิด CQI   และเกิดความเป็นเลิศทางวิชาการ  
          TQF เป็นเครื่องมือสำหรับให้ autonomy แก่มหาวิทยาลัยที่ได้พิสูจน์ว่าตนเองดูแลคุณภาพการศึกษาของตนได้ดี    ดังนั้น จึงต้องมีเกณฑ์คุณภาพที่เหมาะสม ตรวจสอบได้จริง   และผู้ที่เหมาะสมที่สุด รู้ดีที่สุด ที่จะกำหนดเกณฑ์นี้ คือนักวิชาการชั้นยอดในสาขาวิชานั้นๆ
 
วิจารณ์ พานิช
๑ ธ.ค. ๕๒