แต่ไหนแต่ไร... ผู้เขียนไม่ค่อยจะญาติดีกับการวิจัยเท่าไหร่นัก...
เขาบอกว่ายิ่งเกลียด ยิ่งให้ใกล้... เพื่อจะได้เข้าใจกันมากขึ้น... เผื่อจะเปลี่ยนเป็นรัก...
นี่ช่วงหลังๆที่ผ่านมานี้ ก็กำลังพยายามทำให้รักอยู่นะเนี่ย... รู้ตัวหรือเปล่า จะสังเกตว่าผู้เขียนพยายามลงคลุกคลีกับวิจัยมากขึ้น... แม้มันจะยังเป็นยาขมอยู่
วันนี้เลยน่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่โชคดีของผู้เขียน ที่ ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ... อาจารย์ผู้ที่ถนัดพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย ด้วยการนำวิธีการทำวิจัยอย่างง่ายมาบรรยาย
อาจารย์บรรยายในหัวข้อ “สิบขั้นง่ายๆ...สู่นักวิจัยชั้นเทพ”
ผู้เขียนขอออกตัวที่จะไม่ขยายความเพิ่มเติมในเนื้อหาที่ผู้เขียนไม่แตกฉาน จะนำข้อความของอาจารย์มาเล่าต่อท่าจะดีที่สุด แต่ก็อาจจะสอดแทรกข้อคิดเห็นบ้างนิดๆ... ประสานักเรียนโข่ง
สไลด์นำเสนอของอาจารย์ไม่มากมายอะไร แต่อาจารย์บรรยายพร้อมยกตัวอย่างมากมาย
สำคัญก็ตรงตัวอย่างน่ะแหละ ที่ผู้เขียนได้แต่ฮาๆๆๆ...จนจดจำไม่ได้... อิอิ
เริ่มเล่า(ด้วยภาพเป็นส่วนใหญ่)...โดย
(แม่)นางฟ้าตกสวรรค์ดีกว่า
" ...
วิจัยเป็นเรื่องยาก...จริงหรือ?
ความคิดเรื่องวิจัยนั้น พวกเรามักถูกทำให้รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องยาก ต้องถามผู้รู้เท่านั้น ถูกปลูกฝังความคิดคล้ายเรื่องเจ็บป่วยสมัยก่อนว่า ถ้าเจ็บป่วยต้องถามหมอ ต้องพึ่งหมอ เราต้องไม่รู้ดีกว่าหมอ
ถึงเวลาทวงคืน...
...เพียงเรามีความรู้ มีประสบการณ์ และจัดระบบดีๆ เราก็สามารถสร้างขึ้นเองได้
ทำไมทำงานวิจัยแล้วติด?
คำตอบก็คือ เพราะเราไม่คิดเป็นขั้นเป็นตอน
เราจะศึกษาอะไร คำถามวิจัยคืออะไรก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ แล้วถ้ายังไม่รู้ว่าจะหาอะไรแล้ววิ่งไปหาเครื่องมือก่อน ก็มักจะติดเสมอเพราะเครื่องมืออาจไม่เหมาะสม
...ให้ถามตัวเองว่า อะไรคือปัญหาของเรา (ปัญหาคือสิ่งที่เราไม่รู้คำตอบ... ปัญหาวิจัยคือสิ่งที่เราจะหาคำตอบ... นี่ผู้เขียนว่าเอง) หากมีมากก็ลำดับความสำคัญปัญหาก่อนเพื่อจะเลือกประเด็นปัญหามาหาคำตอบ
-
อย่าเสียเวลากับการตั้งชื่อวิจัย เพราะบางคราวอาจมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเรา แล้วชื่อที่เหมาะสมอาจจะเกิดขึ้นทีหลังก็ได้
-
หาไปเรื่อยๆ... อาจมีการปรับเปลี่ยน
-
ตอนเริ่มต้นต้องสำรวจ keyword ก่อน แล้วโจทย์จะเปลี่ยนไป
-
ที่สำคัญคือ อย่าลืมหารือหรือเสนอประเด็นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ถ้าแอบๆทำวิจัย คนที่เกี่ยวข้องจะไม่ค่อยยอมรับในผลการวิจัย...คล้ายตอนเครื่องบินที่จะบิน ตอนสำคัญคือตอน Takeoff และตอน Landing... ตอนสำคัญเช่นนี้ ต้องให้คนในพื้นที่ร่วมด้วย
-
เป็นการ Review Literature น่ะแหละ
-
แนวคิดและข้อมูลค้นมาให้ได้พอสมควร พอที่จะให้เราคิดต่อได้
-
เวลา review มาแล้ว ให้มีความเห็นของผู้ review ประกอบด้วย : อ่านแล้วเชื่อไหม ทำไม เราเชื่อดีมั้ย(ใช้วิจารณญาณ) เพราะอะไร แล้วขมวดเป็นของเรา
-
หัดทำวิจัยชิ้นเล็กๆ Research paper สัก 8 หน้า(เราไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์) เอาแบบอ่านแล้วเข้าใจ... References สักครึ่งหน้า
-
อย่าตั้งวัตถุประสงค์มากเกินไป...
-
...ให้ทำ "พอดีคำ" ... (อาจารย์ว่างั้น)
-
ถ้าคำตอบงานวิจัย ได้คำตอบยังไงก็ถูก... ก็จะไม่ใช่งานวิจัย เพราะไม่ได้ความรู้ใหม่
-
วิจัยต้องทำให้เราฉลาดขึ้น
-
...ให้สังเกตว่า...แต่ละขั้นที่กล่าวมา ยิ่งใกล้วิจัยก็จะยิ่งใกล้การปฏิบัติได้
-
- *ถ้าตั้งคำถามได้ดี งานวิจัยจะง่าย
- คำถามแหลมคม มันจะเป็นตัวไกด์การวิจัย
- อาจารย์สั่งมาว่า... หากจำการบรรยายวันนี้ไม่ได้...ให้จำภาพสามเหลี่ยมนี้ให้ได้
- จะเป็นการขยับ หมุนวนไปเรื่อยๆ...เพื่อให้แหลมคมขึ้น และยิ่งแหลมก็จะยิ่งลงสู่การปฏิบัติได้ จะใช้ได้จริงในพื้นที่
- คำถามวิจัย ให้เก็บไว้ในใจ
-
ขั้นตอนที่ 1-5 เป็น Proposal development
-
เลือกเครื่องมือให้เหมาะสมเพราะเครื่องมือแต่ละอย่างก็มีจุดอ่อน/จุดแข็ง
-
บางข้อมูลต้องพิจารณาว่าเป็นเรื่อง sensitive หรือไม่ คนให้ข้อมูลควรเป็นใคร
-
อาจได้ข้อมูลที่ดีจากบางช่วงเวลาเท่านั้น จึงควรละเอียด รอบคอบ และช่างสังเกต
-
การสร้างเครื่องมือเป็นการย่อยวัตถุประสงค์ออกมาเป็นคำถาม แล้วนำมาแปลงเป็นแนวคำถามอีกที
-
มีวินัยในการบันทึก คือยังไงก็ควรจดเพราะคิดว่าจะจำได้ พอนานๆไปก็จำไม่ได้
-
เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ...อ่านไปเรื่อยๆ... อาจจะต้องเก็บข้อมูลเพิ่ม
-
ความรู้ใหม่ที่ได้คือ Argument เราต้องเคี่ยวความรู้ใหม่ที่ได้ให้เป็น Statement
-
อาจจะต้องอ่านข้อมูลซ้ำไป ซ้ำมา
-
สามารถนำบทคัดย่อมาเขียนก่อนได้ (เป็นร่าง) อาจทำให้เราชัดเจนไวขึ้น
-
ตัวอย่างการคัดเลือกส่วนสำคัญ : เช่นเวลาเราได้ลูกปัดมา 1 ตะกร้า เราจะใช้เพียง 10-20% เท่านั้น เราต้องรู้ว่าตัวสำคัญที่เราจะบอกคืออะไร เช่นเราจะคัดเฉพาะลูกปัดสีเหลือง เราก็จะไม่นำสีอื่นมา
-
เราต้องหาประเด็นที่ชัดเจนให้ได้เพื่อจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
-
"งานวิจัยชิ้นแรกน่าอายเสมอ"
-
...ที่สำคัญต้องลองดู ให้ได้ผ่านกระบวนการสัก 1 รอบ แล้วจะเข้าใจมากขึ้น
-
การลงมือเป็นการสร้างประสบการณ์... ประสบการณ์จะมีมากขึ้นตามกาลเวลา
-
งานวิจัยเป็น Knowledge Question, เป็น Questional Tool และเป็น Empowerment Tool
-
จุดอ่อนเป็นส่วนสำคัญที่ต้องศึกษาให้ถ่องแท้
กล่าวโดยสรุป
การทำงานโดยให้เรารู้สึกและเตือนตนเองว่า เราไม่ได้มีหน้าที่เสพความรู้จากที่อื่นหรือผู้อื่นเสมอไป ความรู้อยู่ในที่ที่เราทำงาน เริ่มจากงานง่ายๆ งานเล็กๆ ..."
ขอขอบพระคุณ อ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
ด้วยความเคารพ
กฤษณา สำเร็จ.
27 พฤศจิกายน 2552
ขอบคุณขอรับดีมากๆๆๆและเป็นประโยชน์
สวัสดีค่ะ อาจารย์ k-kukiat
สวัสดีค่ะ คุณnana งาน พสว.ศอ.8
สวัสดีค่ะ คุณน้อง
ดีจังครับ ถ้าเกลียดก็เข้าใกล้ จะได้เปลี่ยนเป็นรัก
ขอบคุณครับ ตำราเขาเขียนเป็นร้อย ร้อย หน้า ย่อมา 10 เฟรม สุดยอดครับ
จะนำไปใช้ครับ
ขอบคุณครับ ขอนำไปเผยแพร่ต่อ
เรียนท่านพี่ติ๋ว กำลังอยากได้พอดีครับ ช่วงนี้ ไป UKM เลยไม่ได้รายงานสด SHA นิ
เรียน อ.พรชัย ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณบีเวอร์
เรียน ท่านอ.JJ ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ Bright Lily
พี่ใกล้จะเป็นเทพ (ธิดา) หรือยังครับ
น้องหนานเกียรติ...
พี่รอเทพ(บุตร)อยู่... แถวนี้มีบ้างมั้ยน้องชาย
ขอบคุณค่ะพี่ติ๋ว อ่านแล้วได้ความรู้มากเลย
สวัสดีค่ะ คุณน้องนางสาว วิไลรัตน์ ชัยนนถี
สวัสดีค่ะ "พี่ติ๋ว"
วันประชุมเห็นแว๊บๆจะเข้าไปทักทายสักหน่อย อ้าว..หายไปไหนแล้ว
จะมาช่วยย้ำค่ะว่าอาจารย์โกมาตร สอนสนุกทำให้อยากเป็นเทพ
แต่คงต้องใช้คำว่ารอ รอ รอ รอไปก่อนนะเทพนะ อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณคุณระพี