คำคม คมคำ ลำนำกลอน


คำกลอนสอนใจ

ช่วงนี้ได้ไปนิเทศโรงเรียนบนดอย ได้พบได้เห็นคำกลอนที่ครูเขียนไว้ตามโรงเรียนต่างๆ ก็เลยนำมาฝากสมาชิกที่สนใจด้านนี้ อ่านเล่นเพลินๆก็ได้นะครับ......

ครูคือผู้นำความคิดจิตวิญญาณ               ครูคือผู้สานผู้ก่อผู้ทอฝัน

ครูคือผู้ชี้นำหลักวิชาค่าอนันต์                ครูคือผู้นั้นผู้ปลูกคุณธรรม

 

รอยไม้เรียวเกรี้ยวกราดตวาดสั่น             เริ่มขู่ขวัญแล้วตีจะดีหรือ

เด็กผิดเป็นธรรมชาติอาจฝึกปรือ             อีกวิธีนั่นคือให้อภัย

 

จากครอบครัวสู่โรงเรียนครูเพียรสอน

เจ้าละอ่อนไม่ทันคิดเพราะติดเพื่อน

เติบใหญ่ระลึกได้ไม่ลางเลือน

มิคลาดเคลื่อนคงจำได้..ใครปั้นมา

 

ครู..ป้อนวิชามากมายให้ลูกศิษย์

ครู..ใส่ความคิดอธิบายหายกังขา

ครู..เตือนสติใจกายกิริยา

ครู..แก้ปีญหาร้อยพันเก้าให้เบาบาง

 

        ผู้สร้างคน

เป็นแสงธรรมนำทางสร้างชีวิต

เป็นผู้คิดสื่อสารงานศึกษา

เป็นผู้รู้ประสิทธิ์วิทยา

เป็นศาสตราคอยคุ้มครองผองเด็กไทย

ปั้นแม่พิมพ์กำหนดบทบาทศิษย์

เป็นผู้ชี้แนวชีวิตที่ฝันใฝ่

เป็นผู้นำพาชาติปราศพิษภัย

ค่ายิ่งใหญ่เกินกล่าวขานคือ..งานครู       

                    กลอนที่ชอบเป็นชีวิตจิตใจ     

เขาย่อมเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก

แค่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน

ครั้นจืดจางห่างเหินไปเนิ่นนาน

แต่น้ำตาลก็ว่าเปรียวไม่เหลียวแล

                                นิจจาเอ๋ยกายเราก็เท่านี้  ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย

                            ล้วนหนาวเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ  เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา

 

เจ้าของตาลรสหวานขึ้นปีนต้น

เพราะดั้นด้นอยากลิ้มชิมรสหวาน

ครั้นได้รสสดสาวจากจาวตาล

ก็ซาบซ่านหวานซึ้งตรึงถึงทรวง

ไหนจะยอมให้เจ้าหล่นลงเจ็บอก

เพราะอยากวกขึ้นลิ้มชิมของหวง

อันรสตาลหวานละม้ายคล้ายพุ่มพวง

พี่เจ็บทรวงช้ำอกเหมือนตกตาล

                            นิราศพระบาท

 

อันอดีตแสนหวานที่พานพบ

    ขอหลีกหลบห่างไกลมิใฝ่ฝัน

        จำทำไมความรักที่แบ่งปัน

             เธอเสกสรรค์ให้ชายอื่นขอคืนคลาย

                                                      เกน้อย  ดอยนางลืม

     .....เสียทรัพย์สิน  สิ้นเงินตรา   ก่อบาดหมาง  สร้างศัตรู  บ่อเกิดโรคร้าย   ร่างกายอ่อนแอ  เพื่อนฝูงตำหนิ  ญาติมิตรติเตียน  ด้านหน้าบุ่มบ่าม  พูดจาไร้อาย ปัญญามืดมิด จิตเสื่อมทราม     คำตอบคือ พิษร้ายจากของมึนเมาและสิ่งเสพติด

    ....เอาตนเสี่ยงอันตราย  ลูกเมียกังวลใจไม่อบอุ่น โภคทรัพย์เสื่อมสูญง่ายดาย คนทั้งหลายรังเกียจระแวง    คำตอบคือ โทษแห่งการเสเพลยามราตรี

    ....เสียเวลาดำเนินธุรกิจ   ผูกมิตรกับคนเสเพล  สนุกเฮฮาผลาญสมบัติ 

กำหนัดเสียงแสงสิ่งยั่ว  ฝังตนจนหมดอนาคต  ตกเป็นทาสอารมณ์และตัญหา

คำตอบคือ ผลเสียเนื่องจากพร่าเวลาในสถานเริงรมย์

   ช่วงอยู่ในพะวังความประทับใจบนยอดดอยที่หนาวเหน็บ....จึงเก็บมาฝาก

อาจารย์เก

 

หมายเลขบันทึก: 316548เขียนเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2009 15:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 23:02 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (6)

อาจารย์เก หลายไปหลายวัน

กลับมามีกลอนสอนใจมาฝาก

อ่านเพลินเลยคะ

ขอบคุณคะ

ขอบคุณคุณนวลจิรามากครับที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจ ผมไปนิเทศโรงเรียนเกือบเดือน ไม่ได้อยู่เลยครับ ไปสัมผัสไอหนาวอยู่บนดอย หนาวจริงๆครับ

อาจารย์เก

  • อาจารย์เก เก๋ไก๋ ได้บทกลอน
  • ที่สะท้อน จิตใจ ในทุกที่
  • ทุกบทกลอน สอนใจ ให้ทำดี
  • เริ่มต้นที่ ตัวเรา เท่านั้นเอง !!!

ขอบคุณครับ สำหรับความเห็น

คนเรานี้ก็แปลกบางครั้งบางเวลาเราจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องกลอน บางครั้งเรื่องแปลหนังสือ บางครั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ผมเป็นคนถ้าบ้าเรื่องอะไรก็จะจดจ่ออยู่แต่เรื่องนั้น (ไม่ได้เข้ามาชมเครือข่ายเสียนาน ขอโทษด้วยครับ

อาจารย์เก

ใส่ป้ายคำสำคัญว่า คำประพันธ์ นะคะ จะได้อยู่ด้วยกันค่ะ

ครูอ้อยครับ.....

ผมแก้ไขตามข้อเสนอแนะแล้วครับครูอ้อย ขอบคุณที่แนะนำ คิดถึงทุกคน

อาจารย์เก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี