ชีวิตเรามีความสุขได้ หากเราเลือกมองในมุมที่มีความสุข
หยุดจากการเรียน และลองนั่งเงียบๆหยุดคิดถึงเรื่องราวต่างๆ แล้วลองมองสิ่งข้างๆตัวเรา เห็นเพื่อนนิสิตเดินไปเดินมา เห็นคนขายของ ฯลฯ ภายในเสี่ยววินาที กลับคิดและบอกกับตัวเองว่า เวลาผ่านมานานเท่าไรแล้ว เรามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานเท่าไรแล้ว วันนั้นเรายังเป็นเด็กที่เพิ่งจบจากโรงเรียนมัธยมฯ เป็นเด็กที่เพิ่งก้าวออกมาจากโลกใบเก่าและมาเจอกับโลกใบใหม่ โลกใบที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆที่เราไม่คาดคิดมาก่อน
ความกว้างใหญ่ของโลกใบใหม่นี้อาจทำให้ใครหลายๆคนกลัว กลัวในสิ่งที่ยังไม่มาถึง กล้วแม้ว่าเราจะเดินไปเรียนกับใคร กลัวว่าเราจะเรียนรู้เรื่องไหม กลัวว่าเพื่อนใหม่จะเข้าใจเราเหมือนเพื่อนเก่าเราไหม ฯลฯ ผมหลุดออกจากความคิดเรื่อยเปื่อยของผมเมื่อตอนที่แดดส่องผ่านร่มไม้สาดลงมาที่ใบหน้า ทำให้รู้สึกร้อนขึ้นมา แล้วผมก็ลุกเดินต่อไป
ในความคิดยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น แล้วลองถามตัวเองและพิจารณาตัวเองอีกครั้ง เรามาเรียนที่นี่ได้ สามปีแล้ว เราได้อะไรบ้างจากการเรียน เราได้อะไรบ้างจากการทำกิจกรรม เราได้อะไรบ้างจากการได้มีเพื่อนใหม่ คำตอบสำหรับทุกคำถาม ก็ไหลออกมาจากหัวของผม
เราได้ความรู้จากการเรียน ได้รู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ได้รู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่เราไม่อาจเรียนรู้ได้หมด
เราได้อะไรบ้างจากการทำกิจกรรมในมหาลัย หรือนอกมหาลัย ผมตอบกับตัวเองว่า เป็นความโชคดีของผมที่ได้เดินอยู่บน ถนนสายกิจกรรม
กิจกรรมคือสิ่งที่หลอมรวมความคิดหลอมรวมความรู้ ที่ได้เรียนมา มันสอนให้เรารู้จักในหลายๆเรื่อง ในหลายๆอย่าง สอนให้เราได้เรียนรู้การบริหารจัดการ ทั้งที่ไม่เคยได้เรียนในรายวิชาการบริหารจัดการ สอนให้เราได้เรียนรู้วิชาสังคมวิทยา และมนุษย์สัมพันธ์ เป็นบทเรียนที่บอกได้เลยว่า เกิดจากการเรียนรู้ชีวิตจริง มันสนุกมากกว่าการเรียนในหนังสือหรือการเรียนในตำราเล่มหนาที่เราเรียนได้เกรด A แต่เรากลับไม่มีเพื่อนเลย ผมว่ามันน่าเศร้านะครับ
และอีกหลายๆเรื่องที่กิจกรรมได้สอนผม ผมคงเล่าให้ฟังไม่หมดครับ ต้องมาสัมผัสกับการทำกิจกรรมด้วยตนเอง และผมก็ไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดาย หรือคิดผิด หากผมจะแนะนำเพื่อนหรือน้องทุกคนที่ผมรู้จักมาร่วมทำกิจกรรม
การมีเพื่อนใหม่ ได้สอนให้ผมรู้ว่าคนเราทุกคนย่อมเปลี่ยนแปลง สักวันความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นกับเรา การที่เราเปิดใจและกล้าที่จะมีเพื่อนใหม่ มันเหมือนว่าเราหลุดออกจากความกลัวหลุดออกจากกรอบเดิมๆที่เรากลัวกัน และก็ไม่รู้ว่าเราจะกลัวมันเพื่ออะไรกัน และเราก็กล้าที่จะเรียนรู้โลกกว้างใบนี้ได้อีกมาก
ผมเดินมาถึงหน้าคณะและกำลังจะขึ้นตกเพื่อเรียนหนังสือในตอนบ่าย ผมก็ย้อนกลับไปบอกตัวเองว่าเมื่อครั้งที่เราเรียนจบ ม.6 เราก็เคยก้าวขึ้นบันไดขั้นนี้ ตอนวันสอบความรู้สึกในตอนนั้นมันตื่นเต้นหวั่นๆ เหมือนกลัวอะไรบางอย่าง แต่วันนี้เราก้าวเดินขึ้นบันไดอย่างมั่นคงและไม่กลัวสิ่งใดๆอีกต่อไป
ผมหันหลังกลับมองดูหนทางที่เดินผ่านมา ผมบอกกับตัวเองว่าหนทางที่เราเดินผ่านมาในทุกๆก้าวที่เราเดิน เราได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆรอบตัวเรา เรากล้าที่จะเผชิญกับโลกใบนี้ โลกใบกว้างที่ยังมีอะไรๆให้เราค้นหาอีกมากมายและไม่รู้จบสิ้น
และมุมหนึ่งของชีวิตเราวันนี้ เราก็ได้บอกกับตัวเองว่าเราโตขึ้นมาก เราไม่กลัวในสิ่งที่มันยังไม่เกิด เรากล้าที่จะเดินเข้าหาอุปสรรค กล้าที่จะเปิดใจของตัวเองกับคนที่เราไม่เคยรู้จัก กล้าที่จะเดินคนเดียวโดยที่ไม่มีเพื่อน แล้วผมก็มีความสุขทั้งวันถึงแม้ว่าการเรียนจะเรียนหนักหรือมีเรื่องที่มาทำให้ปวดหัวอยู่ไม่ได้ขาดก็ตาม ชีวิตเราก็มีความสุขได้หากเราเลือกมองในมุมที่มีความสุข
เลือกในสิ่งที่ชอบ คือคำตอบของชีวิต
เป็นกำลังใจทุกเส้นทาง เพลิดเพลินทุกโมงยาม
จะรอชมภาพ แอ่วภู เมืองเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ
หนทางที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ แต่ยังมีอนาคตที่ยาวไกลที่ต้องเดินฟันฝ่า กิจกรรม+เพื่อนเป็นประสบการณ์และความทรงจำที่ดี แต่เมื่อถึงวัยทำงานจริง ก็เป็นอีกโลกหนึ่งที่ต้องศึกษาเรียนรู้ เป็นกำลังใจให้นะ
เป็นกำลังใจให้พี่ครับ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายน้องโย่
สวัสดีครับ คุณ
poo
พระอาทิตย์ขึ้นที่ ภูหัวห้อม
สวัสดีครับ คุณ
ปริมปราง
ท้องฟ้าเป็นใจ เห็นทะเลหมอกเลยนะคะ ภูหัวห้อม เลย ...
เลย ยังมีภู ... อะไรอีกไหมหนอ ที่ยังชวนค้นหา
จะรออ่านบันทึกการเดินทางภูหัวห้อม ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีครับ น้องโย่
สวัสดีครับ คุณ บุษรา