(๑)
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ของได้ใช้ชีวิตในเมืองพิษณุโลกติดต่อกันมากกว่า ๒-๓ คืน
ก่อนหน้านี้ก็เคยมาบ้างเหมือนกัน แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่เหมือนครั้งนี้อยู่ดี เพราะครั้งนี้ ผมมีอิสระพอที่จะเดินทางไปโน่นไปนี่ได้ตามที่ใจอยากจะไป
ผมมีตารางการงาน ๓ วันคือวันที่ ๒๓-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยแต่ละวันเป็นการขึ้นเวทีนำการเสวนาเพียงครึ่งเช้าเท่านั้น ส่วนครึ่งบ่าย เปิดโล่งให้ผมใช้ชีวิตได้ตามแต่ใจอยากจะทำ
ผมตื่นเต้นมากกับห้วงชีวิตเช่นนี้ เพราะนานทีปีหนจะมีโอกาสได้มาราชการในเมืองใหญ่ ก็เหมือนที่บอก เกือบทั้งหมดของการไปราชการ ผมมักเดินทางไปตามหมู่บ้าน หรือชนบทแทบทั้งสิ้น น้อยนักที่จะได้ทิ้งตัวนอนในเมืองและโรงแรม
แต่จะว่าไปแล้ว ผมก็หลงรักบรรยากาศแบบ “บ้านๆ” มากกว่าบรรยากาศแบบ “เมืองๆ” มากเลยแหละ เพราะมันทำให้ตัวเองรู้สึกราวกับว่าไม่อยู่ไกลไปจากบ้านเกิด -เหมือนกับเราอยู่ใกล้ๆ กับสายตาแห่งความห่วงใยของใครสักคน นั่นเอง
ครั้งนี้ ผมตั้งใจว่า ภาคบ่ายของแต่ละวัน ผมอาจจะเดินทางไปยังบ้านกิ่วเคียน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งครั้งหนึ่งผมและนิสิต เคยได้ขนเอาข้าวเปลือกจำนวนหลายกระสอบมามอบให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นกองทุนข้าว หลังจากก่อนหน้านั้น ชาวบ้านถูกน้ำท่วมโคลนถล่มมาอย่างยับเยิน
หรือไม่อีกวัน ก็อาจจะสัญจรไปเยี่ยมชมอุทยานเมืองเก่าที่สุโขทัย เพื่อรำลึกความเป็นชาติของตัวเองอย่างจริงจังอีกสักครั้ง หลังจากเคยได้ไปเยือนมาแล้วเมื่อสิบปีที่แล้ว...
(๒)
ไม่รู้นะ ผมรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้น และแก่ขึ้นทุกวัน (ไม่ใช่แก่ขึ้นทุกปี) ระยะหลังเริ่มหันเหตัวเองไปสู่เรื่องเก่าๆ ของสังคม โดยไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องราวของบ้านเมืองอันทันสมัยและเป็นปัจจุบันเสียเท่าไหร่ แต่นั่นก็ใช่ว่า ผมจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้เรื่องราวของปัจจุบันไปเสียทั้งหมด หากแต่หมายถึง ผมเลือกที่จะเยียวยาบาดแผลในตัวเองที่เกิดจากสังคมเมืองด้วยการเสพสัมผัสเรื่องราวอันมีกลิ่นอายของฐานรากทางวัฒนธรรมเก่าๆ ของสังคมแทนต่างหาก...
ในยามที่เดินทางไปไหนสักแห่ง ผมมักจะไม่ลืมที่จะเปิดใจสดับฟังเรื่องราวของท้องที่นั้นๆ เสมอ โดยเฉพาะข้อมูล หรือเรื่องราวในเชิงตำนาน ยิ่งฟังยิ่งมีเสน่ห์ บางทีฟังแล้วก็กลับเป็นยิ่งกว่าเทพนิยาย...และเมื่อมีโอกาส ผมก็เลือกที่จะเสพสัมผัสเรื่องเหล่านั้นผ่านปากคำของผู้คนพื้นถิ่นมากกว่าการค้นคว้าสืบเสาะจากเอกสาร หรือตำราที่บันทึกไว้แล้วอย่างเสร็จสรรพ
(๓)
วันแรกที่เดินทางมาถึงพิษณุโลก ผมเดินทางอย่างไม่รีบเร่ง ขับรถชมวิวบนภูเขามาอย่างสบายใจ แล้ววกเข้าไปนั่งร้านกาแฟในปั้มใหญ่ทางเข้าเมืองสองแคว โดยมีจุดประสงค์หลักคือการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อส่งงานกับไปที่มหาวิทยาลัย...
เจ้าของโครงการฯ แจ้งทางโทรศัพท์เกี่ยวกับที่พักให้ผมได้รับรู้ ผมยืนยันว่าขอพักในสถานที่ที่ไม่จอแจ เงียบๆ ไม่หรูหรา ไม่แพง แต่ขอให้มีอินเทอร์เน็ตใช้ก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว แต่กระนั้น ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะน้องๆ ได้ประสานอะไรๆ ไว้อย่างเสร็จสรรพแล้ว เพราะปรารถนาให้ผมได้พักอย่างสบายๆ...ไปไหนมาไหนได้สะดวก ซึ่งผมก็ขานรับตามนั้น ด้วยไม่อยากให้อะไรๆ ดูเป็นการเรื่องมาก เสียดายก็แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้เท่านั้นแหละ...
ผมเอ่ยออกตัวกับน้องๆ ทีมงานว่าไม่อยากให้มีการรับเลี้ยงใดๆ ให้เปลืองเงินเปลืองทอง ขอกินข้าวร่วมกันง่ายๆ สักมื้อ พุดคุย เสวนากันนอกรอบสักยกสองยกตามความพึงใจก็ถือว่าวิเศษสุดแล้ว ส่วนการจะพาไปสัญจรท่องชมที่ใดๆ นั้น ผมขอน้อมรับด้วยใจ และขอให้แต่ละคนได้ใช้เวลากับงานและครอบครัวอย่างเต็มที่เถอะ....(ไม่ต้องห่วงผม)...
ต้องยอมรับว่าผมได้รับการดูแลอย่างดียิ่งจากทีมงานที่เชื้อเชิญผมมา...
ผมรักและประทับใจน้ำใจของพวกเขาอย่างมหาศาล พวกเขาน่ารัก สดใส และมีอุดมการณ์ในการที่จะทำอะไรๆ เพื่อคนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งผมชื่นชมพวกเขาเอามากๆ...
ผมจึงถือว่าการเดินทางมาต่างบ้านต่างเมืองครั้งนี้ ผมโชคดีมากที่ได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากผู้เชื้อเชิญ พลอยให้ความคิดถึงที่ผมมีต่อบ้านไม่ดูมากเหมือนที่กังวล
(๔)
แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไม่อาจสัญจรไปในที่ที่ผมอยากเดินทางไปดูชมได้แม้แต่แห่งเดียว
เพราะเพียงเช้าแรกที่ตื่นขึ้นมาจากโรงแรมใหญ่ ผมก็ได้รับแจ้งว่ารถยนต์ของผมโดนลูกหลงจากการทะเลาะของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้าเต็มๆ...
ขวดน้ำเปล่าลอยลิ่วตกกระทบกระจกหน้าและตัวฝากระโปรงรถได้รับความเสียหายมากพอสมควร พร้อมๆ กับรถอีกคันถึงสองคันที่จอดเรียงรายใกล้ๆ กัน ก็ไม่เว้นที่จะได้รับเคราะห์กรรมไปด้วย
ผมรู้สึกเจ็บปวด..หงุดหงิด..และรำคาญกับชะตากรรมเช่นนี้มาก และมากอย่างแทบไม่น่าเชื่อ
รู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่รู้จะโทษ หรือเอาโทษกับใคร...
ผมถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่า เหตุเกิดเมื่อไหร่...ทำไมไม่แจ้งเจ้าของรถให้ทราบให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ละเลยให้เรามารู้เองในยามเช้าเฉกเช่นนี้...ขณะเดียวกัน ผมก็ถามซักว่า ช่วงที่เกิดเหตุนั้น รปภ.อยู่หรือเปล่า เพราะที่ที่จอดนั้น เป็นจุดจอด VIP ที่แขกประจำ หรือแขกที่พักต่อเนื่องหลายคืนนิยมที่จะจอดกัน และตรงนั้นก็ใกล้ๆ กับ รปภ. หรือทางขึ้นโรงแรมเพียงไม่ถึงสิบก้าวเลยก็ว่าได้...
คำตอบที่ได้....คือ ความไม่ชัดเจน....และคล้ายกับว่า เป็นเหตุสุดวิสัย...
ผมรู้ดีว่า เป็นเหตุสุดวิสัยโดยแท้ เพียงแต่ในระบบการจัดการนั้น ควรกระหายพอที่จะติดตามแจ้งข่าวต่อเจ้าของรถให้เร็วที่สุด...และผมก็ยืนยันว่า ผมไม่โทษใคร ไม่เอาผิดกับใคร...มันเป็นชะตากรรมที่ผมต้องรับผิดชอบเอง (อยู่แล้ว)
(๕)
ผมไม่อาจเดินทางไปยังที่ที่ผมอยากจะไป...
นั่นไม่ใช่เพราะรถยนต์ของผมวิ่งไปไหนไม่ได้แล้ว
แต่เป็นเพราะ ผมไม่มีห้วงอารมณ์ใดพอที่จะท่อง หรือสัญจรไปที่ไหนต่างหาก...
มันเจ็บจนบอกไม่ถูก...
มันเป็นชะตากรรมที่ไม่เป็นมิตรกับผมเอาซะเลย....
นี่กระมังสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ในอีกมุมของชีวิต...
เรื่องบางเรื่อง เราอาจไม่มีทางเลือกมากพอที่จะหาคำตอบใดๆ มาชดเชยในสิ่งที่สูญเสีย
เราอาจไม่จำเป็นต้องเฟ้นหาผู้รับผิดชอบใดๆ ให้กับเราเสมอไปได้
การทำใจ และทำความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การยอมรับในชะตากรรมเช่นนั้นด้วยตัวเอง น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด..(กระมัง)
(๖)
ผมไม่เข็ดหรอก...ผมยังจะมาพิษณุโลกอีก...(ผมบอกกับตัวเองเช่นนั้นจริงๆ)
พี่พนัส...
สวัสดีครับ คุณน้อง พิชชา
คราวนี้เรียกงานเข้าก็ได้เหมือนกัน กระมังครับ..
เจ็บ จุก...จนพูดอะไรไม่ออก...
จึงได้แต่เตือนตัวเองให้ทำความเข้าใจกับชะตากรรม...และทำใจกับมัน...
เหนื่อยครับ..เหนื่อยใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดีนอกจาก...เข้าใจ-ทำใจ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
บางทีมันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้รับผิดชอบที่อยู่ในเหตุการณ์ครับว่า จะมีความรับผิดชอบเพียงใด
ไม่เป็นไรนะครับอาจารย์ อะไรต้องซ่อมก็คงเลี่ยงไม่ได้อยู่ได้ ทำใจแล้วกันครับ
สวัสดีครับ พี่ครูคิม
สวัสดีครับ อ.จารุวัจน์ شافعى
ผมแจ้งโรงแรมว่า ผมไม่เอาเรื่องกับใคร แต่ขอให้ครั้งต่อไปเกิดเหตุเช่นนี้ ควรรีบแจ้งเจ้าของรถให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ปล่อยข้ามคืนมาเหมือนที่ผมเจอในคราวนี้...
ขอบคุณครับ...
สวัสดีครับ น้องซิลเวีย
หลายปีก่อน รถบัสชนกับรถบรรทุก...
ผมก็ไม่เอาอะไรกับเจ้าของรถบัส เพราะคิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก
ที่ไหนได้ เรื้อรังมาจนบัดนี้ เลยทีเดียว...
ส่วนเจ้าของรถบัส ก็ไม่มาถามสารทุกข์สุขดิบอะไรอีกเลย...
นั่นก็ผิดที่ผมแหละครับ....ง่ายเกินไป...
สวัสดีค่ะ อ.พนัส
เรื่องร้ายๆได้ผ่านไปแล้ว ต่อแต่นี้ไปได้พบแต่สิ่งดีๆแล้วค่ะ...โบราณท่านว่าค่ะ (ไม่ใช่หมอดูนะคะ)
ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
รถเสียหายไม่เท่าไหร่ค่ะคุณแผ่นดิน แต่เข้าใจความรู้สึกนะคะ ส่วนใหญ่หนุ่มๆจะรักรถมากมายซะด้วย ... ครั้งนี้ถือว่าฟาดเคราะห์แล้วกันค่ะ
หากแต่แปลกจังเวลาเจ็บที่กาย สุภาพบุรุษก็มักจะทำเก่ง ไม่เป็นไรเจ็บกาย ไกลหัวใจ .. (ปสก.จากน้องชายนะคะ) จนทำให้เราต้องถามย้ำๆ บ่อยๆ จนแน่ใจว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ
จากนี้ไป ฟ้าหลังฝนจะงดงาม มีแต่สิ่งดีๆ ... เป็นกำลังใจให้ปลอดภัยในทุกเส้นทางค่ะ
สวัสดีค่ะด้วยความระลึกถึง
ขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยค่ะ
รถซ่อมได้เสมอ แต่...คนซ่อมไม่ได้นะค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
เป็นน้องใหม่และเป็นครูมัธยมคนใหม่ค่ะ
ที่นี่นะคะ
พระเอกในวรรณคดี
สวัสดีค่ะ
มาเป็นกำลังใจให้นะคะ
มาเด้อขวัญเอ้ย ขวัญอยู่ป่าให่มาซะมื่อนี่วันนี่
แวะมาปลอบใจ ถือว่าฟาดเคราะห์ ต่อไปก็มีแต่โชคดีมีชัยค่ะ
ผมกลับมาถึงเมื่อคืนนี้
23.00 น. หน้ากองกิจการ นศ. มข.
ของที่ระลึกที่ฝากไว้
เริ่มออกดอกเบี้ยแล้วครับ
555555555555+
มีบล็อค เรื่องเล่า "หลวงพระบาง" หรือยังครับ
เพิ่งนั่งอ่านครับ
เสวนาภาษานักกิจกรรม
เสวนาอย่างเมามัน
แต่ก็แฝงด้วยความเจ็บปวดจากรถพัง
เฮ้อ
คงเหนื่อยจากพิษณุโลกมาต่อที่ขอนแก่นและหลวงพระบางใช่ไหมครับ
ลืมถามไปว่า เครื่องบินที่นั่งกลับเป็นอย่างไรบ้างน้อ?