เช้านี้อ่านข่าวเรื่อง พรบ.ศอ.บต.ฉบับใหม่ หากเป็นอย่างที่นักวิชาการในพื้นที่มองแล้วมันก็น่าคิดครับ ตามลิงค์

‘ร่าง พรบ.ศอ.บต.ฉบับใหม่’ หรือการ ‘ปลุกชีพ’ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาใหม่โดยพรรคประชาธิปัตย์เจ้า เก่า อาจเป็นการนโยบายขายฝันเก่าๆ เอามา ‘ยำ’ ใหม่ที่ไม่มีคำตอบรอข้างหน้าว่าแก้สำเร็จ อย่างข้อวิเคราะห์ของ ‘ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี’ นักวิชาการรัฐศาตร์ มอ.ปัตตานี -ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังเชิงองค์ความรู้สถานการณ์ภาคใต้มองว่านิยาม ‘5 จังหวัดชายแดนใต้’ทำให้งบประมาณแก้ไฟใต้ไม่ตรงความจริง ทั้งยังไม่ตอบสนองการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง (เหมือนเดิม!)
ผศ.ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี(มอ.ปัตตานี) ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ร่าง พรบ.ศอ.บต.ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งทำให้องค์กรแก้ไขปัญหาภาคใต้ในภาคพลเรือนคงชื่อเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นสำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้(สบ.ชต.)ว่า เดิมทีมีการเสนอร่าง พรบ.เข้าสู่สภา 4 ฉบับ คือหนึ่งร่างพระราชบัญญัติที่ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลปัญหาภาคใต้โดยตรงเสนอขึ้นมาเป็น ร่างกฎหมายและเรื่องของการบริหารส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่างที่สองคือร่างของคุณนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เสนอขึ้นมาหลังจากที่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่มีปัญหาเรื่องคนในพรรคที่จะมารับผิดชอบบางส่วนของปัญหาภาคใต้ บวกกับพรรคมีหลายขั้วร่างจึงนี้ไม่ถูกเสนอ ฉบับที่สามเป็นร่างของนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ และอีกฉบับคือร่างรัฐธรรมนูญราชการจังหวัดชายแดนใต้ มีความต่างกับอีกสามฉบับในแง่มีโครงสร้างพระราชบัญญัติ เสนอจากนายนัจมุดดีน อูมา จากพรรคมาตุภูมิ ร่างทั้งสี่ฉบับมีสาระสำคัญ มาจากจุดเริ่มต้นโดยการพยายามที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องของการเมืองการปกครองแล้วเสนอแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยลงสู่ ความยุติธรรม ปัญหาความขัดแย้ง ประเด็นเรื่องชาติพันธ์ ศาสนา ประวัติศาสตร์ อัตตลักษณ์
“แต่การแก้ปัญหาพื้นที่นี้ต้องแก้ปัญหา ที่โครงสร้าง และโครงสร้างที่สำคัญคือโครงสร้างการเมืองการปกครอง คือข้อเสนอที่สำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาการเมืองการปกครองได้จะสามารถแก้ปัญหาทะลุไปเรื่องอื่น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ ที่ผ่านมาเน้นเรื่องของการทหาร การใช้กำลัง การใช้กฎหมายพิเศษ และให้อำนาจกับฝ่ายความมั่นคงจัดการทหาร ควบคุมสถานการณ์ที่รุนแรงโดยใช้กฎหมายพิเศษ เป็นอำนาจที่ร่างเข้ามาและละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นร่างเก่าจึงเป็นเรื่องของกฎหมายที่เสนอเกี่ยวข้องกับความมั่นคง และกฎหมายพิเศษ” นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานีกล่าว
ผศ.ดร. ศรีสมภพเปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน พศ.... ซึ่งถูกนำเสนอผ่านสภาในสมัย คมช.เรืองอำนาจ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขเฉพาะใช้แบบจัดการแบบพิเศษ มีเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการในการปฏิบัติข้อกฎหมายที่ใช้สองฉบับ คือ พรก.ฉุกเฉินและกฏอัยการศึก ทั้งที่การแก้ปัญหาควรให้อำนาจประชาชนแก้ปัญหาแทนที่จะใช้การทหารที่ทำให้ สถานการแย่ลง การใช้ทหารควบคุมเป็นการไม่ไว้ใจและไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ท้ายสุดควรนำเรื่องการเมืองนำการทหาร นำมาเป็นใจความสำคัญของร่าง พรบ.ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้สันติวิธี และมีอำนาจประชาชนเป็นส่วนย่อยอยู่
ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวต่ออีกว่า ภายใต้โครงสร้างของพระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน พศ.... ซึ่งให้อำนาจกับกอ.รมน. ภายใต้การควบคุมของทหาร ทำให้สถานภาพของ ศอ.บตไม่มีอิสระในการบริหารหรือแก้ไข กำหนดนโยบาย และมีส่วนตัดสินใจกับงบประมาณที่ลงมา แต่โครงสร้างใหม่ที่เกิดขึ้นมา ศอ.บต แยกออกมาจาก กอ.รมน. ขึ้นตรงกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายปกครองที่ทำให้การประสานงานทำได้ดีกว่าเดิม และโครงสร้างสภาที่ปรึกษาใหม่ ของ ศอ.บต จัดสรรจากหลายสาขาอาชีพ เป็นสภาสันติสุข อยู่ภายในเงื่อนไขข้อกฎหมาย จะส่งผลให้ปัญหามีแนวโน้มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น เพราะอำนาจได้ถูกกระจายอย่างแท้จริง
“อันนี้ก็จะเป็นอำนาจเพิ่ม เข้ามา เพิ่มงบประมาณ ซึ่งมันอยู่ในมาตรา 11 จะเป็นลักษณะที่ ศอ.บต มีอำนาจที่ชัดเจนขึ้นซึ่งแต่เดิม ศอ.บต ไม่มีอำนาจในการตั้งงบประมาณตัวเองได้ เพราะหน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ กอ.รมน แต่ร่าง พรบ.ฉบับใหม่นี้จะให้ ศอ.บต มีอำนาจในการจัดการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยขึ้นกับสภาความมั่นคง แห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ในทางเศรษฐ์กิจก็จะมีการพูดถึงในหลักการเศรษฐกิจพิเศษ ศอ.บต ก็เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดเป้าหมาย จะมีรัฐมนตรีภาคใต้ จะกำหนดนโยบายภาพใหญ่ของ ศอ.บต ที่ได้เสนอขึ้นตามกฎหมายใน พรบ.ของรัฐบาล”
แต่ ผศ.ดร.ศรีสมภพมองว่า ร่างฉบับใหม่อาจทำให้ ศอ.บต มีอิสระมากขึ้นในทางนโยบายและเรื่องงบประมาณ แต่มีปัญหาในเรื่องอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต เพราะว่า ศอ.บต.ที่รัฐบาลเสนอนั้นมีองค์ประกอบอยู่ที่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลาและสตูล รวม 5 จังหวัด มีข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นว่า ถ้า ศอ.บต จะแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ปัญหาความไม่สงบจริงๆ เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดไม่ใช้ 5 จังหวัด หรือสงขลาก็มีแค่ 4 อำเภอซึ่งอยู่ติดกับ 3 จังหวัด หากว่าเราพูด 5 จังหวัดมันก็มีปัญหาอยู่ว่ามันไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างแท้จริงเพราะจะทำให้ คลาดเคลื่อนในเรื่องนโยบาย เพราะว่าตัวปัญหาจริงๆ คือปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
“สงครามมันเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดไม่ใช้ 5 จังหวัดทำไมหน่วยงานนี้ไม่มีขอบเขตอำนาจหน้าที่เฉพาะ 3 จังหวัดเพราะสิ่งที่ตามมาจะเป็นเรื่องของงบประมาณ เกิดกระจายออกไปสู่สงขลาและสตูล จะทำให้เกิดปัญหา เป้าหมายไม่ชัด ทรัพยากรที่ถูกส่งลงมาก็กระจาย อันนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังวัดชายแดน ภาคใต้ยากที่จะสงบ”นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานีและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังเชิงองค์ความรู้ สถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) กล่าว
โดยเขากล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น 5 ปีที่ผ่านมารัฐต้องเสียงบประมาณจำนวนมาก ข้อมูลที่เปิดเผย พบว่าเป็นแสนล้านซึ่งรวมถึงจังหวัดสงขลาด้วย ซึ่งก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเวลาพูดถึงงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้คนมักจะพูดถึงหลัก แสนล้าน แต่ที่ลงมาจริงๆ มันไม่ถึง จากงานวิจัยและจากการประชุมในระดับพื้นที่ได้ตั้งข้อสงสัยว่างบที่ลงมามัน ไม่เห็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นข้อสงสัยที่เกิดขึ้นพอสมควร
เมื่อ ไปศึกษาแล้วก็พบว่า งบประมาณที่ลงมาจะรวมของสงขลาและของสตูลด้วย ที่คือปัญหา เพราะงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่จริงๆ ประมาณ 30 หรือ 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
“สรุปแล้วงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่ 3 จังหวัดประมาณหกหรือเจ็ดหมื่นล้านในระยะ 5 ปีที่ผ่าน ซึ่งเป็นงบประมาณที่เปิดเผย และที่ผ่านมาหน่วยงานที่ลงมาช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่มีหลายหน่วยงานมาก แต่ที่ทำงานจริงๆ ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่างบประมาณที่ลงมาปฏิบัติจริงๆทั้งงบพัฒนา งบอะไรต่างๆหากไม่นับเรื่องของการทหาร ทั้งหมดไม่ถึงห้าหมื่นล้านเพราะว่าหน่วยราชการอื่นๆ ก็มีปัญหาในเรื่องของการปฏิบัติ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า มอ.ปัตตานีก็มีปัญหาในเรื่องของงบประมาณ เพราะว่าอาคารที่ก่อสร้างต่างๆ ยังทิ้งร้างสร้างไม่เสร็จเลย ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมันไม่มาก แต่มีปัญหาในเรื่องของการบริหาร เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ลงมาถึงประชาชนจริงๆนั้นผมว่าไม่ถึงครึ่งที่จ่ายจริง งบประมาณส่วนใหญ่จะหมดไปในการใส่น้ำมันรถทหาร เบี้ยเลี้ยงทหาร ซื้ออาวุธ งบประมาณถูกจ่ายให้กับประชาชนคงไม่เต็มที่เท่าที่ควร อันนี้คือปัญหา” ผศ.ดร.ศรีสมภพให้ความเห็น
ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังเชิงองค์ความ รู้สถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ยังฟันธงว่า หากหน่วยงานที่รับผิดชอบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กระจายความรับ ผิดชอบ ใน 5 จังหวัด คงไม่อาจแก้ปัญหาความรุนแรงใดๆ ได้ เพราะการบริหารจัดการยังไม่ตรงเป้าหมาย หรือถ้าลงใน 3 จังหวัดก็ต้องชัดเจนในการแก้ปัญหา อันนี้เป็นข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นว่าทำไมถึงไม่ทำให้อำนาจหน้าที่ ศอ.บต รับผิดชอบเฉพาะ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของสงขลา ซึ่งข้อโต้แย้งนี้เป็นข้อเรียกร้องของสภาสันติสุขของ ศอ.บต และในเรื่องนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ก็เรียกร้องในเรื่องนี้ด้วยและได้ส่งข้อความบันทึกถึงนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย แล้ว
ต้องรอดูกันว่า เมื่อมีข้อโต้แย้งตั้งแต่เพิ่งคลอด ร่าง พรบ.ศอ.บต.ฉบับใหม่ หรือ พรบ.ศอ.บต. ‘โบว์แดง’ ของรัฐบาลประชาธิปัตย์จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร หรือจะรอให้การเมืองเปลี่ยนขั้วแล้วเจอของ ‘แสลงใจ’ เหมือนที่รัฐบาลทักษิณประกาศยุบทิ้ง ศอ.บต.เก่าเมื่อ 30 เมษายน 2545
ถึง วันนั้นรัฐบาลนี้จะรู้ซึ้งว่า เวลามี.... แต่... ทำไม่ได้ ส่งผลต่อทิศทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างไร...
ข้อมูลอ้างอิง : http://www.voicepeace.org/index.php?option=com_content&view=article&id=443%3A2009-11-22-20-15-39&catid=59%3A2009-03-04-04-07-39&lang= en
การเมือง...เรื่องต้องคิดจริงๆๆ อิอิ

เห็นด้วย ทุกประการทั้งปวง
มองอีกมุมหนึ่ง การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ เบี้ยเสี่ยงภัย ที่ทหารและตำรวจได้นั้น มันคือผลประโยชน์เงินทอง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กลับกลายเป็นการปลุกความคิดที่ว่า "ถ้าสถานการณ์สงบกรูก็ไม่ได้ค่าเสียงภัยสิน่ะ" หรืออย่างไรก็ตาม สถานกาณืก็ยื้อไป ไม่มีเหตุการณ์ก็สร้างสถานการณ์กันเอง เพื่อยื้อไว้ หรือ การที่พรรคต้องการฟื้น ศอบต นั้น อาจจะเป็นการรื้อเพื่อกินขนมต่อจากคราวที่แล้ว ที่ยังไม่ได้บูดภายใต้เหตุผลของสถานการณ์ความรุนแรง เหมือนจะดูดี แต่ข้างในก็เพื่อผลประโยชน์
"สถานการณ์ชายแดนใต้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองไปแล้ว" กลายเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างนโยบายต่างๆ เมื่อสถานการณ์กลายเป็นเรื่องการเมือง มันก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ การเมืองคือ เรื่องที่ว่าด้วยผลประโยชน์ ช่างสอดคล้องกับความหมายเสียจริงๆ
ไม่มีอะไรมากครับ แค่ช่วยฉีกประเด็นให้ย่อยลงไปเพื่อตีแผ่
ขอบคุณมากครับ
คนเร่ร่อน
การเมือง(หลาย) เรื่องต้องคิดจริงๆว่าเขาทำอะไรกัน อิอิ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากครับ
ครูคิม
ประเทศชาติจะสงบสุขด้วยการร่วมมือของเราทุกคนครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับพี่ยาว
เกษตรยะลา
หนังม้วนนี้รอดูกันอีกยาวครับ อิอิ
ฮือ เพราะงบเป็นแสนล้าน มิน่าละ เลยจึงได้ข่าวลือเรื่อง เงินสิบล้าน สงสัยเพราะกำไรสูง จึงทำให้ต้นทุนสูงไปด้วย
ขอบคุณมากครับอาจารย์
Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
ประเด็นข้อมูลพื้นๆทางการศึกษาในพื้นที่ที่หลายคนสรุปมันพื้นจริงๆครับอันนี้เห็นด้วย ผมมีหนังสือเกี่ยวกับสามจังหวัดฯมากมายแต่ไม่มีเล่มไหนอ่านแล้วได้ใจสักเล่มเลยครับ การศึกษาบ้านเรา ปัญหาบ้านเรา ต้องเราร่วมกันทุกภาคส่วนอย่างจริงจังครับ
สลามครับน้องฟูอ๊าด ยังไม่ได้ เห็น ร่า พรบ ฉบับนี้ ยินดีที่นำมาให้รู้ก่อนครับ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
จารุวัจน์ شافعى
เคยเข้าไปฟังสัมมนาเฉพาะกิจกับผู้หลักผู้ใหญ่เพียง ๒๐ กว่าคนฟังงบประมาณที่สูญสลายไปในเงื้อมมือของเงามืดแล้ว ถึงบางอ้อเลยครับว่า "ทำไมบ้านเมืองไม่พัฒนาซะที"
วาอาลัยกุสสลามฯ ครับบัง
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ร่างฉบับนี้น่าเป็นห่วงมากครับ...แต่หลายคนคงสบายใจเพราะได้กำไรเยอะ อิอิ
.
.
.
แล้วหาดใหญ่ ที่ระเบิดตายๆ กันไป ที่หน้าลี ที่ร้านข้าวต้ม ที่ สนามบินหาดใหญ่ อ.คลองหอยโข่ง ไม่ได้รับผลหรืออย่างไร
หาดใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบเลย ระเบิดมันเดินมาเองใช่ไหม บ้าป่าว
ถ้าไม่อยากให้รวมสงขลา ก็อย่าเอาระเบิดมาวางดิ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ขอบคุณมากครับ...สันติสุข เชื่อทุกพื้นที่อยากให้เกิดขึ้นครับ
คนหาดใหญ่
อย่าเพิ่งตัดสินเลยคะว่าเงินที่ลงมามหาสารนั้นโดนนักการเมืองกินกันมากมาย ก็คงจะมีบ้าง แต่ในฐานะที่เรามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่สมัยเรียน มอ.ปัตตานี ปี 45 จนถึงตอนนี้ก็ยังทำงานที่ จชต. อยู่ รู้ว่าคนที่ทำงานที่นี่เหนื่อย แค่ไหน (สำหรับคนที่ทำงานจริงๆ) เสี่ยงมากมายแค่ไหน ไม่ได้พอใจกับเงินเสี่ยงภัยเดือนละไม่กี่บาท ที่ไม่คุ้มเลยกับการห่างลูก ผัว เมีย ช่วยกันนะคะ อย่าว่ากันเลย เปลี่ยนคำติเป้นคำที่ให้กำลังใจ บางทีใจคนทรามที่คุณๆประนามอาจจะเปลี่ยนก็ได้...คนเชียงราย รัก จชต.คะ