เพื่อน ๆ ลองนำไปคิดใคร่ครวญดูนะครับ อาจเกิดปิ๊ง...ซาโตริ...ได้ในทันทีทันใด

 

ช่วงนี้เงียบสนิทไร้เสียงสายฝนแล้วหวังว่าคงจางคลายไปเรื่องน้ำฝนจากฟากฟ้าเลยหยิบหนังสือขึ้นมากวาดสายตาผ่าน  สิ่งที่ได้จากหนังสือแจกในงานสัมมนาที่ ม. ทักษิณ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 52 อีกเล่มหนึ่งชื่อ...กระบวนทัศน์ใหม่ : ชุมชนเป็นศูนย์กลางบ่มเพาะปัญญา  จริยธรรม  นำพัฒนาคุณภาพชีวิต...  มี ดร. สมศักดิ์  โชคนุกูล เป็นบรรณาธิการ  หนังสือนี้เป็นของสถาบันปฏิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการ  ม. ทักษิณ สิ่งที่เป็นแง่คิดได้จากการอ่านในเล่มนี้คือ

1 . ในความเป็นจริงไม่มีอะไรในธรรมชาติที่อยู่แบบแยกส่วนแล้วจะสามารถอยู่รอดได้เลย

2 . ความสุขความกระตือรือร้นของผู้เรียนในระหว่างการเรียนรู้  บ่งบอกให้รู้ว่าห้องเรียนธรรมชาตินั้นดีกว่าห้องเรียนในอาคารเรียนหลายเท่าตัวนัก

3 . การทำงานร่วมกับชุมชน...ให้นิสิตรู้จักสังเกตวิถีของชุมชน  ทำความเข้าใจผู้อื่น  เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น  เกิดการพัฒนาตนอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

4 . มหาวิทยาลัยสอนให้เราได้แค่ในตำรา  ส่วนของประสบการณ์ชีวิตเป็นสิ่งที่เราต้องพยายามเก็บเกี่ยวเอาเอง

5 . ทำให้ได้รู้ว่าบางทีความรู้ที่มีจากตำราก็ไม่สามารถนำมาใช้กับชีวิตจริง

6 . การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้นั้นจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกให้เกิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชน  ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมทางประเพณี  วัฒนธรรมของชุมชน

7 . ในความเป็นศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน...การที่จะอยู่ร่วมกันได้โดยสันติเราต้องแบ่งแยกให้ได้ว่านี่คือวิถีของศาสนาจะได้เข้าใจซึ่งกันและกัน  อะไรคือศาสนาอะไรคือสังคมจึงจะอยู่ร่วมกันได้

8 . ในสังคมปัจจุบันใช้ชีวิตแบบต้องแข่งขันทำให้มีทัศนคติที่ผิด ๆ ในการเรียนรู้เพื่อก่อให้เกิดปัญญา

9 . ความรู้ในตำราไม่มีค่า  ถ้าไม่เปลี่ยนเป็นความรู้ในตัวคน

10 . นักวิชาการที่ใฝ่เรียนรู้จะต้องอยู่ติดดินตลอดเรียนรู้ทุกอย่างในธรรมชาติมองทุกอย่างเป็นครู ถ้าหลงตนว่าเก่งแล้วก็เป็นการปิดกั้นการเรียนรู้จนหมดสิ้น

11 . ถ้าคนเราไม่ถูกการจัดการศึกษาทำลายจนลืมที่จะลงข้างล่าง ขึ้นแต่ข้างบนอย่างเดียวแสดงว่าหลงตัวเองไม่รู้ตัวเองใช่ไหม..?

เพื่อน ๆ ลองนำไปคิดใคร่ครวญดูนะครับ  อาจเกิดปิ๊ง...ซาโตริ...ได้ในทันทีทันใด...