ธรรมชาติให้ความเป็นสิริมงคลแก่เราเสมอ

 วันที่ตื่นขึ้นมาเช้าๆ มีอะไรให้ได้ยินได้ฟัง ได้ชม เพราะคำว่าเช้านั้น แปลว่ายังมีเวลา ยังไม่ต้องรีบเร่ง และยังมีเวลาใส่ใจ กับสิ่งที่เรามองแค่ผ่านๆไปวันๆ

 

อย่างเช้าวันหนึ่ง ผู้เขียนก็ไม่ได้มองข้ามเจ้าสองเกลอน้อยๆ ที่ผุดขึ้นมากลางสนาม นี่คือภาพถ่ายที่ขยายมากๆแล้ว สวยนะ ดูน่าเอ็นดู เหมือนสองเกลอกำลังคุยกัน ในยามเช้า ที่ล้วนเป็นเรื่องชวนให้ร่าเริง สุขใจ ถ้า..วันนั้นผู้เขียนเร่งรีบไปหน่อย ก็อาจย่ำเขาไป อย่างไม่รู้ตัว และก็จะไม่มีวันรู้ ไม่มีวันเห็น เขาอรุณสวัสดิ์กันด้วย

 

แต่อีกเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผู้เขียนเดินกลับจากการไปใส่บาตร ผ่านร้านค้า ก็ไม่ทราบว่าเป็นวิทยุหรือ โทรทัศน์ กำลังประกาศถึงการที่ทีมหมอพยาบาลไทย กำลังจะเดินทางกุสินารา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตามโครงการดูแลผู้เจ็บป่วย ในการแสวงบุญ ที่กุสินารา ประเทศอินเดีย(ผู้เขียนบันทึกไว้ในบันทึกก่อนหน้านี้)ในวันพรุ่งนี้  ก็เลยหยุดฟังครงนั้นจนจบ และรู้สึกปลื้มปิติใจ เพราะเคยเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น สาธุ สาธุ สาธุ ยังอุตส่าห์ได้ยินข่าวดีในเช้าวันดีๆ

 

 

การเริ่มต้นของเช้าวันใหม่  ธรรมชาติให้ความเป็นสิริมงคลแก่เราเสมอ ด้วยแสงเงินแสงทอง ที่ทาบทาขอบฟ้า และสายลมเย็น หวังให้เป็นอรุณสวัสดิ์ แก่ทุกคน

 

 

เราอาจมองอย่างมีความหมาย และรู้สึกถึงพรจากเบื้องบน หรือเพียงแค่ภาพผ่านตาก็ได้ เพราะวันนั้น เป็นวันที่เราไม่เคยใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบกาย ไม่สนใจใยดี ความปรารถนาดี ที่ใครๆส่งมาให้อยู่แล้ว

 

 

เมื่อเช้านี้ ผู้เขียนเก็บภาพไว้ดู ก่อนออกจากบ้านไปใส่บาตร ที่จริงแล้ว ต้องบรรยายว่า ใบไม้ไหวๆ ตามสายลมหนาวด้วยค่ะ สดชื่น  สดชื่น......สดชื่น

 

และแล้วแสงสว่าง ก็ค่อยๆ ขับไล่ความมืดมนออกไป

 ทีละน้อย ...ทีละน้อย และเจิดจ้าในที่สุด

พรุ่งนี้ อย่าลืมมองฟ้าของเช้าวันจันทร์ด้วยนะคะ มองอย่างตั้งใจ และซึมซับความปรารถนาดี ที่ธรรมชาติอวยพรให้เรา

หรือว่า

คงแค่ได้มองผ่านตาไป ไม่ได้มีวันพิเศษวันไหน สำหรับเราเลย ?