ผลงานที่สรรสร้างให้แก่องค์กร ด้วยความขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์สุจริต เป็นศักดิ์ศรีของคนทำงานในองค์กร หากเรามีจุดยืนที่มั่นคง แหงนหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ก็ไม่จำเป็นต้องพรั่นพรึงกับอำนาจที่ไม่ชอบธรรม

 

 

 

 

  

 

          เมื่อเร็วๆนี้ นายแพทย์ประเวศ  วะสี ราษฎรอาวุโส ได้ออกมาระบุว่า มีโรคใหม่กำลังระบาดหนัก คือ โรคขาดศักดิ์ศรีความเป็นคน  โดยเฉพาะคนที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงก็ยังเกิดความรู้สึก "ไร้ศักดิ์ศรี" ขึ้นมาได้..

          ต้นตอของโรคนี้ข้าพเจ้าคิดว่า ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งเล็กหรือใหญ่  แต่อยู่ที่เจ้าตัวจะรู้สึกว่า... ตนเองยังมีคุณค่าหลงเหลืออยู่เท่าใดต่างหาก..ตำแหน่งสูง รายได้ดีที่ต้องแลกมาด้วยการขายชีวิตและจิตวิญญาณ  ไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุขอย่างแท้จริง  เพราะเขาจะรู้สึกลึกๆว่า ตนเองไร้ความหมาย  พยายามแสดงอาการที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่ถูกไม่ควร เพื่อกลบเกลื่อนเนื้อแท้ที่กลวงโบ๋อยู่ภายใน  พอใจลูกน้องที่ประจบประแจง ป้อยอนายจนเสียผู้เสียคน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่แสดงศักยภาพในการงานให้ปรากฏเด่นชัด  มีแต่วิทยายุทธ์สอพลอเป็นกระบวนท่าไม้ตายประจำตัว  และหากว่าลูกน้องคนใดไม่ปฏิบัติตนเช่นนี้ผลจะเป็นเช่นไรนั้น  คิดว่าหลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ตรงกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการได้รับความอยุติธรรมเป็นรางวัล ...

          สำหรับข้าพเจ้าคิดเสมอว่า ผลงานที่สรรสร้างให้แก่องค์กร ด้วยความขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์สุจริต เป็นศักดิ์ศรีของคนทำงานในองค์กร  หากเรามีจุดยืนที่มั่นคง  แหงนหน้าไม่อายฟ้า  ก้มหน้าไม่อายดิน  ก็ไม่จำเป็นต้องพรั่นพรึงกับอำนาจที่ไม่ชอบธรรม  มนุษย์ที่ดีควรจะรักศักดิ์ศรีของตน  และเคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่น  ไม่ควรหยามหมิ่นหรือกัดกินศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมงาน  ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรีแห่งชีวิตที่ควรค่าแก่การภาคภูมิใจ นี่เอง... จึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง..

 

จิราภรณ์  บุญสงค์

21 พฤศจิกายน 2552