หน้าที่ Surveyor คือมาสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ไม่ใช่มาสอน ไม่ใช่มาจับผิด

             ผมได้รับการเชิญรวมเป็นนักเรียนฝึกการเยี่ยมสำรวจจาก สรพ. เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน พร้อมกับ File ข้อมูลรพ.ที่ไปตรวจเยี่ยม  จำนวนมากมาย  พยายามอ่าน ๆๆ ให้จบแบบงงๆ ผสมเครียดเพราะทำไมเขาทำอะไรได้ดี และมากมายจริง ๆ รพร.นครไทยคงต้องพยายามอีกมาก แน่ๆเลย   ตอนบ่ายโมง ของวันที่ 18 พ.ย.  นั่งรถRefer มาจากรพ. พร้อมคนไข้เส้นเลือดอุดตันที่จอประสาทตา ตอน บ่ายโมง กับพี่ติ่ง   โดยแวะเอาเสื้อที่บ้านฉัตรแก้ว กับดูสีรถมิตซู  ตกลงขอบรอนซ์ทองล่ะกัน  แล้วมาหลงในสุโขทัย ประมาณ 10 นาทีจึงถึง สนามบิน  ได้มาฝึกพร้อมกับน้องสงกรานต์  มีชูนึก เภสัชหน้าตาดี จากรพ.คีรีมาศ  และ อ.เพริศพักตร์จาก รพ.อุตรดิตถ์  พอขึ้นรถ รพ.แม่สอดจากสนามบิน คล่องกระเจ่า อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัยซึ่งอยู่ในรีสอร์ท ของ โรงแรมหรู  แต่นึกซื่อไม่ออกน่ะ    อาจารย์ปรมินทร์ก็ขอประชุม และสอนบนรถเลย เพราะจะไปดูบอลไทย- สิงคโปร์เมื่อถึงโรงแรมแล้ว  แต่น่าเศร้าเพราะวันนั้นไทย แพ้ไป 1-0  ในวันนั้น

                 อาจารย์ถามว่าอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรกับรพ.นี้บ้าง   ทีมนำเป็นอย่างไร ทีมประสานระดับกลางเป็นอย่างไร ทีมใดที่เข้มแข็ง   กลางๆ และยังควรพัฒนา  หน่วยงานไหนเด่น กลาง ควรพัฒนา  คิดว่าเรื่องใดเป็น AI (Appreciate Inquiry) ของหน่วยนั้นๆ  เพื่อเราจะได้นำมาขยายผลเมล็ดแห่งความดีให้เกิดการเรียนรู้ต่อไป หน้าที่ Surveyor  คือมาสร้างโอกาสในการเรียนรู้   ไม่ใช่มาสอน ไม่ใช่มาจับผิด รวมถึงการอ่าน profile นั้นอ่านแล้วสามารถทราบว่าองค์กรนั้นคิดอะไรอยู่    มีการเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรม โครงการต่างๆไปในทิศทางเดียวกับตัวชี้วัดองค์กรหรือ ไม ซึ่งรพ.ส่วนใหญ่จะมีตัวชี้วัดตามนโยบายของกระทรวงมากกว่าตัวชี้วัดที่เป็นประเด็นคุณภาพ หรือเกี่ยวกับบริบท(รากเหง้า)ของตนเองเป็น ส่วนใหญ่   เช่นมีการทำงานเชิงรุกมากมายเรื่องโรคเรื้อรังในชุมชนแต่ แต่ตัวชี้วัดกลับวัดไปแค่การออกคัดกรองเบาหวานเท่านั้น   การเชื่อมโยงของการจัดการปัญหาสุขภาพในระดับทุติยภู(ในรั่ว รพ.)  กับปฐมภูมิ (ทะลุไปนอกรั่ว รพ.) มีความชัดเจนเพียงใด  การจัดการความเสี่ยงที่ยังเป็น Common Risk  ไม่ได้แสดงถึงการพัฒนาที่ต่อเนื่อง  ในบางหน่วยงาน บางโปรแกรม  แต่ก็มีหน่วยงาน   และทีมที่มีการพัฒนาชัดเจนเช่นการแก้ไขปัญหาของ IC เรื่องเครื่องมือแพทย์เป็นสนิม  ทีม Rapid ADR ของทีมPTC    ตลอดจนอ่านแล้วคิดว่าทีมนำ ทีมคร่อม หน่วยปฏิบัติใครผู้ผลักดันระบบคุณภาพเป็นหลัก  แล้วก็แวะกินข้าวที่ในอ.เมือง  ปลาอร่อยมาก อ.รณชัยก็ยังอบอุ่น ดุแลจัดการทุกเรื่องแบบหมอศัลย์ อาหารอะไรที่เหลือก็หมุนเวียนทานให้หมด  อิ่มมากพอขึ้นรถเลยหลับกันหมด  กับการเข้าโค้ง 118 ครั้งก็เดินทางมาถึงโรมแรมที่พัก  ที่หรูสุดของ อ.แม่สอด คือโรงแรม Centara Mae Sod Hill Resort   เมื่อ Check in เข้าห้องก็พบว่าทางรพ. ได้นำ Hospital profile วางไว้ที่หมอน พร้อมบัตรอวยพรให้ฝันดี   ทำให้คาดไม่ถึง และประทับใจมากเลย

                ตื่นมาตอนเช้า  จริง ๆ ไม่ค่อยได้นอนเลย ขยันจริงๆ อ่านเอกสาร  รายละเอียด สลับ ดูบอลโลกรอบคัดเลือก  ทานมื้อเช้าแบบรีบๆ  อ.ปรมินทร์เรียกคุยโดยมอบหมายให้ฝึกถามเองคนละหน่วยงาน เราได้ซักฟอก ซึ่งไม่ค่อยชำนาญเท่าไร   นั่งรถไปถึงรพ.แม่สอด ก็ฟัง Opening Meeting พบหมอโรจนศักดิ์บุคคลต้นแบบของ ด้าน EOL ของรพ.แม่สอด  พี่กนกนาท ผอ.ที่ยังดูอ่อนไหว  แต่จะเกษียณปีหน้าแล้ว น่ะ !   หลังจากนั้นก็ไปที่การจัดการขยะ   บำบัดน้ำเสีย  โรงไฟฟ้า   ซักฟอก   จ่ายกลาง  ฝ่ายโภชนาการ  ที่ระบบบำบัดน้ำเสียได้เรียนรู้การเสริมพลังผู้ปฏิบัติ  และการเตรียมความรู้ที่จำเป็นก่อนออกตรวจเยี่ยม เช่นความรู้เกี่ยวกับการใช้Bacteria ในการบำบัดน้ำ   ค่าการกรวดน้ำต่างๆ เช่น pH   BOD ค่าตะกอน  เป็นต้น    การกำจัดขยะควรมีพื้นที่เพียงพอ เป็นสัดส่วนลดการปนเปื้อน และการเข้าถึงให้น้อยที่สุด และคำนึงถึงหลัก การยศาสตร์ (Ergonomics) ในการขนส่งขยะด้วย     ส่วนที่ซักฟอก จ่ายกลางได้เรียนรู้การฝึกสังเกตถึง ความเป็นสัดส่วน ลดการปนเปื้อน ลดการกระจายฝุ่น  การเรียนรู้เรื่องน้ำจับฝุ่น  ฝุ่นจับน้ำในการกำจัดฝุ่นจากเครื่องซักผ้า     หน่วยจ่ายกลาง เรียนรู้ ระบบไหลเวียนของสะอาด และสกปรก   ได้เห็นความพยายามในการปรับปรุงสถานที่ของรพ. ซึ่งควรจะได้อาคารสิ่งก่อสร้าง ที่เหมาะสมกับภาระงานมากกว่านี้ เพราะเป็นรพ.ทั่วไปที่มีความสำคัญดูแลประชาชนในเขตชายแดน และชาวต่างชาติ  ส่วนฝ่ายโภชนาการมีการแบ่งสัดส่วนในการ เตรียม  ปรุง ล้างอย่างเป็นสัดส่วน แต่อาจารย์ปรมินทร์ บอกว่าไข่ควรล้างที่ไหน    สงสัยไหมครับ  แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ล้างที่ห้องน้ำ

                ตอนบ่ายไปสังเกตการณ์เข้าพูดคุย การสร้างความผูกพัน และสภาพแวดล้อมบุคลากรที่ศัลยกรรมหญิง  ซึ่งมีผู้ป่วยถึง 37 เตียงจากจำนวนเตียงปกติ  30 เตียง งานหนักมากจริงๆ อาจารย์ให้ฝึกเรียนรู้จากงานประจำผ่าน Chart  การสื่อสารในchart   ต่อด้วยไปฝึกถามที่ศูนย์เครื่องมือแพทย์   มานั่งฟังการสรุปของ คณะกรรมการ ENV  ทำให้ได้เรียนรู้ว่าในปัจจุบันมาตรฐานได้เปลี่ยนแนวคิด (paradigm shift )ไปจาก จาก ENV for Safety  ไปสู่ ENV for  Care and Learning   HR แต่นำเสนอเป็น HRF   การพลักดันในเชิงยุทธศาสตร์เช่นอัตรากำลัง และการพัฒนาบุคลากร  การพัฒนาผู้นำ และ  Career path ,Career development       เรียนรู้แนวคิดใหม่ของ HR ในปัจจุบันที่เน้นการสร้าง Engage = LIVE ( คิดเองว่า ต้องประกอบด้วยการเรียนรู้(Learn) เพราะมนุษย์ จะมีความสุข และภูมิใจถ้าได้เรียนรู้อย่างอิสระ    การได้แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน (Information) ในหลากหลายวิธี   แต่ควรเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง นะครับ  รู้สึกได้ว่างานที่ตนเองทำมีคุณค่า มีแระโยชน์(Value)  และการได้เสริมพลัง การได้รับคำชม การได้ประสบความสำเร็จจะเล็กๆ หรือใหญ่ๆ ก็ได้ การให้กำลังใจ(Empowerment)  ) และพัฒนาสิ่งแวดล้อมของบุคลากร  ก็จะไปสู่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ความสุขในการทำงาน และความตั้งใจในการทำงานของบุคลากรได้เอง

                 ตอนเย็นอาจารย์มอบมาตรฐานการประเมินผู้เยี่ยมสำรวจมาให้ศึกษา และประเมินตนเอง ซึ่งประกอบด้วยความรู้ ทักษา และชิ้นงาน  การถามอย่างมีเป้าหมาย เข้าใจง่าย  เช่นเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้  เพื่อ Verify   ถ้าไม่ชัดเจนก็ควรสรุปประเด็นซ้ำด้วย  สรุปสิ่งดี  ๆ  AI ก่อนที่จะเชื่อมโยงไปสู่การขยายผลไปสู้งานอื่นๆของตนเอง หรือข้ามหน่วยงานต่อไป   ไว้มาต่อตอนที่ 2 น่ะครับ