ได้เรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตจน ม. ทักษิณมอบ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กลายเป็นดอกเต็อร์...

เขาเป็นชาวบ้านแห่งทุ่งตะโหมด เมืองพัทลุงที่แสนจะธรรมดา ๆ  มีอาชีพทำการเกษตรได้รับเชิญให้มาพูดบนเวทีสัมมนาเมื่อวานที่ ม. ทักษิณถิ่นสงขลา  เขาจบ ป. 4 เขาจบนักธรรมเอก เขาว่า...

ผมโชคร้ายที่ไม่ได้เรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย  แต่ผมโชคดีที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยชีวิต ชุมชนเปรียบดังมหาวิทยาลัยชีวิต การเรียนรู้จากผืนดินถิ่นกำเนิดมาจนบัดนี้ได้อายุ 76 ปีแล้วยังไม่แก่นะครับเพราะถ้าแก่ก็ถือไม้เท้าเดินและผมยังขออยู่ต่อเอาแค่ 50 ปีก็แล้วกัน 

 ทุกวันนี้ไม่เคยเข้านอนโรงพยาบาลเลย  ผมตั้งปณิธานไว้ว่า...ชีวิตนี้จะไม่มีวันสูญเปล่า...

คนเราเมื่อไม่เรียนก็ต้องไม่รู้  เมื่อไม่ดูก็ต้องไม่เห็น  เมื่อไม่ทำก็ต้องไม่เป็น

เดี๋ยวนี้ลูกหลานน้อยคนจะหันหลังกลับไปดูชุมชน ด้วยเข้าสู่กระแสสังคมบริโภคนิยม  วันหนึ่งออกมาเจอหลานสาวในหมู่บ้านยืนรอรถไปทำงานเลยถามได้ความว่า...เธอจบ ป. ตรี ไปทำงาน

วันหนึ่ง 8 ชม. ได้เงิน 130 บาท ได้แต่งตัวสวย ๆ ได้เที่ยวห้าง ได้เพื่อนคุย  ได้เงินหาเลี้ยงตัวอยู่ในเมือง...

หนูไม่กลับมาทำสวนยางที่พ่อทำอยู่รึ...ไม่ละลุง หนูเรียนจบ ป. ตรี มาทำงานเหมือนคนข้างบ้านกรีดยางอยู่ไม่ได้ อายเขา ใส่เสื้อผ้าก็เก่า ๆ เหม็นขี้ยาง  แถมมียุงเป็นเพื่อนอีกต่างหาก ...

ท่านผู้ฟังที่เคารพ  เขาว่าต่อ...ผมมาคิดดูนะ จบ ป.ตรี ทำงาน 8 ชม. ได้เงินมา 130 บาท ผมกรีดยางทำงาน 4 ชม. ได้เงินชม.ละ 200 บาทครับ

นี่คือนายวรรณ ขุนจันทร์ ปราชญ์ชาวบ้าน ได้เรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตจน ม. ทักษิณมอบ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กลายเป็น ดร. วรรณ ขุนจันทร์นั้นแล.