ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวพุทธในสังคมไทยสามารถกำหนดเอาตามวัยได้ดังนี้
1 . วัยเป็นเด็ก พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูอบรมลูกคือ
+ ตักเตือนไม่ให้ลูกทำความชั่ว
+ สั่งสอนลูกให้ตั้งอยู่ในความดีงาม
+ ส่งเสริมให้ได้เรียนเพียรหาความรู้
+ ตริตรองหาคู่ครองให้เหมาะสม
+ มอบทรัพย์สินให้เมื่อถึงกาลอันสมควร
เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าลูกก็มีหน้าที่ดูแลบ้างคือ
+ เลี้ยงดูแลพ่อแม่เป็นการตอบแทน
+ ช่วยทำธุระน้อยใหญ่ให้ท่านทั้งสอง
+ รักษาตระกูลไม่ให้เสื่อมเสีย
+ ประพฤติตนสมควรได้รับมรดก
+ เมื่อท่านล่วงลับไปก็ทำบุญอุทิศไปให้
2 .วัยเป็นหนุ่มสาว มี 2 อย่างคือ
+ เป็นชายก็บวชเรียนเพื่อรู้จักบาปบุญคุณโทษ
+ เข้าสู่การแต่งงานพร้อมรับผิดชอบต่อครอบครัว
3 . วัยเป็นผู้ใหญ่ หรือวัยกลางคนแล้วมีหน้าที่ดังนี้
+ ทำงานเลี้ยงชีพด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม
+ เลี้ยงดูแลครอบครัวรวมทั้งพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ตามแก่อันสมควร
และความสุขในวัยนี้มี 4 ข้อคือ
1 . สุขอันเกิดจากการมีทรัพย์สิน
2 . สุขอันเกิดจากการได้ใช่จ่ายเงินที่ตนหามาได้
3 .สุขเกิดจากการไร้หนี้สิน
4 . สุขเกิดจากการทำงานโดยสุจริต
4 . วัยเป็นคนชรา อยู่ในบั้นปลายไม้ใกล้ฝั่งน้ำจะเอนลงน้ำวันใดก็ได้ก็มีชีวิตพักผ่อนอยู่บ้านเลี้ยงดูหลาน ๆ เข้าวัดฟังธรรม รักษาศีลลงอุโบสถ์สร้างกุศลเอาไว้ติดตามตัวไปในอนาคต
การที่ผู้สูงวัยอยู่ในศีลในธรรม จึงสมควรที่ลูกหลานให้ความเคารพนับถือคุณธรรมที่ควรมีติดตัวคือ
ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพรหมคือพรหมวิหาร 4 ข้อคือ
1 . การมีเมตตา แสดงความปรารถนาดีด้วยความจริงใจ
2 . การมีความกรุณาแสดงความมีมิตรไมตรีต่อกัน
3 . การมีมุทิตาพลอยชื่นชมยินดีต่อคนที่ควรได้รับ
4 . การมีอุเบกขาธรรม เพื่อรักษาความเป็นกลางนั้นแล.
สวัสดีครับอาจารย์ยูมิ
มาด้วยความระลึกถึงครับ
มาอ่านบทความดีๆ ครับ อ่านแล้วทำให้เข้าใจหน้าที่มากขึ้น
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ
สวัสดีครับ คุณณัฐวรรธน์
มีความสุขกับการแสวงหาความรู้นะครับ...
สวัสดีครับ คุณอ้อยควั้น
ยังสบายดีอยู่ครับ ยามเย็นก็ไปวิ่งออกกำลังกาย เอาน้ำเหงื่อแทนน้ำมนต์...อิ อิ อิ
มีความสุขในทุก ๆ วันนะครับ...
สวัสดีครับ คุณnuch
วาว ๆ มีภาพสวย ๆ ก่อนนอนพอดีจริง ๆ เลยหนานี่...หลับให้สบายนะครับผม...อิ อิ อิ