บทเสภาขุนช้างขุนแผน,บทเสภาไกรทอง,บทเสภาอิเหนา,บทเสภานิทราชาคริต
บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนความเก่า
ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
จาก ตู้หนังสือเรือนไทย
ข้อมูลเบื้องต้น
ผู้แต่ง: ไม่ปรากฏ
บทประพันธ์
สำนวนที่ ๑




| ๏ | คณายางจับต้นยางใหญ่ | ||
| นกคล้าจับคล้าตะเวนไพร | กระในจับในรกราย | ||
| ไม้รังดอกร่วงเกสร | ใยสลอนยังแสงพระสุริย์ฉาย | ||
| ตระแบกบานก้านเบียดลมรบาย | นางกรายกิ่งกรายเมื่อต้องลม | ||
| นิจจาเอ๋ยแม้ได้นุชนาฏ | ไม่นิราสแรมร้างภิรมย์สม | ||
| จะดิ้นโดยมาด้วยในไพรพรม | จะชวนชมเก็บช่อผกาการ | ||
| เก็บประดู่ลำดวนยมโดย | ลมโชยกลิ่นชื่นหอมหวาน | ||
| เหมือนกลิ่นวนิดายุพาพาล | ขุนแผนแสนโศกซ่านกระสัลทรวง | ||
| สาวหยุดนางแย้มกาหลง | พยอมพยงค์ก็โรยร่วง | ||
| เกดแก้วพิกุลเปนพุ่มพวง | ดอกดวงหล่อนกลาดดาษดิน | ||
| เห็นดอกรักเหมือนจะรักไม่ร้างพี่ | ครั้งนี้หรือมาหน่ายเสียได้สิ้น | ||
| ไปอยู่ด้วยขุนช้างเถื่อนเปนเพื่อนกิน | ไม่ถวิลกังวลถึงพี่ยา | ||
| โอ้ไฉนใครหนอจะไปแจ้งเหตุ | ว่าพี่ร้างนคเรศมาเดิรป่า | ||
| แสนคนึงถึงนางทุกเวลา | ............................ | ||
| ครั้นออกจากป่าพนาวัน | พอสุริยันเย็นลงย่ำสนธยา | ||
| ขุนแผนผู้ชาญทหารกล้า | จึงโอมอ่านคาถาถามหาสดมภ์พลาง | ||
| เสดาะใบดาลบานประตู | เที่ยวค้นดูทั่วบนหอรีที่หอขวาง | ||
| ฝูงทาสหลับกลาดนอกหอกลาง | บ้างนอนคราววิปริตผิดกิริยา | ||
| ผ้านุ่งยุ่งปนกับผ้าห่ม | เนื้อนมผมดกปกประหน้า | ||
| ดูเห็นสมเพชเวทนา | ถึงห้องนารีหนึ่งดูพึงชม | ||
| นอนอยู่บนเตียงกระจ้อยร่อย | เอวบางร่างน้อยดูสวยสม | ||
| น้อยแน่งผิวเนื้อนวลนม | ไรผมขำคมอยู่ในที | ||
| ดวงหน้าละม้ายคล้ายหน้าเทศ | นวลแก้มการเกดลออศรี | ||
| หน้าเจ้าคล้ายวันทองน้องรักพี่ | หลากนักนางนี้จะเปนใคร | ||
| วงศวารว่านเครืออ้ายขุนช้าง | หรือญาติข้างวันทองเปนไฉน | ||
| จะว่าเมียขุนช้างก็ผิดไป | นวลเจ้ายังไม่ต้องมือชาย | ||
| จำจะปลุกให้เจ้าลุกขึ้นไต่ถาม | จึงจะแจ้งเนื้อความดังใจหมาย | ||
| สั่งพรายพรายก็วางให้นางคลาย | พลางร่ายมนต์เป่าเคล้าคลึงชม | ||
| ๏ ครานั้นนางแก้วกิริยา | นิทรา............................ | ||
| พี่ลอบชมตามอารมณ์ประสารัก | ลักจูบลูบน้องต้องติดใจ | ||
| เจ้าต้องมนต์นอนหลับสนิธอยู่ | แก้วตาหารู้สึกตัวไม่ | ||
| โทษพี่ผิดแล้วขออไภย | จงบอกให้พี่ประจักษ์สักสองคำ | ||
| เจ้าเปนอะไรกับขุนช้าง | พี่ขอพูดด้วยนางทองร้อยน้ำ | ||
| หรือว่าเมียชู้คู่อุปถัมภ์ | เจ้าอย่าอำบอกพี่ไปแต่ตามจริง ฯ | ||
| ๏ เจ้าแก้วกิริยาได้ฟังถาม | นางนิ่งนึกตรึกความแล้วนั่งนิ่ง | ||
| มั่นแม่นขุนแผนแล้วจริงจริง | จะมาตามช่วงชิงเจ้าวันทอง | ||
| วิทยาอาคมก็หนักหนา | อาจใจมาเที่ยวบุกเล่นทุกห้อง | ||
| สิธุระประสงค์ข้างวันทอง | นี่ลัดแลงหลงห้องเข้ามาไย | ||
| ครั้นจะมีโอนอ่อนผ่อนคำ | ถ้าขัดแค้นก็ทำเหตุใหญ่ | ||
| ให้ครั่นคร้ามขะขามใจ | แล้วบอกว่าข้ามิใช่เจ้าวันทอง | ||
| อนิจจาคิดมาเปนน่าหัว | หลงตัวแล้วมิหนำซ้ำหลงห้อง | ||
| แล้วยอข้าว่าเหมือนเจ้าวันทอง | แสร้งซร้องสรรเสริญให้เกินดี | ||
| อันปัดนี้หรือจะเอาไปเทียมแก้ว | ฉันรู้แล้วว่าน้องน้อยศักดิ์ศรี | ||
| ข้าเจ้ามิใช่เปนผู้ดี | ฉันนี้เปนทาสเจ้าวันทอง | ||
| ตัวข้าเปนลูกท่านโศกโขไทย | ต้องเร่งพินัยเงินสิบสอง | ||
| บิดาต้องโทษโปรดให้จำจอง | จึงพาน้องมาขายฝากไว้ | ||
| เปนต้นเงินตราสิบห้าตำลึง | ครึ่งปีหนึ่งแล้วยังหาไถ่ไม่ | ||
| ชื่อแก้วกิริยาข้าตกไร้ | รู้แล้วเชิญท่านไปอย่าฆ่าตี ฯ | ||
| ๏ อนิจจาเห็นหน้าเจ้าพี่สงสาร | มาตกยากช้านานไม่พอที่ | ||
| แต่เงินสิบห้าเท่านี้ | ตกนักงารพี่จะช่วยน้อง | ||
| เปนบุพเพนิวาสพาสนา | ชักพามาพบเข้าในห้อง | ||
| ขอฝากรักพี่ไว้ในน้อง | พี่จะครองแก้วตามิให้ราคี | ||
| ว่าพลางถอยถดเข้ามาใกล้ | อย่าสูญใจเหมือนเจ้าได้เอนดูพี่ | ||
| ลูบหลังสั่งรักด้วยไมตรี | ฤดีปั่นป่วนอยู่รวนเร ฯ | ||
| ๏ นางแก้วค้อนควักแล้วผลักเสีย | ใครเปนชู้เมียอย่ามาเลียมเล่ห์ | ||
| ว่ารักน้องประยุทธเห็นสุดคะเน | อย่าแต่งเล่ห์ล่อลวงผิดท่วงที | ||
| ท่านเปนไทยหรือจะมาประทาส | ไม่สอาดไอ่เอี่ยมเทียมศักดิ์ศรี | ||
| จะแก้แค้นแทนกันนั้นตามที | ท่านผู้ดีต่อดีเขาจะทำกัน | ||
| ข้างข้าเจ้านี้ต้องการอะไร | จะมาพลอยใครผายผัน | ||
| ธุระท่านมีอยู่เปนสิ่งอัน | จะมาพลอยพัวพันข้าไย ฯ | ||
| ๏ ขุนแผนจึงว่าอนิจจานะน้อง | พี่จะรักวันทองนั้นเปนข้อใหญ่ | ||
| ชั่วดีเจ้าก็รู้อยู่เต็มใจ | ขุนช้างเจ้ากรรมทำให้มาทดแทน | ||
| บุญแล้วพบแก้วกิริยา | เจ้าแก้วตาพี่รักเจ้าเหลือแสน | ||
| พี่ดีใจยิ่งกว่าได้วิมานแมน | แสนสุดสวาทพี่ไม่แรมวัน | ||
| อิบแอบแนบน้องประคองพุ่ม | อุ้มขึ้นบนตักแล้วรับขวัญ | ||
| เจ้าเหมือนหนึ่งยาทิพย์อันเย็นครัน | ช่วยร้อนที่กระลัลในน้ำใจ | ||
| นางแก้วผลักไสไฮ้ฉนี้ | อย่าพาทีน้องยังหาเชื่อไม่ | ||
| เลือกว่าเอาแค่เพราะเสนาะใน | แต่พอได้ก็โผไปลอยลิบ | ||
| ทีนั้นนางแก้วกิริยาตั้งตาคอย | ข้างท่านก็ลอยไปหายฉิบ | ||
| ชแง้เปล่าเฝ้าท่าตาไม่พริบ | เพื่อนเขาจะกระซิบกันนินทา | ||
| แต่เปนกรรมแล้วนิหนำซ้ำให้เหม็นสายเล่า | ใจเบาเชื่อลมสมน้ำหน้า | ||
| จะขายฝ่าเท้าท่านบิดา | ทั้งมูลนายเขาจะว่าให้ซ้ำใจ ฯ | ||
| ๏ ขุนแผนว่าน้อยหรือถ้อยคำ | หวานฉ่ำน้ำฟ้าไม่เปรียบได้ | ||
| มาหวานวัยจับจิตต์ติดน้ำใจ | ชายใดได้ฟังเห็นจะหลงลม | ||
| แล้วแก้เงินสิบห้าออกยื่นให้ | สิ่งหนึ่งสิ่งไรจงเสร็จสม | ||
| ไม่ลวงล่อข้อนั้นอย่าปรารมภ์ | เชยชมแก้เครื่องเปลื้องจากกาย | ||
| ห้อยไว้ข้างฝาแล้วคว้ากอด | สวมสอดด้วยความรักไม่เหือดหาย | ||
| จะหยิกข่วนผลักไสไม่ห่างคลาย | พลางชิดติดกายแนบนวลนาง | ||
| พอพระพายชายโชยโรยริน | ฟุ้งกลิ่นมาลาที่หน้าต่าง | ||
| ริ้วริ้วปลิวชายสไบนาง | จันทร์แจ่มกระจ่างอยู่พรายพราย | ||
| เรื่อเรื่อไรไรอยู่ในเมฆ | ดาวช่วงดาวเอกรับเดือนหงาย | ||
| ดาวฤกษ์เบิกเมฆอยู่คล้ายคล้าย | พระพายเยือกเย็นเปนลมลาง | ||
| หอมระรินกลิ่นแก้มแกมกลิ่นดอกไม้ | กอดจูบลูบไล้ไม่ไกลข้าง | ||
| รสรักแล่นทั่วสรรพางค์ | ต่างคนต่างมีผาสุกใจ ฯ | ||
| ๏ ขุนแผนยืนอยู่ดูหอขวาง | ของขุนช้างสร้างขึ้นไว้ใหม่ใหม่ | ||
| หอนั่งตั้งฉากตลอดไป | กระจกใสใส่อย่างยี่ปุ่นกลาง | ||
| รูปฝรั่งนั่งไพล่ในกระจก | แล้วแขวนนกโนรีที่หน้าต่าง | ||
| ดูฝรั่งตั้งตาชำเลืองนาง | เหมือนอย่างคมค้อนงอนตละเปน | ||
| ใครหนอช่างฉลาดมาวาดเขียน | ฝูงหญิงนอนเปนอันดับมา | ||
| แล้วเสดาะใบบานดังดาลไข | ย่างเท้าเข้าไปในเคหา | ||
| อรรจกลับวับแวมแจ่มตา | เห็นม่านปักลักขนาคนึงใจ | ||
| ผืนนี้ฝีมือเจ้าวันทอง | นี่ก็ฝีมือน้องพี่จำได้ | ||
| ปักชั้นช่องหิมวาไลย | เปนเขาใหญ่ไกลาสดังเงินยวง | ||
| ปักเปนฝูงนางกินรา | ลอยล่องฟ่องฟ้าชมเขาพลาง | ||
| ต้นไม้รายช่อช้อยห้อยดอกดวง | บานตูมพุ่มพวงร่วงกลีบโรย | ||
| น่ารักชนีที่ร่ายไม้ | ลิงโล่ลูกน้อยห้อยตัวโหย | ||
| ลมพัดตระบัดโบกโบย | ค่างโปรยใบยางเหมือนอย่างเปน | ||
| น่ารักปักเปนไม้นารีผล | นวลหน้านฤมลน่าชมเล่น | ||
| วิทยามาชมทุกเช้าเย็น | เนื้อนมชมเล่นเหมือนเปนจริง | ||
| งามฝูงยูงทองป้องปีกรำ | กิเลสเล่นน้ำนำนรสิงห์ | ||
| ดูไหนก็ลไมลม่อมจริง | ยิ่งพิศยิ่งเพลินจำเริญใจ | ||
| จะชมม่านช้านักก็จักช้า | พลางเดิรเข้ามาหาช้าไม่ | ||
| ตัดสายม่านน้องลงกองไว้ | ด้วยอาไลยน้องวันทองนัก | ||
| มาถึงม่านกั้นชั้นสอง | นี่ก็ฝีมือน้องวันทองปัก | ||
| เจ้าพี่เอ๋ยน่าชมนัก | เจ้าช่างปักเปนรูปพระยาครุฑ | ||
| กางกรโอบอุ้มแก้วกากี | สู่ต้นไม้ฉิมพลีอันสูงสุด | ||
| เข้าสู่สถานพิมารครุฑ | แสนสุดสวาทนาฎกากี | ||
| ปักเปนวารีสีทันดร | เงือกงูมังการสลอนมี | ||
| นำคู่ลอยล่องท่องวารี | กุมภีล์มัจฉาปลาหน้าน | ||
| ฝูงนาคฉลากฉลามตามโลด | ช้างน้ำโดดขึ้นชลพ่น | ||
| อรหันต์กางปีกกระพือชล | ............................ | ||
| (หมดฉบับเท่านี้) | |||
สำนวนที่ ๒
| ๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิธ | อันรุ่งฤทธิ์รังสีไม่มีสอง | |
| บำราสร้างห่างโฉมเจ้าลาวทอง | ใหตริตรองตรึกตรมอารณ์รอน | |
| ยามนอนก่ายกรเกยนลาต | เสียวสวาทลาวทองฤทัยถอน | |
| โอ้ทำไฉนจึงจะได้มาแนบนอน | แต่อาวรณ์วิเวกวังเวงทรวง | |
| นอนเดียวเปลี่ยวใจอยู่ในห้อง | น้ำเนตรนองนิ่งนึกคนึงห่วง | |
| โอ้น้องแม่มาหมองมามัวทรวง | ที่ไหนดวงสุดาพี่จะมีสเบย | |
| ป่านฉนี้แก้วพี่จะโศกแสน | จะนอนแน่นแนบนิ่งเหนือเขนย | |
| ถ้าเจ้าอยู่จะได้ชูชมสเบย | มาละเลยแล้วโอ้อนิจจัง | |
| อนิจจาช่างกะไรอ้ายขุนช้าง | ฉะใจจางเมามืดแต่โมหัง | |
| ให้ขุ่นแค้นเคืองจิตต์คิดพวัง | จนคลุ่มคลั่งลุกออกมานอกชาน | |
| ชมเดือนพอให้เชือนอารมณ์ชื่น | รวยรื่นลืมมิ่งวิมลสมาน | |
| พระจันทรจรแจ่มจักรพาฬ | ดาวตระการเด่นดูระดะดวง | |
| ดูเดือนเสียดายกระต่ายแต้ม | เดือนแรมดาวรายระรุยร่วง | |
| เหมือนขุนช้างอิจฉาสุดาดวง | ดาราร่วมเหมือนเรานิราสร้าง | |
| คิดถึงเรื่องแล้วให้เคืองอารมณ์แค้น | หนักแน่นอัดอั้นอางขนาง | |
| มึงทำกูหมายว่ากูจะละวาง | จะตามล้างให้ระยำจนหนำใจ | |
| แต่วันทองน้องรักดังแก้วตา | เมื่อมึงปรารถนาก็ยอมให้ | |
| นี่ลาวทองของกูได้มาไว้ | ยังส่อให้ต้องติดอยู่ในวัง | |
| ดีแล้วเปนไรอ้ายขุนช้าง | คิดพลางทางแค้นถึงความหลัง | |
| ไม่ควรชังวันทองไปหมองชัง | แค้นคั่งคลั่งคลุ้มกลับกลุ้มรัก | |
| โอ้โอ๋วันทองของพี่เอ๋ย | ไม่ควรเลยอนิจจามาตกปลัก | |
| โมโหหึงส์ดึงดันจนเด็ดรัก | เพราะหาญหักหุนหวลจึงชวนเชง | |
| ห้ามเจ้าเจ้าก็ตามทรามถวิล | ประมาทหมิ่นอาคมคารมเหลิง | |
| คิดถึงวันจากให้อาไลยละเลิง | เพราะกระเกริงจึงต้องกรากอยู่กรุงกรัง | |
| น่าเอนดูแต่เจ้ารู้ปรนนิบัติ | เมื่อกำดัดยังไม่หน่ายสวาทหวัง | |
| ทั้งชั้นเชิงชิดชมไม่ชิงชัง | อุตส่าห์นั่งนวนฟั้นเจ้าหมั่นจริง | |
| อันการแต่งแล้วก็ดีไม่มีลบ | ขยันครบล้ำเลิศประเสริฐหญิง | |
| น้ำใจเจ้าเล่าก็รักพี่หนักจริง | นี่ประวิงเพราะแม่มันแปรเอง | |
| ทั้งอีเถ้าหัวดกอ้ายอกขน | มันเห็นว่ากูจนจึงข่มเหง | |
| กล้าทำก็กรรมของมึงเอง | นี่หากเกรงพระองค์ผู้ทรงเมือง | |
| กูจะพาแต่น้องวันทองหนี | ให้คดีนั้นลือระบือเลื่อง | |
| แม้ยิ่งตามออกไปพอไกลเมือง | จะกลับเยื้องย้อนชัฎสกัดฟัน | |
| เคืองแค้นคลายคิดถึงลาวทอง | ตรึกตรองจนย่ำพระสุริย์ฉัน | |
| จึงเรียกทนายมาสั่งพลัน | พร้อมกันถ้วนหน้าทั้งข้าไทย | |
| ให้ไปพึ่งพระหมื่นศรีเสาวราช | กับหมื่นไวยวรนาถนั้นจงได้ | |
| อันตัวของข้าจะลาไป | จงช่วยเอาใจใส่ท่านมารดา | |
| สั่งพลางไปเรือนท่านมารดร | ยอกรทั้งสองเหนือเกศา | |
| ก้มกราบกับเท้าท่านมารดา | แล้วแจ้งกิจจาแต่จริงไป | |
| อันลูกกับอ้ายขุนช้างล้าน | จะล้างผลาญกันลงให้จงได้ | |
| บัดนี้ลูกมาจะลาไป | ตระเตรียมการไว้ทุกสิ่งแล้ว | |
| แม่จงพาข้าไทยไปจากบ้าน | อยู่นี่จะรำคาญด้วยลูกแก้ว | |
| สู้ตายลูกไม่ไว้มันแล้ว | ช่วยอวยพรลูกแก้วให้จงงาม ฯ | |
| ๏ ครานั้นทองประศรีผู้มารดา | ได้ฟังลูกว่ารำพรรณห้าม | |
| พ่อยอดรักของแม่อย่าหมิ่นความ | เมื่อวันทองสิเขาตามชุนช้างไป | |
| จะต้องการอะไรกับวันทอง | มันเปนสองใจแล้วไม่เลี้ยงได้ | |
| คนสองน้องแขกตามมันใย | สองใจชั่วอัปมงคล | |
| อันหญิงงามเหมือนจามรีพราย | สู้ตามมิให้ซึ่งขนหล่น | |
| ชายอื่นมิให้ชื่นสวาทปน | ประกอบกลว่าเปนแก่กสัตรี | |
| ตัวเจ้าดังเผ่าสิงหราช | มันชาติอุลามกเร่งหกหนี | |
| พระทรงภพโปรดเลี้ยงถึงเพียงนี้ | ชาวบุรีเลื่องฟุ้งในกรุงไกร ฯ | |
| ๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิธ | นิ่งคิดคำแม่แล้วแก้ไข | |
| ที่จริงนั้นวันทองไม่สองใจ | ซึ่งชั่วไปทั้งนี้เพราะมารดา | |
| อีเถ้าศรีประจันมันเปนเอง | แนะนำทำเพลงให้เข้าหา | |
| ขุนช้างจึงหากอหังกา | เข้าไขว่คว้านางถีบจนตกเตียง | |
| อีเถ้าแม่แร่เข้าไปตีลูก | ว่าดูถูกทำผัวจนหัวเสี่ยง | |
| วันทองน้อยขยับจับมีดเมียง | อียายแม่เข้าเคียงยุดมีดไว้ | |
| ลูกรู้เพราะหนังสือของสายทอง | สอดบอกข่าวน้องหาเว้นไม่ | |
| ถึงกระนั้นก็ลูกไม่จงใจ | เดี๋ยวนี้ไปจะแก้เผ็ดอ้ายคนคด | |
| ซึ่งมันทำให้พลัดกับลาวทอง | ลูกจะขอตอยต้องให้ตามบท | |
| จนห้ามเฝ้ามิได้เฝ้าพระทรงยศ | ก็เพราะอ้ายคนคดมันคิดความ | |
| เจ็บอกลูกหนักแล้วนะมารดา | โปรดเกศาเถิดแม่อย่าหักห้าม | |
| ลูกไม่ย่อท้อต่อสงคราม | อ้ายขุนช้างติดามก็ไม่เกรง | |
| ลูกได้ยิ่งยอดปรอทเพ๊ชร | ย่อห่อนเจ็ดขามใครจะข่มเหง | |
| เช่นชาติมันพันหนึ่งลูกไม่เกรง | แต่เพียงต่อยคนละเป้งจะวิ่งไป | |
| หน้าอ้ายตุ่นขุนช้างนี่นะแม่ | มันจะแร่อาจตามไปถึงไหน | |
| มีแต่จะกอดหมดนนอนร้องไป | ตีอกร่ำไห้กว่าจะตาย ฯ | |
| ๏ ทองประศรีได้ฟังซึ่งน้ำถ้อย | จะจากลูกน้อยแม่ใจหาย | |
| ร้องไห้น้ำหมากขากฟูมฟาย | อวยพรลูกชายทั้งน้ำตา | |
| จะว่ากระไรไม่ออกสอื้นฮึก | ตามที่พ่อจะตึกเอาเถิดหวา | |
| แข็งใจเอามือเช็ดน้ำตา | แล้วแช่งว่าขุนช้างให้ตายไป | |
| แต่ลูกกูอายุให้ยืนนาน | ประเสริฐดังพระอวตารประสิทธิ์ให้ | |
| ทั้งพระเวทเรื่องเดชเดโชไชย | ให้อ้ายขุนช้างพ่ายแพ้ฤทธิ์ | |
| พรแม่ตั้งใจให้จริงจริง | จะนึกสิ่งใดให้สำเร็จกิจ | |
| ให้มีชัยแก่หมู่ปัจจามิตร | พรแม่ประสิทธิ์ให้ลูกยา ฯ | |
| ๏ ขุนแผนรับพรแล้วก้มเกล้า | ยกเท้าแม่ทูลเหนือเกศา | |
| ประทักษิณมัสการซึ่งมารดา | แล้วลีลามาหอพระสี่กร | |
| จึงจุดเทียนประทีปขึ้นบูชา | บุปผาผกาเกสร | |
| เอาหนังราชสีห์อันบวร | ปูซ้อนเชื้อเชิญซึ่งเทวา | |
| นุ่งขาวห่มขาวสมาธิ | ตั้งสติร่ายถูกพระคาถา | |
| ครบร้อยแปดคาบด้วยศาสตรา | ปฏิมารูปปลุกก็ลุกครัน | |
| เป่าสังข์บูชาพระหริวงศ์ | น้ำกุหลายอาบสรงเกษมสันต์ | |
| จึงเอาขันสำริดน้ำสรงนั้น | มาลงยันต์เจิมกระหม่อมด้วยยินดี | |
| ล้างหน้าแล้วว่าอธิษฐาน | กรายกรานขอพรประเสริฐศรี | |
| จึงสั่งให้บ่าวผูกพาชี | ฤกษ์ดีแต่งตัวด้วยเร็วพลัน | |
| นุ่งยกดวงแย่งระยับเยี่ยง | เข็มขัดเพียงดังแกล้งประสมสัน | |
| ชั้นในย้อมว่านประทับยันต์ | ชั้นนอกนั้นอัตลัดสพักทอง | |
| คาดเจียรบาดเทศแล้วเหน็บกฤช | ดังชวากล้าฤทธิ์เรืองสยอง | |
| สังวาลกุดั่นสุวรรณกรอง | ประคำทองตุ้มปี่อาจารย์ลง | |
| แล้วจับเครื่องบวงสรวงสังเวย | ตามเคยเครื่องต้นต้องประสงค์ | |
| สายสิญจน์ธูปเทียนเจียนประจง | ฉัตรธงเพดานเอาส่านทำ | |
| ใส่แหวนต่างต่างกระจ่างวาม | สง่างามดูประดิษฐ์พิจิตรขำ | |
| โพกประเจียดประจุเครื่องประจำ | ภควำใส่ยอดมงคลดี | |
| ก้มจับฟ้าฟื้นยืนอ่านเวท | สังเกตคอยฤกษ์ประเสริฐศรี | |
| พอได้ศุภฤกษ์จรลี | ขึ้นพาชีเป่ามนต์เรียกพูตพราย | |
| ปลอดทั้งทักทินยมขัน | ห่วงเฉียงโชคชั้นตวันฉาย | |
| เหลวเหล็กผีหลวงพ้นห่วงร้าย | เร่งพายหน้าหลังกำบังมา | |
| มีดฝานว่านยาทาฝีปาก | ออกจากบ้านตรงเข้าดงป่า | |
| ตั้งจิตต์บริกรรมภาวนา | ตัดมาดงห้วยหนองตะพาน | |
| ถึงหนองจรเข้เพลาค่ำ | ให้ม้ากินหญ้าน้ำเกษมสานต์ | |
| แล้วมาถึงบ้านพลับมิทันนาน | ใกล้บ้านขุนช้างเข้าฉับพลัน ฯ | |
| ๏ จึงตัดไม้ทำศาลเพดานดัด | พลีบัตรนั้นทำมาสรรพสรรพ์ | |
| ตีเหล็กไฟจุดธูปเทียนพลัน | เอาเครื่องพลีนั้นออกบูชา | |
| วงด้ายสายสิญนจ์โขลนทวาร | แปดด้านแขวนยันต์ทุกทิศา | |
| เอาผ้าผืนเครื่องทั้งนั้นมา | โอมอ่านฤทธาอาคมมนต์ | |
| ปลุกเษกชุมนุมเทวดา | ให้ชอุ่มมืดฟ้ามัวฝน | |
| อาราธนาเทวดาทุกตำบล | จอมสกลอิศเรศรแลนารายณ์ | |
| อินทราเทวดาศศิธร | ทินกรเวสสุกรรมวรุณฉาย | |
| รามสูรอรชุนแลพระพาย | ขอถวายกรน้อมประนมเชิญ | |
| ทั่วทั้งสินหกห้องสวรรค์ชั้นฟ้า | อิกรุกขาคีรีเขาเขิน | |
| ลำเนาหนองคลองห้วยกรวยโกรกเกริน | เถื่อนเถินปิศาจพระทรงเมือง | |
| ปู่เจ้าจอมภูผาป่าอ้อแดง | เจตคุกเรืองแรงฤทธิ์ลือเลื่อง | |
| ทั้งพระกาลองครักษ์หลักเมือง | ขอเชิญมารับเครื่องพลีกรรม์ | |
| แล้วตั้งความสัตย์อธิษฐาน | จงเปนทิพย์พยานประเสริญสรรพ | |
| ขุนช้างมิได้อยู่ในทางธรรม์ | สหายกันมันคิดประทุษร้าย | |
| เอาภรรยาของข้าไปชมขวัญ | ซึ่งข้อนั้นข้าก็ดับโมโหหาย | |
| มีเมียใหม่ได้มาไว้แนบกาย | ยังปองร้ายคิดทำให้จำไกล | |
| เสียดส่อต่อเติมเอาความทูล | นเรนทรศูรพิโรธไม่เฝ้าได้ | |
| แล้วมิหนำซ้ำให้เอาเมียไป | ปักสดึงอยู่ในนิเวศน์วัง | |
| วันนี้ข้ามาจะตอบแทน | ความแค้นแก้เผ็ดขุนช้างมั่ง | |
| แม้ข้าไม่อยู่ในสัจจัง | เชิญสังหารชีพอย่าได้ไว้ | |
| ถ้าข้างขุนช้างกระทำผิด | ขอให้สำเร็จกิจข้าจงได้ | |
| เทวาอารักษ์อย่าเข้าใคร | ใครชั่วก็ให้ประจักษ์ตา ฯ | |
| ๏ ครานั้นเทพาอารักษ์ | สิทธิศักดิ์ปิศาจแกล้วกล้า | |
| ผีภูตโขมดมารยา | ซึ่งมารับสังเวยพลีกรรม์ | |
| ปรึกษากันครั้นเห็นว่าขุนช้าง | โหดร้ายใจจางโมหันธ์ | |
| ทำลายสหายคิดร้ายกัน | เอาเมียเกลอนั้นมาเคล้าคลึง | |
| มั่งมีเงินทองเสียเปล่าเปล่า | ไม่ตอบแทนคุณเราสักนิดหนึ่ง | |
| ดีแต่จะกินเหล้าแล้วเมาอึง | เข้าของหน่อยหนึ่งไม่ถึงเรา | |
| แต่คุ้มเกรงรักษามาไม่น้อย | คราวนี้จะต้องปล่อยตามทีเขา | |
| ให้สมอ้ายขี้ตืดที่มืดเมา | จะคว้าหาเมียเปล่าไม่รู้ตน ฯ | |
| ๏ ขุนแผนแสนเลิศประเสริฐฤทธิ์ | ดังอาทิตย์แจ่มแจ้งกระจ่างหน | |
| ปลุกฤทธิ์สิทธิเดชด้วยเวทมนต์ | เอิกเริกฤกษ์บนได้ท่วงที | |
| จึงดูนิมิตเมฆฉาย | ดูกายผิวผ่องลอองศรี | |
| ขาวช่วงดังดวงจินดาดี | เปรมปรีดิ์สำอางกระจ่างใจ | |
| จบจับฟ้าฟื้นขึ้นขี่ม้า | พลายกุมารนำหน้ามาไสว | |
| ถึงขอบเขื่อนเขตเรือนเข้าทันใด | ขุนแผนตั้งใจภาวนา | |
| สกดพวกบ่าวเฝ้าประตู | คุดคู้บ่นเพ้อเลมอด่า | |
| ทั้งตัวพันอินท์พัทธยา | เลมอชักตุ้งก่าคว้าเหล็กไฟ ฯ | |
| ๏ ครานั้นนางพรายของขุนช้าง | ทั้งห้านางระวังวิ่งไสว | |
| เล็ดลอดสอดมองระมัดไภย | แลไปเห็นคนขี่ม้ามา | |
| บอกกันว่านั่นแน่ขุนแผน | แล้วล่วงแล่นเล็ดลอดละเลิงร่า | |
| ทำจริตบิดเบือนซึ่งกายา | ให้หน้าตาพิลึกสพึงกลัว | |
| สูงดำทมนยืนกั้นม้า | บ้างขึ้นบนต้นหว้าแล้วห้อยหัว | |
| คว่างทิ้งวิ่งเรี่ยบนปลายรั้ว | จับตัวให้ได้อ้ายคนคม | |
| อีคนหนึ่งถลิ้งห้อยหัวเดิร | สูงเกินปลายไม้สยายผม | |
| คึกคึกดังจะแผดแผ่นดินจม | อ้าปากพ่นลมดังไฟกัลป์ ฯ | |
| ๏ ครานั้นขุนแผนแสนสท้าน | ปรีชาชาญพริ้งเพริศประเสริฐสรรพ์ | |
| เห็นนางพรายรบรุกบุกบัน | กีดกันวงวิ่งเปนสิงคลี | |
| จึงแก้เข้าหอมที่ย้อมว่าน | โอมอ่านพระเวทประเสริฐศรี | |
| ซํดพรายขุนช้างในทันที | ดังอสนีฟอนฟาดจะขาดใจ ฯ | |
| ๏ นางพรายขุนช้างสิ้นทั้งห้า | ดังต้องสายฟ้าไม่ทนได้ | |
| ต่างล้มลุกจนซุกซนไป | ปีนขึ้นต้นไม้หักใบบัง | |
| เห็นหนุ่มน้อยหน้านวลชวนชม | ศาสตราอาคมของเขาขลัง | |
| จึงแปลงกายให้เหมือนนางชาววัง | เดิรแอบแยบยังกะทั่งไอ | |
| แฝงคนแล้วถามด้วยความดี | ค่ำมืดป่านนี้จะไปไหน | |
| ประทานโทษเถิดหม่อมนี้ชื่อไร | มาประสงค์สิ่งใดทนงนัก | |
| ชั่งไม่กลัวกองตระเวณที่เกณฑ์เที่ยว | ฉันเปนเสียวใจกลัวแทนหม่อมหนัก | |
| แล้วอย่าแค่นว่าฉันข้อนแสนงอนทัก | เพราะว่ารักดอกจึงห้ามด้วยความกลัว ฯ | |
| ๏ ขุนแผนได้ฟังซึ่งแยบยล | น้อยหรือกลดตรึกพลางทางยิ้มหัว | |
| แต่น้องเปนนางในยังไม่กลัว | ตัวพี่นี้เปนชายจะเกรงไย | |
| พี่ขอถามเจ้าบ้างอย่าอางขนาง | ทั้งห้านางนี้น้องอยู่กรมไหน | |
| แม้ประทานจะสนองให้ต้องพระไทย | ไม่อาไลยจานทองสักนิดเลย ฯ | |
| ๏ น้อยหรือกลแยบยลมาลวงหญิง | ชั่งจัดจริงจบเจียวแม่เจ้าเอ๋ย | |
| ใครหลงลิ้นก็จะลอยเปนลมเลย | ถ้าเชื่อเชยชมแล้วก็ชวนเชิง | |
| แต่อย่างฉันนี้หรือสมเปนข้าหลวง | อย่าติล่วงเล่นลิ้นให้ลานเหลิง | |
| ไม่รักเปนชาววังกลัวหลังเปิง | จะอยู่ละเลิงเล่นข้างนอกตามสบาย | |
| ถึงต้องติดเปนข้าท่านขุนช้าง | ก็เหมือนอย่างตัวเปล่าอยู่แหล่หลาย | |
| แม้ว่ายอมตามหม่อมกลัววุ่นวาย | เหมือนทำกรรมใส่กายไม่ต้องการ | |
| มาประสงค์สิ่งใดจะใคร่รู้ | จึงมายั้งหยุดอยู่ประตูบ้าน | |
| ถ้าขุนช้างมาเห็นมิเปนการ | เชิญท่านกลับไปอย่าได้ช้า ฯ | |
| ๏ พี่ขอบคุณแล้วที่ข้อรำพรรณแถลง | เจ้าไม่แจ้งจิตต์จงจำนงข้า | |
| พี่จะเล่าให้เจ้าฟังแต่หลังมา | ขุนช้างกับข้าเปนมิตรกัน | |
| บัดนี้เขาพาเจ้าวันทอง | เมียของพี่ไปไว้ชมขวัญ | |
| เสียน้ำสบถคิดคดกัน | มาวันนี้พี่หวังจะแทนทด | |
| จงหลีกให้พี่เข้าไปหน่อยเถิดนาง | อย่ากีดขวางเลยน้องมิต้องขบถ | |
| เกรงอะไรกับอ้ายทรยศ | นี่พี่งดเพราะเจ้าทั้งห้านาง | |
| สามิภักดิ์ต่อนายได้ยากเย็น | ใช้เช่นนี้พี่เห็นเปนผิดอย่าง | |
| อดนอนเดิรนั่งระวังทาง | ใช้นางอย่างนี้มิสมควร | |
| นี่จนใจด้วยเปนข้าเขาข้างนั้น | ถ้าผูกพันกับพี่นี้จะสงวน | |
| จะให้แต่นั่งผัดพักตร์ยักหน้านวล | เชยชวนเจรจาสำราญใจ | |
| แป้งน้ำมันมิให้หมองกระเหม่าม่อย | อีกไม้สอยส้นงาจะหาให้ | |
| กระจกแหนบก็จะแอบให้กันไร | จะถึงใจทั้งกระแจะน้ำมันจัน |