บทเสภาขุนช้างขุนแผน,บทเสภาไกรทอง,บทเสภาอิเหนา,บทเสภานิทราชาคริต

บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนความเก่า ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง       

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้อมูลเบื้องต้น

ผู้แต่ง: ไม่ปรากฏ

บทประพันธ์

สำนวนที่ ๑

 
  คณายางจับต้นยางใหญ่
นกคล้าจับคล้าตะเวนไพร   กระในจับในรกราย
ไม้รังดอกร่วงเกสร   ใยสลอนยังแสงพระสุริย์ฉาย
ตระแบกบานก้านเบียดลมรบาย   นางกรายกิ่งกรายเมื่อต้องลม
นิจจาเอ๋ยแม้ได้นุชนาฏ   ไม่นิราสแรมร้างภิรมย์สม
จะดิ้นโดยมาด้วยในไพรพรม   จะชวนชมเก็บช่อผกาการ
เก็บประดู่ลำดวนยมโดย   ลมโชยกลิ่นชื่นหอมหวาน
เหมือนกลิ่นวนิดายุพาพาล   ขุนแผนแสนโศกซ่านกระสัลทรวง
สาวหยุดนางแย้มกาหลง   พยอมพยงค์ก็โรยร่วง
เกดแก้วพิกุลเปนพุ่มพวง   ดอกดวงหล่อนกลาดดาษดิน
เห็นดอกรักเหมือนจะรักไม่ร้างพี่   ครั้งนี้หรือมาหน่ายเสียได้สิ้น
ไปอยู่ด้วยขุนช้างเถื่อนเปนเพื่อนกิน   ไม่ถวิลกังวลถึงพี่ยา
โอ้ไฉนใครหนอจะไปแจ้งเหตุ   ว่าพี่ร้างนคเรศมาเดิรป่า
แสนคนึงถึงนางทุกเวลา   ............................
 
 
 
 
 
ครั้นออกจากป่าพนาวัน   พอสุริยันเย็นลงย่ำสนธยา
ขุนแผนผู้ชาญทหารกล้า   จึงโอมอ่านคาถาถามหาสดมภ์พลาง
เสดาะใบดาลบานประตู   เที่ยวค้นดูทั่วบนหอรีที่หอขวาง
ฝูงทาสหลับกลาดนอกหอกลาง   บ้างนอนคราววิปริตผิดกิริยา
ผ้านุ่งยุ่งปนกับผ้าห่ม   เนื้อนมผมดกปกประหน้า
ดูเห็นสมเพชเวทนา   ถึงห้องนารีหนึ่งดูพึงชม
นอนอยู่บนเตียงกระจ้อยร่อย   เอวบางร่างน้อยดูสวยสม
น้อยแน่งผิวเนื้อนวลนม   ไรผมขำคมอยู่ในที
ดวงหน้าละม้ายคล้ายหน้าเทศ   นวลแก้มการเกดลออศรี
หน้าเจ้าคล้ายวันทองน้องรักพี่   หลากนักนางนี้จะเปนใคร
วงศวารว่านเครืออ้ายขุนช้าง   หรือญาติข้างวันทองเปนไฉน
จะว่าเมียขุนช้างก็ผิดไป   นวลเจ้ายังไม่ต้องมือชาย
จำจะปลุกให้เจ้าลุกขึ้นไต่ถาม   จึงจะแจ้งเนื้อความดังใจหมาย
สั่งพรายพรายก็วางให้นางคลาย   พลางร่ายมนต์เป่าเคล้าคลึงชม
๏ ครานั้นนางแก้วกิริยา   นิทรา............................
 
     
 
 
 
พี่ลอบชมตามอารมณ์ประสารัก   ลักจูบลูบน้องต้องติดใจ
เจ้าต้องมนต์นอนหลับสนิธอยู่   แก้วตาหารู้สึกตัวไม่
โทษพี่ผิดแล้วขออไภย   จงบอกให้พี่ประจักษ์สักสองคำ
เจ้าเปนอะไรกับขุนช้าง   พี่ขอพูดด้วยนางทองร้อยน้ำ
หรือว่าเมียชู้คู่อุปถัมภ์   เจ้าอย่าอำบอกพี่ไปแต่ตามจริง ฯ
 
 
๏ เจ้าแก้วกิริยาได้ฟังถาม   นางนิ่งนึกตรึกความแล้วนั่งนิ่ง
มั่นแม่นขุนแผนแล้วจริงจริง   จะมาตามช่วงชิงเจ้าวันทอง
วิทยาอาคมก็หนักหนา   อาจใจมาเที่ยวบุกเล่นทุกห้อง
สิธุระประสงค์ข้างวันทอง   นี่ลัดแลงหลงห้องเข้ามาไย
ครั้นจะมีโอนอ่อนผ่อนคำ   ถ้าขัดแค้นก็ทำเหตุใหญ่
ให้ครั่นคร้ามขะขามใจ   แล้วบอกว่าข้ามิใช่เจ้าวันทอง
อนิจจาคิดมาเปนน่าหัว   หลงตัวแล้วมิหนำซ้ำหลงห้อง
แล้วยอข้าว่าเหมือนเจ้าวันทอง   แสร้งซร้องสรรเสริญให้เกินดี
อันปัดนี้หรือจะเอาไปเทียมแก้ว   ฉันรู้แล้วว่าน้องน้อยศักดิ์ศรี
ข้าเจ้ามิใช่เปนผู้ดี   ฉันนี้เปนทาสเจ้าวันทอง
ตัวข้าเปนลูกท่านโศกโขไทย   ต้องเร่งพินัยเงินสิบสอง
บิดาต้องโทษโปรดให้จำจอง   จึงพาน้องมาขายฝากไว้
เปนต้นเงินตราสิบห้าตำลึง   ครึ่งปีหนึ่งแล้วยังหาไถ่ไม่
ชื่อแก้วกิริยาข้าตกไร้   รู้แล้วเชิญท่านไปอย่าฆ่าตี ฯ
๏ อนิจจาเห็นหน้าเจ้าพี่สงสาร   มาตกยากช้านานไม่พอที่
แต่เงินสิบห้าเท่านี้   ตกนักงารพี่จะช่วยน้อง
เปนบุพเพนิวาสพาสนา   ชักพามาพบเข้าในห้อง
ขอฝากรักพี่ไว้ในน้อง   พี่จะครองแก้วตามิให้ราคี
ว่าพลางถอยถดเข้ามาใกล้   อย่าสูญใจเหมือนเจ้าได้เอนดูพี่
ลูบหลังสั่งรักด้วยไมตรี   ฤดีปั่นป่วนอยู่รวนเร ฯ
๏ นางแก้วค้อนควักแล้วผลักเสีย   ใครเปนชู้เมียอย่ามาเลียมเล่ห์
ว่ารักน้องประยุทธเห็นสุดคะเน   อย่าแต่งเล่ห์ล่อลวงผิดท่วงที
ท่านเปนไทยหรือจะมาประทาส   ไม่สอาดไอ่เอี่ยมเทียมศักดิ์ศรี
จะแก้แค้นแทนกันนั้นตามที   ท่านผู้ดีต่อดีเขาจะทำกัน
ข้างข้าเจ้านี้ต้องการอะไร   จะมาพลอยใครผายผัน
ธุระท่านมีอยู่เปนสิ่งอัน   จะมาพลอยพัวพันข้าไย ฯ
๏ ขุนแผนจึงว่าอนิจจานะน้อง   พี่จะรักวันทองนั้นเปนข้อใหญ่
ชั่วดีเจ้าก็รู้อยู่เต็มใจ   ขุนช้างเจ้ากรรมทำให้มาทดแทน
บุญแล้วพบแก้วกิริยา   เจ้าแก้วตาพี่รักเจ้าเหลือแสน
พี่ดีใจยิ่งกว่าได้วิมานแมน   แสนสุดสวาทพี่ไม่แรมวัน
อิบแอบแนบน้องประคองพุ่ม   อุ้มขึ้นบนตักแล้วรับขวัญ
เจ้าเหมือนหนึ่งยาทิพย์อันเย็นครัน   ช่วยร้อนที่กระลัลในน้ำใจ
นางแก้วผลักไสไฮ้ฉนี้   อย่าพาทีน้องยังหาเชื่อไม่
เลือกว่าเอาแค่เพราะเสนาะใน   แต่พอได้ก็โผไปลอยลิบ
ทีนั้นนางแก้วกิริยาตั้งตาคอย   ข้างท่านก็ลอยไปหายฉิบ
ชแง้เปล่าเฝ้าท่าตาไม่พริบ   เพื่อนเขาจะกระซิบกันนินทา
แต่เปนกรรมแล้วนิหนำซ้ำให้เหม็นสายเล่า   ใจเบาเชื่อลมสมน้ำหน้า
จะขายฝ่าเท้าท่านบิดา   ทั้งมูลนายเขาจะว่าให้ซ้ำใจ ฯ
๏ ขุนแผนว่าน้อยหรือถ้อยคำ   หวานฉ่ำน้ำฟ้าไม่เปรียบได้
มาหวานวัยจับจิตต์ติดน้ำใจ   ชายใดได้ฟังเห็นจะหลงลม
แล้วแก้เงินสิบห้าออกยื่นให้   สิ่งหนึ่งสิ่งไรจงเสร็จสม
ไม่ลวงล่อข้อนั้นอย่าปรารมภ์   เชยชมแก้เครื่องเปลื้องจากกาย
ห้อยไว้ข้างฝาแล้วคว้ากอด   สวมสอดด้วยความรักไม่เหือดหาย
จะหยิกข่วนผลักไสไม่ห่างคลาย   พลางชิดติดกายแนบนวลนาง
พอพระพายชายโชยโรยริน   ฟุ้งกลิ่นมาลาที่หน้าต่าง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบนาง   จันทร์แจ่มกระจ่างอยู่พรายพราย
เรื่อเรื่อไรไรอยู่ในเมฆ   ดาวช่วงดาวเอกรับเดือนหงาย
ดาวฤกษ์เบิกเมฆอยู่คล้ายคล้าย   พระพายเยือกเย็นเปนลมลาง
หอมระรินกลิ่นแก้มแกมกลิ่นดอกไม้   กอดจูบลูบไล้ไม่ไกลข้าง
รสรักแล่นทั่วสรรพางค์   ต่างคนต่างมีผาสุกใจ ฯ
๏ ขุนแผนยืนอยู่ดูหอขวาง   ของขุนช้างสร้างขึ้นไว้ใหม่ใหม่
หอนั่งตั้งฉากตลอดไป   กระจกใสใส่อย่างยี่ปุ่นกลาง
รูปฝรั่งนั่งไพล่ในกระจก   แล้วแขวนนกโนรีที่หน้าต่าง
ดูฝรั่งตั้งตาชำเลืองนาง   เหมือนอย่างคมค้อนงอนตละเปน
ใครหนอช่างฉลาดมาวาดเขียน   ฝูงหญิงนอนเปนอันดับมา
แล้วเสดาะใบบานดังดาลไข   ย่างเท้าเข้าไปในเคหา
อรรจกลับวับแวมแจ่มตา   เห็นม่านปักลักขนาคนึงใจ
ผืนนี้ฝีมือเจ้าวันทอง   นี่ก็ฝีมือน้องพี่จำได้
ปักชั้นช่องหิมวาไลย   เปนเขาใหญ่ไกลาสดังเงินยวง
ปักเปนฝูงนางกินรา   ลอยล่องฟ่องฟ้าชมเขาพลาง
ต้นไม้รายช่อช้อยห้อยดอกดวง   บานตูมพุ่มพวงร่วงกลีบโรย
น่ารักชนีที่ร่ายไม้   ลิงโล่ลูกน้อยห้อยตัวโหย
ลมพัดตระบัดโบกโบย   ค่างโปรยใบยางเหมือนอย่างเปน
น่ารักปักเปนไม้นารีผล   นวลหน้านฤมลน่าชมเล่น
วิทยามาชมทุกเช้าเย็น   เนื้อนมชมเล่นเหมือนเปนจริง
งามฝูงยูงทองป้องปีกรำ   กิเลสเล่นน้ำนำนรสิงห์
ดูไหนก็ลไมลม่อมจริง   ยิ่งพิศยิ่งเพลินจำเริญใจ
จะชมม่านช้านักก็จักช้า   พลางเดิรเข้ามาหาช้าไม่
ตัดสายม่านน้องลงกองไว้   ด้วยอาไลยน้องวันทองนัก
มาถึงม่านกั้นชั้นสอง   นี่ก็ฝีมือน้องวันทองปัก
เจ้าพี่เอ๋ยน่าชมนัก   เจ้าช่างปักเปนรูปพระยาครุฑ
กางกรโอบอุ้มแก้วกากี   สู่ต้นไม้ฉิมพลีอันสูงสุด
เข้าสู่สถานพิมารครุฑ   แสนสุดสวาทนาฎกากี
ปักเปนวารีสีทันดร   เงือกงูมังการสลอนมี
นำคู่ลอยล่องท่องวารี   กุมภีล์มัจฉาปลาหน้าน
ฝูงนาคฉลากฉลามตามโลด   ช้างน้ำโดดขึ้นชลพ่น
อรหันต์กางปีกกระพือชล   ............................
(หมดฉบับเท่านี้)
                 

สำนวนที่ ๒

 

 
๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิธ   อันรุ่งฤทธิ์รังสีไม่มีสอง
บำราสร้างห่างโฉมเจ้าลาวทอง   ใหตริตรองตรึกตรมอารณ์รอน
ยามนอนก่ายกรเกยนลาต   เสียวสวาทลาวทองฤทัยถอน
โอ้ทำไฉนจึงจะได้มาแนบนอน   แต่อาวรณ์วิเวกวังเวงทรวง
นอนเดียวเปลี่ยวใจอยู่ในห้อง   น้ำเนตรนองนิ่งนึกคนึงห่วง
โอ้น้องแม่มาหมองมามัวทรวง   ที่ไหนดวงสุดาพี่จะมีสเบย
ป่านฉนี้แก้วพี่จะโศกแสน   จะนอนแน่นแนบนิ่งเหนือเขนย
ถ้าเจ้าอยู่จะได้ชูชมสเบย   มาละเลยแล้วโอ้อนิจจัง
อนิจจาช่างกะไรอ้ายขุนช้าง   ฉะใจจางเมามืดแต่โมหัง
ให้ขุ่นแค้นเคืองจิตต์คิดพวัง   จนคลุ่มคลั่งลุกออกมานอกชาน
ชมเดือนพอให้เชือนอารมณ์ชื่น   รวยรื่นลืมมิ่งวิมลสมาน
พระจันทรจรแจ่มจักรพาฬ   ดาวตระการเด่นดูระดะดวง
ดูเดือนเสียดายกระต่ายแต้ม   เดือนแรมดาวรายระรุยร่วง
เหมือนขุนช้างอิจฉาสุดาดวง   ดาราร่วมเหมือนเรานิราสร้าง
คิดถึงเรื่องแล้วให้เคืองอารมณ์แค้น   หนักแน่นอัดอั้นอางขนาง
มึงทำกูหมายว่ากูจะละวาง   จะตามล้างให้ระยำจนหนำใจ
แต่วันทองน้องรักดังแก้วตา   เมื่อมึงปรารถนาก็ยอมให้
นี่ลาวทองของกูได้มาไว้   ยังส่อให้ต้องติดอยู่ในวัง
ดีแล้วเปนไรอ้ายขุนช้าง   คิดพลางทางแค้นถึงความหลัง
ไม่ควรชังวันทองไปหมองชัง   แค้นคั่งคลั่งคลุ้มกลับกลุ้มรัก
โอ้โอ๋วันทองของพี่เอ๋ย   ไม่ควรเลยอนิจจามาตกปลัก
โมโหหึงส์ดึงดันจนเด็ดรัก   เพราะหาญหักหุนหวลจึงชวนเชง
ห้ามเจ้าเจ้าก็ตามทรามถวิล   ประมาทหมิ่นอาคมคารมเหลิง
คิดถึงวันจากให้อาไลยละเลิง   เพราะกระเกริงจึงต้องกรากอยู่กรุงกรัง
น่าเอนดูแต่เจ้ารู้ปรนนิบัติ   เมื่อกำดัดยังไม่หน่ายสวาทหวัง
ทั้งชั้นเชิงชิดชมไม่ชิงชัง   อุตส่าห์นั่งนวนฟั้นเจ้าหมั่นจริง
อันการแต่งแล้วก็ดีไม่มีลบ   ขยันครบล้ำเลิศประเสริฐหญิง
น้ำใจเจ้าเล่าก็รักพี่หนักจริง   นี่ประวิงเพราะแม่มันแปรเอง
ทั้งอีเถ้าหัวดกอ้ายอกขน   มันเห็นว่ากูจนจึงข่มเหง
กล้าทำก็กรรมของมึงเอง   นี่หากเกรงพระองค์ผู้ทรงเมือง
กูจะพาแต่น้องวันทองหนี   ให้คดีนั้นลือระบือเลื่อง
แม้ยิ่งตามออกไปพอไกลเมือง   จะกลับเยื้องย้อนชัฎสกัดฟัน
เคืองแค้นคลายคิดถึงลาวทอง   ตรึกตรองจนย่ำพระสุริย์ฉัน
จึงเรียกทนายมาสั่งพลัน   พร้อมกันถ้วนหน้าทั้งข้าไทย
ให้ไปพึ่งพระหมื่นศรีเสาวราช   กับหมื่นไวยวรนาถนั้นจงได้
อันตัวของข้าจะลาไป   จงช่วยเอาใจใส่ท่านมารดา
สั่งพลางไปเรือนท่านมารดร   ยอกรทั้งสองเหนือเกศา
ก้มกราบกับเท้าท่านมารดา   แล้วแจ้งกิจจาแต่จริงไป
อันลูกกับอ้ายขุนช้างล้าน   จะล้างผลาญกันลงให้จงได้
บัดนี้ลูกมาจะลาไป   ตระเตรียมการไว้ทุกสิ่งแล้ว
แม่จงพาข้าไทยไปจากบ้าน   อยู่นี่จะรำคาญด้วยลูกแก้ว
สู้ตายลูกไม่ไว้มันแล้ว   ช่วยอวยพรลูกแก้วให้จงงาม ฯ
 
 
๏ ครานั้นทองประศรีผู้มารดา   ได้ฟังลูกว่ารำพรรณห้าม
พ่อยอดรักของแม่อย่าหมิ่นความ   เมื่อวันทองสิเขาตามชุนช้างไป
จะต้องการอะไรกับวันทอง   มันเปนสองใจแล้วไม่เลี้ยงได้
คนสองน้องแขกตามมันใย   สองใจชั่วอัปมงคล
อันหญิงงามเหมือนจามรีพราย   สู้ตามมิให้ซึ่งขนหล่น
ชายอื่นมิให้ชื่นสวาทปน   ประกอบกลว่าเปนแก่กสัตรี
ตัวเจ้าดังเผ่าสิงหราช   มันชาติอุลามกเร่งหกหนี
พระทรงภพโปรดเลี้ยงถึงเพียงนี้   ชาวบุรีเลื่องฟุ้งในกรุงไกร ฯ
 
 
๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิธ   นิ่งคิดคำแม่แล้วแก้ไข
ที่จริงนั้นวันทองไม่สองใจ   ซึ่งชั่วไปทั้งนี้เพราะมารดา
อีเถ้าศรีประจันมันเปนเอง   แนะนำทำเพลงให้เข้าหา
ขุนช้างจึงหากอหังกา   เข้าไขว่คว้านางถีบจนตกเตียง
อีเถ้าแม่แร่เข้าไปตีลูก   ว่าดูถูกทำผัวจนหัวเสี่ยง
วันทองน้อยขยับจับมีดเมียง   อียายแม่เข้าเคียงยุดมีดไว้
ลูกรู้เพราะหนังสือของสายทอง   สอดบอกข่าวน้องหาเว้นไม่
ถึงกระนั้นก็ลูกไม่จงใจ   เดี๋ยวนี้ไปจะแก้เผ็ดอ้ายคนคด
ซึ่งมันทำให้พลัดกับลาวทอง   ลูกจะขอตอยต้องให้ตามบท
จนห้ามเฝ้ามิได้เฝ้าพระทรงยศ   ก็เพราะอ้ายคนคดมันคิดความ
เจ็บอกลูกหนักแล้วนะมารดา   โปรดเกศาเถิดแม่อย่าหักห้าม
ลูกไม่ย่อท้อต่อสงคราม   อ้ายขุนช้างติดามก็ไม่เกรง
ลูกได้ยิ่งยอดปรอทเพ๊ชร   ย่อห่อนเจ็ดขามใครจะข่มเหง
เช่นชาติมันพันหนึ่งลูกไม่เกรง   แต่เพียงต่อยคนละเป้งจะวิ่งไป
หน้าอ้ายตุ่นขุนช้างนี่นะแม่   มันจะแร่อาจตามไปถึงไหน
มีแต่จะกอดหมดนนอนร้องไป   ตีอกร่ำไห้กว่าจะตาย ฯ
 
 
๏ ทองประศรีได้ฟังซึ่งน้ำถ้อย   จะจากลูกน้อยแม่ใจหาย
ร้องไห้น้ำหมากขากฟูมฟาย   อวยพรลูกชายทั้งน้ำตา
จะว่ากระไรไม่ออกสอื้นฮึก   ตามที่พ่อจะตึกเอาเถิดหวา
แข็งใจเอามือเช็ดน้ำตา   แล้วแช่งว่าขุนช้างให้ตายไป
แต่ลูกกูอายุให้ยืนนาน   ประเสริฐดังพระอวตารประสิทธิ์ให้
ทั้งพระเวทเรื่องเดชเดโชไชย   ให้อ้ายขุนช้างพ่ายแพ้ฤทธิ์
พรแม่ตั้งใจให้จริงจริง   จะนึกสิ่งใดให้สำเร็จกิจ
ให้มีชัยแก่หมู่ปัจจามิตร   พรแม่ประสิทธิ์ให้ลูกยา ฯ
 
 
๏ ขุนแผนรับพรแล้วก้มเกล้า   ยกเท้าแม่ทูลเหนือเกศา
ประทักษิณมัสการซึ่งมารดา   แล้วลีลามาหอพระสี่กร
จึงจุดเทียนประทีปขึ้นบูชา   บุปผาผกาเกสร
เอาหนังราชสีห์อันบวร   ปูซ้อนเชื้อเชิญซึ่งเทวา
นุ่งขาวห่มขาวสมาธิ   ตั้งสติร่ายถูกพระคาถา
ครบร้อยแปดคาบด้วยศาสตรา   ปฏิมารูปปลุกก็ลุกครัน
เป่าสังข์บูชาพระหริวงศ์   น้ำกุหลายอาบสรงเกษมสันต์
จึงเอาขันสำริดน้ำสรงนั้น   มาลงยันต์เจิมกระหม่อมด้วยยินดี
ล้างหน้าแล้วว่าอธิษฐาน   กรายกรานขอพรประเสริฐศรี
จึงสั่งให้บ่าวผูกพาชี   ฤกษ์ดีแต่งตัวด้วยเร็วพลัน
นุ่งยกดวงแย่งระยับเยี่ยง   เข็มขัดเพียงดังแกล้งประสมสัน
ชั้นในย้อมว่านประทับยันต์   ชั้นนอกนั้นอัตลัดสพักทอง
คาดเจียรบาดเทศแล้วเหน็บกฤช   ดังชวากล้าฤทธิ์เรืองสยอง
สังวาลกุดั่นสุวรรณกรอง   ประคำทองตุ้มปี่อาจารย์ลง
แล้วจับเครื่องบวงสรวงสังเวย   ตามเคยเครื่องต้นต้องประสงค์
สายสิญจน์ธูปเทียนเจียนประจง   ฉัตรธงเพดานเอาส่านทำ
ใส่แหวนต่างต่างกระจ่างวาม   สง่างามดูประดิษฐ์พิจิตรขำ
โพกประเจียดประจุเครื่องประจำ   ภควำใส่ยอดมงคลดี
ก้มจับฟ้าฟื้นยืนอ่านเวท   สังเกตคอยฤกษ์ประเสริฐศรี
พอได้ศุภฤกษ์จรลี   ขึ้นพาชีเป่ามนต์เรียกพูตพราย
ปลอดทั้งทักทินยมขัน   ห่วงเฉียงโชคชั้นตวันฉาย
เหลวเหล็กผีหลวงพ้นห่วงร้าย   เร่งพายหน้าหลังกำบังมา
มีดฝานว่านยาทาฝีปาก   ออกจากบ้านตรงเข้าดงป่า
ตั้งจิตต์บริกรรมภาวนา   ตัดมาดงห้วยหนองตะพาน
ถึงหนองจรเข้เพลาค่ำ   ให้ม้ากินหญ้าน้ำเกษมสานต์
แล้วมาถึงบ้านพลับมิทันนาน   ใกล้บ้านขุนช้างเข้าฉับพลัน ฯ
 
 
๏ จึงตัดไม้ทำศาลเพดานดัด   พลีบัตรนั้นทำมาสรรพสรรพ์
ตีเหล็กไฟจุดธูปเทียนพลัน   เอาเครื่องพลีนั้นออกบูชา
วงด้ายสายสิญนจ์โขลนทวาร   แปดด้านแขวนยันต์ทุกทิศา
เอาผ้าผืนเครื่องทั้งนั้นมา   โอมอ่านฤทธาอาคมมนต์
ปลุกเษกชุมนุมเทวดา   ให้ชอุ่มมืดฟ้ามัวฝน
อาราธนาเทวดาทุกตำบล   จอมสกลอิศเรศรแลนารายณ์
อินทราเทวดาศศิธร   ทินกรเวสสุกรรมวรุณฉาย
รามสูรอรชุนแลพระพาย   ขอถวายกรน้อมประนมเชิญ
ทั่วทั้งสินหกห้องสวรรค์ชั้นฟ้า   อิกรุกขาคีรีเขาเขิน
ลำเนาหนองคลองห้วยกรวยโกรกเกริน   เถื่อนเถินปิศาจพระทรงเมือง
ปู่เจ้าจอมภูผาป่าอ้อแดง   เจตคุกเรืองแรงฤทธิ์ลือเลื่อง
ทั้งพระกาลองครักษ์หลักเมือง   ขอเชิญมารับเครื่องพลีกรรม์
แล้วตั้งความสัตย์อธิษฐาน   จงเปนทิพย์พยานประเสริญสรรพ
ขุนช้างมิได้อยู่ในทางธรรม์   สหายกันมันคิดประทุษร้าย
เอาภรรยาของข้าไปชมขวัญ   ซึ่งข้อนั้นข้าก็ดับโมโหหาย
มีเมียใหม่ได้มาไว้แนบกาย   ยังปองร้ายคิดทำให้จำไกล
เสียดส่อต่อเติมเอาความทูล   นเรนทรศูรพิโรธไม่เฝ้าได้
แล้วมิหนำซ้ำให้เอาเมียไป   ปักสดึงอยู่ในนิเวศน์วัง
วันนี้ข้ามาจะตอบแทน   ความแค้นแก้เผ็ดขุนช้างมั่ง
แม้ข้าไม่อยู่ในสัจจัง   เชิญสังหารชีพอย่าได้ไว้
ถ้าข้างขุนช้างกระทำผิด   ขอให้สำเร็จกิจข้าจงได้
เทวาอารักษ์อย่าเข้าใคร   ใครชั่วก็ให้ประจักษ์ตา ฯ
 
 
๏ ครานั้นเทพาอารักษ์   สิทธิศักดิ์ปิศาจแกล้วกล้า
ผีภูตโขมดมารยา   ซึ่งมารับสังเวยพลีกรรม์
ปรึกษากันครั้นเห็นว่าขุนช้าง   โหดร้ายใจจางโมหันธ์
ทำลายสหายคิดร้ายกัน   เอาเมียเกลอนั้นมาเคล้าคลึง
มั่งมีเงินทองเสียเปล่าเปล่า   ไม่ตอบแทนคุณเราสักนิดหนึ่ง
ดีแต่จะกินเหล้าแล้วเมาอึง   เข้าของหน่อยหนึ่งไม่ถึงเรา
แต่คุ้มเกรงรักษามาไม่น้อย   คราวนี้จะต้องปล่อยตามทีเขา
ให้สมอ้ายขี้ตืดที่มืดเมา   จะคว้าหาเมียเปล่าไม่รู้ตน ฯ
 
 
๏ ขุนแผนแสนเลิศประเสริฐฤทธิ์   ดังอาทิตย์แจ่มแจ้งกระจ่างหน
ปลุกฤทธิ์สิทธิเดชด้วยเวทมนต์   เอิกเริกฤกษ์บนได้ท่วงที
จึงดูนิมิตเมฆฉาย   ดูกายผิวผ่องลอองศรี
ขาวช่วงดังดวงจินดาดี   เปรมปรีดิ์สำอางกระจ่างใจ
จบจับฟ้าฟื้นขึ้นขี่ม้า   พลายกุมารนำหน้ามาไสว
ถึงขอบเขื่อนเขตเรือนเข้าทันใด   ขุนแผนตั้งใจภาวนา
สกดพวกบ่าวเฝ้าประตู   คุดคู้บ่นเพ้อเลมอด่า
ทั้งตัวพันอินท์พัทธยา   เลมอชักตุ้งก่าคว้าเหล็กไฟ ฯ
 
 
๏ ครานั้นนางพรายของขุนช้าง   ทั้งห้านางระวังวิ่งไสว
เล็ดลอดสอดมองระมัดไภย   แลไปเห็นคนขี่ม้ามา
บอกกันว่านั่นแน่ขุนแผน   แล้วล่วงแล่นเล็ดลอดละเลิงร่า
ทำจริตบิดเบือนซึ่งกายา   ให้หน้าตาพิลึกสพึงกลัว
สูงดำทมนยืนกั้นม้า   บ้างขึ้นบนต้นหว้าแล้วห้อยหัว
คว่างทิ้งวิ่งเรี่ยบนปลายรั้ว   จับตัวให้ได้อ้ายคนคม
อีคนหนึ่งถลิ้งห้อยหัวเดิร   สูงเกินปลายไม้สยายผม
คึกคึกดังจะแผดแผ่นดินจม   อ้าปากพ่นลมดังไฟกัลป์ ฯ
 
 
๏ ครานั้นขุนแผนแสนสท้าน   ปรีชาชาญพริ้งเพริศประเสริฐสรรพ์
เห็นนางพรายรบรุกบุกบัน   กีดกันวงวิ่งเปนสิงคลี
จึงแก้เข้าหอมที่ย้อมว่าน   โอมอ่านพระเวทประเสริฐศรี
ซํดพรายขุนช้างในทันที   ดังอสนีฟอนฟาดจะขาดใจ ฯ
 
 
๏ นางพรายขุนช้างสิ้นทั้งห้า   ดังต้องสายฟ้าไม่ทนได้
ต่างล้มลุกจนซุกซนไป   ปีนขึ้นต้นไม้หักใบบัง
เห็นหนุ่มน้อยหน้านวลชวนชม   ศาสตราอาคมของเขาขลัง
จึงแปลงกายให้เหมือนนางชาววัง   เดิรแอบแยบยังกะทั่งไอ
แฝงคนแล้วถามด้วยความดี   ค่ำมืดป่านนี้จะไปไหน
ประทานโทษเถิดหม่อมนี้ชื่อไร   มาประสงค์สิ่งใดทนงนัก
ชั่งไม่กลัวกองตระเวณที่เกณฑ์เที่ยว   ฉันเปนเสียวใจกลัวแทนหม่อมหนัก
แล้วอย่าแค่นว่าฉันข้อนแสนงอนทัก   เพราะว่ารักดอกจึงห้ามด้วยความกลัว ฯ
 
 
๏ ขุนแผนได้ฟังซึ่งแยบยล   น้อยหรือกลดตรึกพลางทางยิ้มหัว
แต่น้องเปนนางในยังไม่กลัว   ตัวพี่นี้เปนชายจะเกรงไย
พี่ขอถามเจ้าบ้างอย่าอางขนาง   ทั้งห้านางนี้น้องอยู่กรมไหน
แม้ประทานจะสนองให้ต้องพระไทย   ไม่อาไลยจานทองสักนิดเลย ฯ
 
 
๏ น้อยหรือกลแยบยลมาลวงหญิง   ชั่งจัดจริงจบเจียวแม่เจ้าเอ๋ย
ใครหลงลิ้นก็จะลอยเปนลมเลย   ถ้าเชื่อเชยชมแล้วก็ชวนเชิง
แต่อย่างฉันนี้หรือสมเปนข้าหลวง   อย่าติล่วงเล่นลิ้นให้ลานเหลิง
ไม่รักเปนชาววังกลัวหลังเปิง   จะอยู่ละเลิงเล่นข้างนอกตามสบาย
ถึงต้องติดเปนข้าท่านขุนช้าง   ก็เหมือนอย่างตัวเปล่าอยู่แหล่หลาย
แม้ว่ายอมตามหม่อมกลัววุ่นวาย   เหมือนทำกรรมใส่กายไม่ต้องการ
มาประสงค์สิ่งใดจะใคร่รู้   จึงมายั้งหยุดอยู่ประตูบ้าน
ถ้าขุนช้างมาเห็นมิเปนการ   เชิญท่านกลับไปอย่าได้ช้า ฯ
 
 
๏ พี่ขอบคุณแล้วที่ข้อรำพรรณแถลง   เจ้าไม่แจ้งจิตต์จงจำนงข้า
พี่จะเล่าให้เจ้าฟังแต่หลังมา   ขุนช้างกับข้าเปนมิตรกัน
บัดนี้เขาพาเจ้าวันทอง   เมียของพี่ไปไว้ชมขวัญ
เสียน้ำสบถคิดคดกัน   มาวันนี้พี่หวังจะแทนทด
จงหลีกให้พี่เข้าไปหน่อยเถิดนาง   อย่ากีดขวางเลยน้องมิต้องขบถ
เกรงอะไรกับอ้ายทรยศ   นี่พี่งดเพราะเจ้าทั้งห้านาง
สามิภักดิ์ต่อนายได้ยากเย็น   ใช้เช่นนี้พี่เห็นเปนผิดอย่าง
อดนอนเดิรนั่งระวังทาง   ใช้นางอย่างนี้มิสมควร
นี่จนใจด้วยเปนข้าเขาข้างนั้น   ถ้าผูกพันกับพี่นี้จะสงวน
จะให้แต่นั่งผัดพักตร์ยักหน้านวล   เชยชวนเจรจาสำราญใจ
แป้งน้ำมันมิให้หมองกระเหม่าม่อย   อีกไม้สอยส้นงาจะหาให้
กระจกแหนบก็จะแอบให้กันไร   จะถึงใจทั้งกระแจะน้ำมันจัน