ผมแถลงการณ์ปิดคดีด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จะลองอ่านบางช่วงบางตอนดูสักหน่อยไหมครับ ตอนนี้ไม่ฮา แต่ได้ความรู้ อิอิ
คดีนี้ ศาลมีคำสั่งงดชี้สองสถานเนื่องจากเห็นว่าคดีไม่มีข้อยุ่งยาก และเห็นว่าทุกสำนวนคดีมีประเด็นพิพาทว่า ที่ดินเป็นที่สาธารณะประโยชน์ประเภทที่ดินที่จะสงวนหรือหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันหรือเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง จำเลยทั้งเจ็ดเห็นว่า นอกจากประเด็นที่ศาลกำหนดแล้วยังมีประเด็นที่จะนำมาวินิจฉัยประกอบประเด็นพิพาทดังนี้
๑.ที่ดินที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิครอบครองนั้น โจทก์ทั้งหกมีสิทธิครอบครองตามกฎหมายหรือไม่
๒.ที่ดินที่โจทก์ที่ ๔,๕,๖ อ้างการครอบครองเข้าหลักเกณฑ์ที่โจทก์ที่ ๔,๕,๖ สามารถนำไปขอออกโฉนดที่ดินตามคำขอของโจทก์ที่ ๔,๕,๖ หรือไม่
๓.ที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าที่จะออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงตามระเบียบจัดที่ดินแห่งชาติได้หรือไม่
พยานโจทก์ต่างอ้างว่าได้ครอบครองมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับแต่ไม่มีโจทก์คนใดที่มีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง ส.ค.๑ หรือหลักฐานแสดงสิทธิอื่นใด เช่น ใบจอง ฯลฯ มาแสดงแม้แต่คนเดียว คงอ้างแต่พยานบุคคลที่ขัดต่อเหตุผล เช่น อ้างว่าครอบครองทำประโยชน์โดยปลูกต้นสน,ต้นรัก ซึ่งในสมัยก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ต้นไม้ที่อ้างหามีใครปลูกไม่ เพราะเป็นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถเห็นได้ง่ายทั่วไป ต้นสนที่นิยมปลูกในปัจจุบันเพื่อทำเสาเข็มมักจะเป็นแถวเป็นแนวเพื่อบังคับให้มีลำต้นตรงและสะดวกแก่การตัดทำประโยชน์ แต่ต้นสนในที่พิพาทเป็นต้นสนที่ขึ้นไปตามธรรมชาติไม่มีแถวหรือแนว ดังเช่นภาพถ่ายที่โจทก์อ้าง ส่วนต้นรักเป็นไม้ล้มลุกก็ไม่มีใครปลูกเป็นอาชีพเพราะคนที่อยู่ตามชายทะเลก็จะเป็นผู้มีอาชีพทำการประมงไม่ใช่ปลูกดอกรักขาย และตามสภาพความเป็นจริงไม่มีใครขายดอกรักในยุคสมัยก่อนปี ๒๔๙๗ ซึ่งอัตราประชากรมีไม่มากทั้งการปลูกไม้ดอกเป็นอาชีพก็ควรปลูกในที่ดินปกติมิใช่ชายทะเลซึ่งต้นไม้ไม่ค่อยให้ผล และที่ผิดปกติคือทำไมที่ดินโจทก์ทุกแปลงปลูกแต่ต้นรัก เหตุผลในเรื่องนี้ก็คือ ที่ดินเป็นทรายปลูกต้นไม้อะไรก็ไม่ได้ผลเว้นแต่เป็นไม้ตามธรรมชาติ
ส่วนพยานหลักฐานฝ่ายจำเลยได้นำสืบประวัติความเป็นมาของที่ดินโดยอาศัยภาพถ่ายทางอากาศ ระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศ รายงานการอ่านตีความภาพถ่ายทางอากาศตามเอกสารหมาย ล.๑,ล.๒ และ ล.๗๐ ประกอบ จ.๑๘๕ โดยให้นางสาวรุจิรา ฉิมดี นักวิชาการแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศระดับชำนาญการ พยานผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นทะเบียน ผู้เชี่ยวชาญประจำศาลยุติธรรม เป็นผู้อ่านแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศและจัดทำรายงานการอ่านแปลและตีความไว้ โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศจำนวน ปี พ.ศ. ต่างๆ กัน จำนวน ๓ ปี พ.ศ. มาอ่านแปลและวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบสภาพพื้นที่พิพาทในแต่ละปีรวมตลอดถึงประวัติความเป็นมาของที่ดิน ประกอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ชื่อโปรแกรมเออร์ดาสอิเมจิ้น ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลกและมีราคาแพง และจำเลยได้นำเสนอให้ศาลเห็นความน่าเชื่อถือและการทำงานของโปรแกรมดังกล่าวอย่างละเอียด ซึ่งโจทก์ไม่โต้แย้งคัดค้าน ได้ความว่าในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่ดินพิพาทยังคงเป็นทะเลบางส่วนมีเพียงส่วนเล็กน้อยที่เป็นที่ชายหาดน้ำทะเลท่วมถึง ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๘/๒๕๑๙ จะเห็นมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมมีพื้นที่เป็นแผ่นดินมากขึ้น จนกระทั่ง ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เริ่มมีกิจกรรมอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์เกิดขึ้นในบริเวณที่ดินพิพาท จึงรับฟังโดยปราศจากข้อสงสัยได้ว่า ก่อนปี พ.ศ.๒๕๑๐ ไม่มีบุคคลใดครอบครองที่ดินบริเวณพิพาทและการเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทเกิดขึ้นภายหลังปี ๒๕๑๙อย่างแน่นอน การที่พยานโจทก์กล่าวอ้างมีการครอบครองมาตั้งแต่ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับจึงเป็นการขัดต่อเหตุผลและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งยังสอดคล้องกับคำขอประทานบัตรทำเหมืองตามเอกสารหมาย ล.๓ ถึง ล.๖ ที่ระบุคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในทะเล
นอกจากนี้ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๒ ยังบัญญัติให้
“ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือว่าเป็นของรัฐ”
และตามมาตรา ๙ ยังบัญญัติไว้อีกว่า
“ภายใต้ข้อบังคับกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และป่าไม้ที่ดินของรัฐนั้นถ้ามิได้มีสิทธิครอบครองหรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วห้ามมิให้บุคคลใด
(๑)เข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า......”
พยานหลักฐานฝ่ายจำเลยจึงพิสูจน์ยืนยันได้ว่าไม่มีบุคคลเข้าครอบครองที่พิพาทก่อนปี๒๕๑๐ ถึง ๒๕๑๘ อย่างแน่นอน การเข้าครอบครองที่ดินของรัฐโดยพลการโดยไม่มีระเบียบกฎหมายใดรับรองจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นที่ที่ไม่มีผู้ครอบครองได้โดยชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นที่รกร้างว่างเปล่าที่ควรจะสงวนหวงห้ามไว้ให้ประชาชนใช้ร่วมกันอันเป็นการรักษาทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่เป็นมรดกให้กับอนุชนรุ่นหลังต่อไป
สมมุติว่าท่านเป็นผู้พิพากษาเหตุผลเหล่านี้พอที่จะให้ท่านตัดสินให้ฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นฝ่ายชนะคดีได้ไหมขอผมอีกตอนเถอะนะ ผมจะชี้ข้อกฎหมายให้ดูด้วย ว่าทำไมที่ดินแปลงนี้ออกโฉนดให้ไม่ได้
No comment ค่ะ
แต่ก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลรายละเอียดค่ะคุณ "อัยการชาวเกาะ"
ขอบคุณคุณระพีที่แวะมาทักทายครับ เรื่องนี้เล่ายาวหน่อยเพราะเพิ่งเสร็จคดีใหม่ๆจำรายละเอียดได้และข้อมูลอยู่ในมือครับ
ตามมาเรียนรู้ครับ...ยังระลึกถึงเสมอครับ
อยากให้ช่วยตามไปอ่านและแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ครับ
ครูแนะแนว
ด้วยความเคารพครับ
สวัสดีค่ะ คุณลุงอัยการ
ตามมาอ่านต่อค่ะ หลังจากที่ไม่ได้ติดตามหลายตอนเพราะเกิดอุบัติเหตุกับหนูนิดหน่อยคือหนูขี่รถเครื่องความเร็วประมาณ๑๐๐กิโลเมตร/ชั่วโมง คุณสุนัขวิ่งมาจากไหนไม่รู้ หนูชนเข้าอย่างจังทำให้หนูกระดูกขาซ้ายร้าวต้องใส่เฝือกอยู่ตอนนี้(มีสามขา) อิอิ
แล้วคดีอย่างนี้อัยการจะสั่ลฟ้องหนูไหมเนี่ย อิอิ
สวัสดีครับ อ.ฟูอ๊าด
ตามไปคอมเม้นท์ให้แล้วนะครับ
สวัสดีครับอ.ขจิต
ใช่ครับ ผมอยากบันทึกเรื่องนี้ให้ละเอียดเนื่องจากจะเป็น tacit knowledge ให้น้องๆอัยการได้ใช้ความรอบคอบ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีให้เป็นประโยชน์ให้เต็มที่ และที่สำคัญการเรียนรู้ทุกแขนงวิชามีความจำเป็นสำหรับนักกฎหมายทุกท่านครับ
เพิ่งไปตรวจเบาหวานมา HbA1c ได้ 6.7 FBS 104 ตรวจอีกก็ไม่กลัว ฮ่าๆ
สวัสดีหนูแอ้ม
อ้าว ขับรถเร็วเกินอัตรานะนั่น ระวังหน่อยนะขับรถขับรา
ถ้าสุนัขเป็นของอัยการละก็ ฟ้องแน่ ฮ่าๆ
สวัสดีค่ะ
ศิริวรรณค่ะ
พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่ชายหาด ถูกทำลายไปเยอะเพราะความเห็นแก่ตัวของนักการเมืองท้องถิ่นบางคน การแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมืองท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ของรัฐ การแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้สร้างอาคารใหญ่โตจนเสร็จ แล้วอ้อมแอ้มไม่ดำเนินการ บางทีก็บุกรุกเสียเอง
ผมอยู่ตลอดครับช่วงนี้ ขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวทั้งครอบครัวนะครับ
ขอบคุณค่ะท่านอัยการ
ต้องขอโทษด้วย เมื่อเช้านี้แม่บอกว่าซื้อตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องไปรับ แล้วค่อยไปส่ง ยังไม่รู้วันไหน ไปแล้วจะบอกนะคะ