เย็นวานนี้ซึ่งเป็นวันศุกร์ หนูตั้งใจว่าจะกลับบ้านที่กาฬสินธุ์ หลังจากที่โทรจองตั๋วเรียบร้อย เลิกงานหนูก็จัดแจงอาบน้ำ ที่ office เปลี่ยนชุดพร้อมออกเดินทาง จึงแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ที่บรรจุเสื้อผ้าและโน๊ตบุ๊คออกจากที่ทำงาน จะว่าไปน้ำหนักก็เอาการเหมือนกันค่ะ ด้วยความที่วันนี้เป็นวันศุกร์ ในกระทรวงไม่ค่อยมีรถ taxi ด้วยซิ หนูต้องเดินจาหน้ากรม ออกมาได้ไกลพอสมควร ระหว่างนั้นหนูก้มหน้าก้มตากดโทรศัพย์ เพื่อจะคุยกับที่บ้าน อยู่ดี ๆ ก็มีรถกะบะคันหนึ่ง ที่มีของเต็มกะบะหลังจอดแล้วถามว่า

"จะไปไหน พี่ไปส่งไหม"

ตอนแรกหนูรู้สึกงง ๆ พอเห็นหน้าคนขับ ถึงร้องอ๋อ ว่าเป็นที่ที่ทำงานเดียวกัน ท่านทำเกี่ยวกับสำรวจพันธุ์ไม้และเก็บตัวอย่างสมุนไพร หนูวิ่งข้ามถนนมาฝั่งท่านแล้ว ยกมือไหว้

"สวัสดีค่ะ หนูจะไปหมอชิตค่ะ กำลังหา taxi"

"อืมได้ ๆ งั้นออกฝั่งบำราษฯละกันจะได้ใกล้หน่อย" 

หนูรู้สึกดีใจและกล่าวขอบพระคุณท่าน เราพูดคุยไปเรื่อย ๆ พอท่านทราบว่าหนูจะไปกาฬสินธุ์ ท่านก็บอกว่า

 "ผมเคยไป ช่วงโครงการอีสานเขียว แต่ผมไปนอนวัด วัดที่โน่นร่มรื่นมาก" หนูยิ้มแล้วบอกว่า

"ค่ะ ยังคงร่มรื่นอยู่ค่ะ"

"แต่รอบนั้นผมไปก็ป่วยหนักเป็นไข้เลือดออก ต้องนอนที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์"

น้ำเสียงที่ท่านเล่าเรื่องต่าง ๆ ดูมีความสุขมากเลยค่ะ แล้วตลอดทางท่านก็พยายามมองหา Taxi ให้น้อง พอถึงแล้ว หนูยกมือขอบพระคุณท่าน รู้สึกดีมาก ๆ จากเดิมที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่พอมาเจอคนมีน้ำใจ หนูรู้สึกดีมาก ๆ เพียงเราเดินเจอกันในที่ทำงานเท่านั้น แต่ท่านก็มีน้ำใจ แบ่งปันให้เพื่อนร่วมงานอย่างหนู รู้สึกดีใจค่ะ ที่เจอคนมีน้ำใจ

    พอหนูเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟังท่านแนะนำว่า อย่าลืมเขียนเรื่องนี้นะ "เห็นไหมว่า เราเป็นคนโชคดีแค่ไหน"