ฟังหูไว้หู..

 

ช่วงนี้สับสนเหลือเกินกับข่าวในประเทศไทยเรา..จะเชื่อใครดีหนอ แม้สำนักข่าวต่าง ๆ นานา ก็ยิงข่าวกันเกี่ยวกับเรื่องไทยแลนด์ กับประเทศเพื่อนบ้าน กันช็อตต่อช็อต วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา แล้วอันที่จริงกิจการในบ้านเราเองนี้มันสำเร็จเรียบร้อยดีแล้วหรือ ถึงได้ไปวุ่นวายกับประเทศอื่นกันจังเลย หรือว่าที่แกล้งให้มันวุ่นวายนี้เพื่อจะได้กลบข่าวที่แย่ ๆ ภายในบ้านเราที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาอะไรต่าง ๆ ได้กันแน่..

และเรื่องข่าวนี่ก็เหมือนกัน วันหนึ่ง คนหนึ่งเขียนเชียร์ คนหนึ่งเขียนด่า ..อีกวันเขียนด่า ๆๆๆ แต่อีกคนเขียนเชียร์.. สรุปแล้วที่ถูกต้องมันควรจะเป็นยังงัยดี  ซึ่งตัวเราซึ่งเป็นผู้รับข่าวสาร ก็พอมีสติสัมปชัญญะที่จะพอจะแยกแยะและคิดได้ คงไม่ต้องให้ใครจูงจมูกชี้นำให้เราคิดว่า ตัวเราควรจะคิดยังงัยดีหรอกนะ..

วันนี้แอบไปเห็นหนังสือธรรมะเก่า ๆ เล่มหนึ่ง เขาเขียนธรรมภาษิตคำหนึ่ง "ฟังหูไว้หู"  เขาเขียนไว้ตั้งนานแล้ว แต่อ่าน ๆ ดูแล้วมันเข้ากับยุคสมัยดีจริง ๆ ..

"ฟังหูไว้หู"

หมายถึง ฟังบ้าง ระแวงบ้าง อย่าเชื่อความข้างเดียว ควรเชื่อครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งใช้ปัญญาพิจารณาก่อนแล้วค่อยเชื่อ มิเช่นนั้นจะตกไปในอำนาจอคติ (ความลำเอียง) 4 อย่าง คือ

1. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรัก

2. โทสาคติ ลำเอียงเพราะชัง

3. ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว

4. โมหาคติ ลำเอียงเพราะไม่รู้

      ผู้บริหารที่ขาดพรหมวิหารธรรม แต่มากไปด้วยอคติ จะนำพากิจการนั้นไปไม่รอด ดังนั้น ผู้หวังความเจริญแก่ตนเองและหน้าที่ควรมีสติและปัญญาควบคู่กันเสมอ

คุณสมบัติของผู้นำ

1. มีความอดทน (ขมา)

2. มีความระวัง (ชาคริยะ)

3. มีความหมั่นขยัน (อุฏฐานะ)

4. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (สังวิภาคะ)

5. มีความเอ็นดู (ทยา)

6. หมั่นตรวจตราสม่ำเสมอ (อิกขนา)

หนังสือเขาก็เขียน 2 เรื่องนี้มาคู่กันอย่างนี้จริง ๆ  ..Kaniya อ่านแล้วรู้สึกว่าตนเองก็มีความลำเอียงหนึ่งใน 4 นี้เหมือนกัน จึงค่อนข้างจะปลงนิด ๆ เกี่ยวกับเรื่อง "อคติ"และ "คุณสมบัติของผู้นำ" ของคนบางคนในบ้านเมืองเราในทุกวันนี้..

จากวารสาร สายตรงศาสนา ฉบับที่ 8 เดือนพฤษภาคม 2552