ช่วงนี้มีเรื่องเล่าจากตอนที่แล้ว ย้อนไปในปี พ.ศ. 1013 เป็นสมัยที่ราชวงศ์คุปตะอยู่ในช่วงขาลงและจางหายไปจากความทรงจำแต่มีอาณาจักรวลภี ( ปัจจุบันที่ตั้งเมืองอยู่ในเขตรัฐคุจราช ทอแสงแห่งพุทธศาสนาขึ้นมาอีกครั้งโดยเจ้าหญิงทุฑฑาในราชวงศ์ไมตรกะประผู้สร้างมหาวิหารทางพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท

ต่อมาเรียกว่า...มหาวิทยาลัยวลภี มีอายุยืนยาวต่อมาอีกกว่า 200 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 1033 มีพระราชาในราชวงศ์วากาฏกะได้สนับสนุนงานบุญขุดเจาะถ้ำอชันต้าขึ้นใหม่แล้วถวายคณะสงฆ์หลังจากหยุดไปราว 400 ปีและราชวงศ์จาลุกยะสานต่องานขุดเจาะถ้ำล้วนเป็นรูปแบบทางพุทธศาสนาสายมหายานจนมาสิ้นสุดลงในปีราว พ.ศ. 1200

สรุปว่าวัดถ้ำที่อชันต้าเป็นศิลปะกรรมทางพุทธศาสนาล้วน ต่อมาห่างจากวัดถ้ำอชันต้าไปตะวันออกเฉียงใต้ราว 80 กม. ก็เกิดมีการแกะสลักวัดถ้ำขึ้นมาอีกแต่เป็นศิลปะทั้ง 3 ศาสนาคือมี ฮินดู เชน และพุทธศาสนา...

ที่ตรงนั้นเรียกตามชื่อหมู่บ้านที่อยู่ใกล้คือถ้ำเอลโลรา โดยเริ่มในปีราว พ.ศ. 1200และหยุดการสร้างปีราว พ.ศ. 1400 นั้นแล.
........................
ขอขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต...
http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.palungdham.com/panorama/panorama405.jpg&imgrefurl=http://www.palungdham.com/t283.html&usg=__-CzewuYTg2Kikhof0lHytn-g5n4=&h=812&w=540&sz=130&hl=th&start=2&tbnid=zCnDMdHF4yM8_M:&tbnh=144&tbnw=96&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%26gbv%3D2%26hl%3Dth%26sa%3DG
สวัสดียามเช้าค่ะ
มาชมความมหัศจรรย์ของถ้ำอชันตา
และเรียนรู้พระพุทธศาสนาไปด้วยค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ณัฐรดา
เมื่อเราเข้าไปในวัดสวนโมกข์ อ.ไชยา แล้วมักจะจินตนาการถึงวัดในสมัยพุทธกาล
ที่ใช่ธรรมชาติ อย่างถ้ำขุนเขาเป็นที่อยู่อาศัยทำกิจกรรมของพุทธศาสนานะครับ...
มาอีกครั้งค่ะ
ยังไม่เคยไปสวนโมกข์เลย
หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปในอนาคตค่ะ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
สวนโมกข์เป็นแนวทางหนึ่งที่จำลองวัดโบราณทางพุทธศาสนา
แม้ศาลาฟังธรรมก็คือลานหินโค้งนั่งกลางทรายหยาบ ๆ หลังคมมุงด้วยร่มเงาไม้แลเห็นเมฆบนฟ้ากว้างที่ไหลผ่านไป...
อุโบสถ์ก็อยู่บนเขากลางแจ้งเช่นกันละ...อิ อิ อิ
อยู่กับธรรมชาติดีจังค่ะ
>_<
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
เป็นอยู่แบบพอเพียงเลี้ยงตนเองดีนะครับ...อิ อิ อิ