นาฬิกา...ข้างฝา บอกเวลาที่เที่ยงตรง นาฬิกา...ข้างตู้ บอกเวลาที่เที่ยงตรงตามความเป็นจริง
เก๋ง ๆๆๆๆๆๆๆ ขณะ...นี้เวลาแปดนาฬิกา เสียงเพลงชาติจากโรงเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับที่ฉันได้ก้าวเท้าออกจากห้อง (บอกตัวเองว่างานเข้าแล้ว) เฮ้...นาฬิกาเดินมาโน้นแล้ว นี่คือคำพูด...ของน้องพยาบาลที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน เสียงที่เปล่งออกมาเหมือนจะบอกให้คนอื่นได้รับรู้ ถึงการมาของฉัน ทำให้น้องพยาบาลที่กำลังง่วนอยู่กับการ รับ-ส่งเวร ชะงัก….มือนิดหนึ่ง ซึ่งกำลังจดอะไรบางอย่างพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหาคำตอบนั้นน้องพยาบาลอีกคน ทำหน้าฉงนบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ เจ้าของคำพูดก็เลยอธิบายสั้น ๆ ว่าเวลานี้เป็นเวลาของพี่นกเค้าละที่จะต้องเดิน เปิดตู้รับเรื่องร้องเรียนซึ่งเป็นเวลาแปดโมงเช้าของทุกวัน เค้ารู้กันหมดแล้ว น้องพยาบาลที่กำลังรับเวรอยู่พยักหน้ารับรู้
นี่คืออีกหนึ่งหน้าที่ที่ฉันต้องรับผิดชอบ คือ ตู้รับบริจาค และตู้รับเรื่องร้องเรียน ตู้ที่ได้กล่าวขวัญถึงนั้น คือตู้รับเรื่องร้องเรียน เป็นตู้ทรงเหลี่ยมสีฟ้าขนาดเล็กติดอยู่ข้างฝาผนัง ระดับสายตาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีการติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลและได้ติดตั้งเพิ่มเติมทุกสถานีอนามัย สำหรับให้ผู้รับบริการสามารถหย่อนความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะลงไป
พี่นกเปิดตู้หรือยังวันนี้?....
มีอะไรใหม่ ๆ มาอัพเดทมั๊ย?...
ใครเขียนบอกรัก...บ้าง ฯลฯ:?...
และนี่คือเสียงหยอกเย้า และทักทายกันอย่างคุ้นเคย ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ฉันเดินพลางคิดอะไรไปเรื่อย ๆ ถามตัวเองในใจว่า ใครจะเข้าใจบ้างว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ ใครจะรู้ว่าทุกครั้งที่ตู้ถูกเปิดออก....(ฉันจะต้องรับภาระอันหนักหน่วง) บางคนคิดว่างานง่าย ๆ งานเบาๆ ใคร ๆ เขาก็ทำได้กันทั้งนั้น (แสดงว่าคนนั้นยังไม่เข้าใจภาระงานอย่างลึกซึ้ง) รู้ไหม!ว่าทุกครั้งที่มีข้อร้องเรียนฉันทุกข์ใจขนาดไหน ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร ไหล่ทั้งสองข้างที่ต้องแบกรับเรื่องราวทุกเรื่องที่ผ่านกระดาษลงตู้.......ซึ่งมันไม่สามารถจะปล่อยวางได้เลย สมองหนักอึ้งไปด้วยคำถามต่าง ๆ นานา ที่แว่วผ่านหูเกือบทุกวัน
ก้าว....เท้าซ้ายออกจากบ้านเพื่อเอาเคล็ดก็แล้ววันนี้ก็เหมือนทุกวันที่ผ่านมา โอม เพี้ยง!! ภาวนาอย่าให้เจอข้อร้องเรียนอีกเลย “ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง...อย่างใครว่าเสียแล้ว” ไม่ทันสิ้นเสียง พลัน ! สายตาเหลือบเห็นกระดาษสีขาวพับครึ่งวางอยู่ในตู้..?? ลางสังหรณ์ไม่ดีเลยวันนี้ ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ อย่างไรชอบกล ตั้งแต่ก้าวย่างออกจากบ้านแล้ว เป็นปรากฏการณ์ที่เหนือการควบคุมจริง ๆ แง้มเปิดอ่านข้อความด้วยมือที่สั่นเทา “ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมบริการของเจ้าหน้าที่นั่นเอง” “หน้าสลดลงไปกว่าเดิมอีก” แต่ด้วยภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่รอฉันดำเนินการอยู่...เรื่องทุกเรื่อง ปัญหาทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไขไปตามกระบวนการ พร้อมหายใจลึก ๆ เข้าปอดเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอีกครั้ง
รุ่งเช้า...ของวันใหม่ ฉันก็ออกปฏิบัติงานเฉกเช่นปกติ แต่วันนี้....มันช่างแตกต่างจากทุกวัน บรรยากาศเงียบเหงา อึมครึม ฉันไม่ชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวฉันเลย มันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเกิดอะไร? ขึ้น เพราะตลอดระยะทางที่ฉันเดินผ่าน ไม่มีเสียงร้องทักทายเหมือนเก่า ไม่มีเสียงหยอกเย้าเหมือนเคย มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจ "....." บอกกับใจตัวเองอยู่เสมอมันต้องผ่านไปให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันยังคงตั้งมั่นอยู่ในอุดมการณ์เดิม “หน้าที่ก็คือหน้าที่”
หลายวันผ่านไปสถานการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติจากการสังเกตเริ่มมีเสียงพูดคุยหยอกเย้าเหมือนเคย นานวันความรู้สึกดี ๆ ก็เพิ่มทวีขึ้นเรื่อย ๆ เวลาช่วยได้จริง ๆ ฉันนึกในใจ...เจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มให้ความสำคัญ และตอบสนองต่อข้อร้องเรียนเป็นเชิงบวกมากยิ่งขึ้นตามลำดับได้มีคนกล่าวเปรียบเปรย...ว่าข้อร้องเรียนเปรียบเหมือนกับกระจกใสที่จะเห็นภาพสะท้อนกลับของเราอีกมุมหนึ่ง ซึ่งบางครั้งเราก็เผลอละเลยไปบ้าง แต่ในทางกลับกันถ้าเรามองกระจก ด้วยใจที่ใสบริสุทธิ์ เราจะรับรู้ได้ด้วยใจ และเห็นอะไรเหนือกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลต่างตระหนักและรับรู้ถึงการเป็น “ผู้ให้...ให้ในสิ่งที่ดีที่สุด” ณ.วันนี้เราได้ส่งสิ่งส่งมอบที่ดี ๆ ให้กับผู้รับบริการด้วยความรัก ความเอื้ออาทรดุจดั่งเป็นญาติมิตร และด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์…ด้วยกัน
(นึกขอบคุณกระจกทุกครั้งที่หันไปมอง ที่ทำให้เราได้เห็นริ้วรอยที่อยู่บนหน้าของตัวเอง) มันคือสัจธรรมแห่งความเป็นจริง เจ้าหน้าที่ทุกคนได้รวมใจเป็นหนึ่งเดียวที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ดั่งพันธกิจ ความตอนหนึ่งว่า มุ่งมั่นให้บริการที่เป็นเลิศ ซึ่งได้ติดไว้บริเวณหน้าตึกผู้ป่วยนอก เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างมีความเชื่อว่าข้อร้องเรียนต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความผิดพลาดทั้งหมดในชีวิต”
แสงเทียนที่ส่องประกายเห็นแสงสว่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างมีนัยสำคัญเข็มนาฬิกามุ่งเดินไปข้างหน้า เดินไปพร้อมกับเสียงหัวใจทุก ๆ ดวง “บนเส้นทางสู่... การพัฒนาคุณภาพที่ยั่งยืน อย่างที่ได้ตั้งปณิธานไว้ ตราบใดที่นาฬิกายังต้องพึ่งพาถ่านตราบนั้นคนทำงานอย่างฉันก็ยังต้องการกำลังใจ
“นาฬิกาข้างฝายังหยุดเดินได้”
“แต่นาฬิกา......ข้างตู้ คนนี้....ยังคงต้องก้าวเดินต่อไป“
สวัสดีค่ะ
อ่านเรื่องราวดีๆ แล้วมีความสุข "ตู้ร้องเรียน" คำนี้ แรงนะ น่าจะใช้คำว่า "ตู้รับความคิเห็น" จะน่าฟังกว่า.... จะได้ไม่ต้องใจตุ๊บ ๆ ต่อมๆ... แต่ก็ดีนะคะ มันเป็นกระจกให้เราได้ดีทีเดียว อะไรไม่ดีเราจะได้ปรับปรุง....คิดใจแง่ดีไว้สบายค่ะ...... เป็นกำลังใจให้ สู้ สู้ อย่าท้อนะจ๊ะ
... วันนี้จะมาร้องเรียน... แง..แง อยู่ดีไม่ว่าดี ประชุมเสร็จแทนที่จะกลับ ดันขยันมาทำงานที่โรงเรียน ฮ่า ฮ่า เลยเจอ Boos สั่งงานสายฟ้าแลบ ด่วน จี๋ ๆๆๆๆ เลยไประบายไว้ในอนุทิน เพราะไม่รู้จะไประบายกับใคร ฮิ ฮิ... ไปแอบดูว่าครูใจดีระบายอะไรบ้างก็ได้นะ ไม่สงวนจ้า!...
* อ้อ! มาส่งข่าว ว่าเขียนบันทึกใหม่แล้ว... เดี๋ยวพอเริ่มทำงานให้ ผอ. จะไม่ว่างบันทึกอีก เลยต้องรีบชิงบันทึกก่อน ฮิ ฮิ.... อย่างลืมไปเยี่ยมกันด้วย ไม่งา งอน.. ฮิ ฮิ ล้อเล่นจ๊ะ
ระลึกถึงเพื่อนคนไกลค่ะ
แล้วนาฬิกาหน้าห้องแบบครูๆทั้งหลาย..ก็ยังเป็นนาฬิกาตายไม่ได้ด้วย..ตราบใดที่ยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาแห่งอนาคตของนักเรียนรุ่นแล้วรุ่นเล่า..เฮ้อนาฬิกาพยาบาลกับนาฬิกาคุณครู..สู้ไม่ถอยจริงๆ
สวัสดีค่ะ..
อ่านเรื่อง นาฬิกา...ข้างตู้ แล้วเหมือนได้อ่านเรื่องสั้นที่สร้างกำลังใจแฝงไว้ด้วยข้อคิดดีๆเรื่องหนึ่ง
อ่านด้วยความสุขใจค่ะ ..^__^..
ให้กำลังใจนะคะ สู้ๆค่ะ ..^__^..
"ตราบใดที่นาฬิกายังต้องพึ่งพาถ่านตราบนั้นคนทำงานอย่างฉันก็ยังต้องการกำลังใจ" ... เอาไปได้เลยค่ะ ให้ไปเต็ม ๆ กับกำลังใจแห่งใจนี้ ... เป็นกำลังใจให้ค่ะ ... "นาฬิกา Automatic อย่าง Vij ... ยังต้องการกำลังใจเลยค่ะ" ฮา. สู้ ๆ กับการทำงานในแต่ละวันของชีวิตนะคะ ...
สวัสดีค่ะพี่นก
จาก 5 ส.มาต่อที่การจัดการข้อร้องเรียน การงานแห่งการขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเสียสละ
รับรู้ เข้าใจ เห็นไปถึงเนื้อจิตของคนกลุ่มที่เป็นผู้นำการพัฒนาด้วยจิตวิญญาณ
การพัฒนา บ่มเพาะ เฝ้ารดน้ำพรวนดินให้ความดีงามเติบโต งดงามในจิตของผู้อื่นนั้น
ยากเย็นและต้องใช้พลังความดีที่สะสมมาทั้งชีวิต ซึ่งบางครั้งดูเหมือนพลังความดีในกายเราที่ขับเคลื่อนนี้มันเหือดหายไปเป็นช่วงๆ
ชื่นชม แนวคิดของการธำรงกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืน...ขอร่วมส่งกำลังใจด้วยคนนะคะ
สวัสดีค่ะ...คุณบุษรา
อ่านบันทึกคุณแล้วมีกำลังใจค่ะ
“นาฬิกาข้างฝายังหยุดเดินได้”
“แต่นาฬิกา......ข้างตู้ คนนี้....ยังคงต้องก้าวเดินต่อไป“
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับบันทึกที่ดีมากๆนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทาย "นาฬิกา......ข้างตู้" ค่ะ
อ่านแล้วอมยิ้ม ภาระ (ทางใจ) นั้น รับไว้ได้ แต่อย่าแบกไว้จนไหล่ลู่ นะคะ
ปัญหามีไว้ให้ "แก้" ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม....สักหน่อย
คนน่ะ มีไว้ให้ "รัก" ไม่ใช่ เกลียดกัน....สักหน่อย
มีความสุข ผ่อนคลายกับงานที่มีคุณค่านะคะ
(^___^)
มาเป็นกำลังใจให้ สู้ๆ นะคะอย่าท้อ