ผมเตรียมอุปกรณ์การนอนป่าไปเกือบครบ ที่ว่าเกือบครบนั่นแปลว่าไม่ครบถ้วนครับ
สิ่งที่ผมเตรียมไปได้แก่ เปลแบบมีมุ้ง พร้อมกราวด์ชี้ทสำหรับปูพื้นเปลป้องกันความเย็นจากทางใต้
ฟรายชี้ทพร้อมเชือกขึงสำหรับมุงคลุมเปลที่ผูกนอนป้องกันฝนและน้ำค้าง
ถุงนอนแบบจิ๋วแต่แจ๋ว อันเล็กกระทัดทัดแต่ป้องกันความหนาวเย็นได้ดี ภายในแทนที่จะเป็นสำลีหรือวัสดุอื่นแต่บรรจุด้วยขนห่านชนิดหนึ่ง ว่ากันว่าป้องกันความเย็นจากภายนอก และป้องกันมิให้ไอร้อนภายในถุงนอนออกไปภายนอก
ผ้าห่มผืนเล็กสำหรับห่มซ้อนในถุงนอน เป็นผ้าคุณภาพค่อนข้างดี เคยห่มผ้าห่มการบินไทยไหมครับ นั่นแหละ...
ข้าวของอื่น ๆ ที่ใช้เพื่อการอื่นรวมทั้งใช้ในการนอนคือผ้าขนหนูผืนเล็กใช้หนุนหัวนอนแทนหมอน และผ้าขาวม้าสำหรับใช้ปูด้านล่างในถุงนอนเพื่อป้องกันความเย็นจากด้านล่าง
ที่ว่าเตรียมไม่ครบคือ ถุงเท้าสำหรับใส่นอน ผ้าขาวม้าอีกผืนสำหรับหนุนนอน หมวกไหมพรมสวมคลุมศรีษะหรือหมวกไอ้โม่ง และเสื้อกันหนาว
อุปกรณ์เครื่องนอนต่าง ๆ ผมใส่ไว้ในส่วนล่างของเป้ เนื่องจากเป็นของที่ใช้ทีหลังสุด
วันแรกเราเดินไม่ถึงที่พักที่นายหัวบุญเลิศกำหนดไว้ ซึ่งเลยจากจุดพักจริงไปชั่วโมงเศษ
ที่เราเดินได้ช้ากว่าที่กำหนดทั้งที่ออกเดินทางตามเวลา เนื่องจากเครื่องร้อนช้า และนายหัวบุญเลิศต้องเลือกทางเดินที่จะเลี่ยงเจอน้ำป่า เพราะทริปนี้เสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะพบกับน้ำป่า
ที่นอนคืนแรก เป็นตลิ่งสูงข้างลำธาร ช่วงที่เราหยุดพักฝนยังตกปรอย ๆ นายหัวบุญเลิศและท่านผู้เฒ่าช่วยกันมุงกางหลังคาด้วยกราวด์ชีท เพื่อเป็นที่หุงหาอาหารและที่นอนของพวกเราบางคน
ซากี้เพื่อนร่วมเดินทางช่วยผมกางฟรายชี้ท ผูกเปล และทำเสาค้ำสายเปลให้สูงมิให้น้ำฝนไหลย้อยตามสายเปลลงมาถึงตัว
เปลของซากี้และคุณเอกอยู่ใกล้เปลผม แต่อยู่คนฟรายชีท ซึ่งกางติดต่อกัน
ผมปันผ้าห่ม ผ้าขาวม้า และกราวด์ชี้ทให้คุณเอก บรรเทาอาการหนาวเย็น
คืนนี้ผมนอนหลับสบาย นอนอุ่น ฝนไม่รั่ว เช่นเดียวกับคุณเอก ผิดจากซากี้ที่ผนรั่วลงเปล เจ็บใจจนถึงเช้า...
ถ้านอนในป่าเพียงคืนเดียว หรือนอนต่อมีสภาพอากาศแบบนี้ เครื่องนอนป่าที่เตรียมไปนับว่าเพียงพอ แต่ที่ผมกล่าวไว้ตอนต้นว่าผมเตรียมของไปเกือบครบ เพราะเจอสภาพอากาศที่เย็นยะเยือกในคืนที่สอง
คืนที่สองเรานอนอยู่บนเกือบจะยอดเขาลูกหนึ่งของเทือกเขาเจ็ดยอด ที่พักเป็นจุดไหล่เขาเชื่อมภูเขาสองลูก อยู่ในทำเลที่หลบลมกรรโชกได้พอควร แต่หลบฝนไม่ได้
ฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่พักกินข้าวมื้อกลางวัน จนกระทั่งถึงที่พัก พวกเรากางหลังคาเพื่อก่อไฟกันกลางสายฝน ผมช่วยขุดร่องเพื่อระบายน้ำมิให้เข้าไปในที่มุงบัง ซึ่งเป็นที่หุงหาอาหาร จากนั้นก็ไปจัดการเตรียมที่หลับที่นอน
ผมเลือกทำเลข้างธารน้ำ เป็นธารน้ำฝนที่ไหลมาจากยอดเขา ต้นไม้สองต้นข้างธารน้ำผมใช้เป็นที่ผูกเปลและมุงฟรายชี้ท
วันนี้ผมจัดการที่หลับที่นอนเองทั้งหมด กางฟรายชีท ผูกเปล ตัดไม้ค้ำสายเปล
ซากี้กับคุณเอก ผูกเปลเหนือผมขึ้นไปบนเขา เพราะเจ็บใจเมื่อคืนที่ฝนรั่ว ซากี้จึงกางฟรายชี้สองชั้นแบบแน่นหนา แล้วผูกเปลแบบคอนโด คือใช้ต้นไม้เดียวกันในการผูก ซากี้อยู่ชั้นบน คุณเอกอยู่ชั้นล่าง
วันนี้ต่างคนต่างเพลียและเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง จึงเข้านอนกันหลังจากอาหารค่ำไม่นานนัก
นอนไม่หลับเลยครับ เคลิ้ม ๆ จะหลับก็ต้องตื่นเพราะความหนาวเย็น
นอกจากจะหนาวจากอากาศที่เย็นเฉียบแล้ว ผมยังได้รับไอเย็นจากธารน้ำสมทบเข้าไปด้วย ถุงนอนที่ว่าแน่ ๆ ก็เอาไม่อยู่ จริงอยู่ว่าด้านหน้าหรือช่วงบนจะอบอุ่น แต่ความหนาวเย็นมาจากพื้นเปลต้องพลิกตัวอยู่เรื่อย ๆ เพราะเย็นจับจิตจับใจ
ราวตีสี่ผมก็ลุกขึ้นมานั่งล้อมรอบกองไฟกับคุณเอกและซากี้ ที่ทั้งสองเปียกมะล่อกมะแล่ก ลำพังอากาศก็หนาวเย็นอยู่แล้ว ยิ่งทำให้หนาวเย็นไปถึงขั้วหัวใจ จำใจต้องทิ้งที่เปลมานั่งขดหลับข้างกองไฟ
คนที่อุ่นสบายที่สุดคือน้อง เพราะผูกเปลนอนอยู่ข้างกองไฟ
กว่าจะรู้ว่าเลือกที่นอนผิด คิดได้เมื่อเช้าแล้วครับ
ทริปหน้ารับรองหนาวไม่ได้แอ้มผมแน่.....
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๒ จัดของลงเป้)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๓ แต่งตัวเดินป่า)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๔ เดิน ปีน ไต่ มุด คลาน ข้าม ฯลฯ)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๕ ฝ่าดงทาก)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๖ กินในป่า)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอนที่ ๗ นอนในป่า)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๘ นายหัวบุญเลิศ ชายเกตุ ลูกผู้ชายใจนักเลง)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๙ ซากี้ คนลาวชื่อฝรั่ง)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๑๐ หญิงสาวน้ำใจงาม
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๑๑ ทะเลหมอกเขาเจ็ดยอด)
การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๑๒ เรื่องเล่าจากซากี้)
สวัสดีครับ
มาอ่านเรื่องราวการเดินป่า
เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดครับ
*-* สวัสดีค่ะ
ติดตามอ่านมาหลายตอนแล้ว ยังสนุกเหมือนไปเองเลย
ไว้คราวหน้า ขอติดตามไปบ้างนะคะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านหนาน
ตามมาเดินป่าค่ะ....น่าสนุกและน่าสยอง...
เค้าว่าคนเดินป่ามักเจอเรื่องแปลกๆ โดยเฉพาะตอนกลางค่ำกลางคืน
ท่านหนานได้ยินเสียง หรือพบอะไรแปลกบ้างมั้ยคะ?
สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ
ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย... ขออภัย งานเยอะจริงๆ ไม่ได้แก้ตัว จริงๆ นะ
* อยากไปผจญภัยอย่างหนานบ้าง คงสนุก ตื่นเต้น (เหยื่อทาก) เป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำมากๆ ค่ะ
* ตอนนี้ดึกแล้ว คงต้องกลับบ้านแล้วล่ะ.... วันนี้ประชุมเรื่องการแข่งขันความเป็นทางวิชาการค่ะ ที่งโรงเรียนอุตรดิตถ์ ท่าน ผอ. สพท.อต.1 เป็นประธาน (ผอ.กิตติพงษ์) เสร็จจากประชุมก็เข้าโรงเรียน เพื่อช่วยกันเตรียมสถานที่รับการประเมินนักเรียนรางวัลพระราชทาน.... เสร็จงาน เลยเข้ามาเยี่ยมเพื่อนๆ ก่อนกลับบ้าน..... เขียนยาวอีกแล้ว... หนานรำคาญหรือเปล่านี่.... "ยัยคนนี้พูดมากเสียจริง.."
* ระลึกถึงค่ะ น้องเฌวาสบายไหมคะ... ฝากความคิดถึงให้น้องด้วยค่ะ
ตอนนี้ก็สนุกครับ..นอกจากฝนแล้ว หนาวด้วย
สวัสดีค่ะ...หนานเกียรติ
บันทึกได้น่าติดตามมากๆค่ะ
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ....ตามติดการเดินป่า...ในป่ายายธีเริ่มมีทากฮ่ะ..สงสัยว่าจะเริ่มเป็นดงดิบ..อิอิ..ถ้าว่างๆพาคณะมาเดินหน่อยนะคะ...จะได้วิจัยว่า..ป่าใครจะดิบกว่า...เสือโฮ่งก็เยอะฮ่ะ..ไมยราพพะเรอเกวียน...หวายเหลือแต่ตอ...เวลาหนาวก็มีหมอกไม่แพ้ตามยอดดอยนะ...ฝากคิดถึงเญวา....ยายธืค่ะ
แข็งแรงกันทุกคน ไม่มีใครป่วย มีแต่เคล็ดขัดยอกนะคะ คุณเอกได้นวดไปแล้วหนึ่งรอบที่อยุธยา คุณหนานเกียรติหายหลังยอกหรือยังคะ
ประสบการณ์เปียกมะล่อกมะแล่ก ตอนตีสี่ บนยอดดอยเขาเจ็ดยอดนั้น เป็นประสบการณ์ที่จำฝังใจไปอีกนาน
คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลย หนาวเย็นจนถึงกระดูก ต้องออกมานั่งผิงไฟกันหนาว กับดวงดาวตอนตีสี่ มีหนูวิ่งเข้ามาทักทาย ตัวเท่ากระต่าย(ตกใจมาก) ตัวใหญ่มาก และกลัวทากนาวาตัวใหญ่ที่ว่ากันว่าดูดเลือดได้เยอะ ในลำธาร เลยเเหยงๆ ลำพังทากลายและทากดำเรายังรับมือกันไหวอยู่
ขอบคุณครับ น้ำใจเพื่อนร่วมทาง ...
ป่ามีอะไรที่คิดไม่ถึงเสมอ...แต่ได้รสชาติของชีวิตดี
กิ้งกือ ตัวใหญ่มาก สังเกตจากขนาดของถุงมือ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
.....................................................
ไปจริงนะครับ
ทริปหน้าคาดว่าจะเป็นป่าที่อุ้มผาง จ.ตากครับ
....................................................
ต้องขอบคุณ คุณเอกครับ ที่ถ่ายภาพสวย ๆ มาเยอะเลย
ไปคราวหน้าเห็นทีจะต้องติดกล้องเล้ก ๆ ไปสักตัว
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ....
.......................................................
แผลเป็นจากทากเป็นจุดดำ ๆ หลายที่เลยพี่
บางจุดยังคัน ๆ อยู่เลย...
....................................................
ไม่เจอครับ แต่ผมมีบทสวดมนต์ในป่า
บท "กรณียฯ" ครรับ เป็นการแผ่เมตตาให้สรรพสิ่ง
คืนแรกได้ยินเสียแปลก ๆ อยู่บ้างครับ ไม่รู้เสียงกรนของใคร ฮิ ฮิ...
...........................................................
เดือนหน้าจะได้ไป จ.อุตรดิตถ์ สงสัยต้องขอข้าวกินสักมื้อแล้ว
ผมไม่ได้ผม อ.กิตติพงษ์ นานแล้ว คิดถึงท่านอยู่เหมือนกัน
สพท.อุตรดิตถ์ เขต ๑ โชคดีมากที่ได้ท่านไปเป็น ผอ. ท่านเป็นคนดีและเก่งครับ
เฌวาตอนนี้สบายดีแล้วครับ ไม่สบายอยู่เกือบอาทิตย์
ตอนนี้ไปโรงเรียน (อยู่หน้าบ้านนี่เอง) สักบ่าย ๆ จะออกไปรับครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ....
.....................................................
ที่ดอยมูเซอ จ.ตาก หนาวแล้วครับ
ผมเพิ่งกลับมาเมื่อวาน จะไปอีกปลายสัปดาห์นี้ครับ
........................................................
ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรต่อดี...
......................................................
อยากไปเที่ยวป่ายายธีจังเลยครับ
ป่าที่บ้านดอยมูเซอ ก็เริ่มทึบแล้วครับ ต้นกาแฟออกลูกสุกแล้ว หน่อไม้ก็เริ่มเก็บกินได้แล้ว น้ำที่หุบด้านล่างไหลเพิ่มกว่าเดิม
อยากพายายธีไปเที่ยวครับ...
...........................................................
คืนที่ผมขับรถกลับตาก ปรากฏว่าขับไม่ถึงครับ ทั้งปวดหลังและทั้งง่วง จึงแวะนอนพักที่นครสวรรค์
เช้ามาอาการปวดหลังหายไป
ต้ังใจจะไปนวดสักหน่อย ยังไม่ได้ไปเลยครับ
.......................................................
กำลังคิดว่าทริปหน้าจะไปไหนดี
ระหว่างรออุ้มผาง
ไปดอยเชียงดาวสักรอบดีไหมครับ...
อยากเห็นภาพ....
(^___^)
ลืมแสดงความยินดีด้วยค่ะ
กับรางวัลสุดคะนึง....
(^___^)
ขอบคุณครับ...
ทริปนี้ผมมิได้เอากล้องไปด้วย จึงไม่มีภาพมาฝากเลยครับ
นำภาพเขาใหญ่ มาประกอบครับ
แสดงความยินดีและดีใจกับรางวัลสุดคะนึงในบล๊อกน้องมะปรางเปรี้ยวแล้ว ก็เลยขอแวะมาแสดงความยินดีในบันทึกนี้ด้วยค่ะ
ระหว่างการเดินทางขาไปอยุธยา คุณเอกเล่าให้เห็นภาพการเดินป่าที่แสนจะประทับใจ น่าถ่ายทำเป็นภาพยนตร์มากเลย ยิ่งมาอ่านบันทึกคุณหนานเกียรติประกอบ ทำให้เห็นถึงความอึดทรหดของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่เดินป่าได้เก่งจริงๆ ขอเป็นกองเชียร์ค่ะ ป้าไม่ไหวแล้ว
สวัสดีค่ะ
* มาอุตรดิตถ์เมื่อไหร่ ต้องส่งข่าวด่วน...จี๋เลยนะคะ..... จะพาไปทานของอร่อย อ้อ!.. ตอนนี้ รัชภัฏอุตรดิตถ์ ทำรั้วใหม่ค่ะ สวยมาก สีคลาสิค ไม่ทราบมีจะเป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศหรือเปล่านะคะ
* ท่าน ผอ.กิตติพงษ์ ท่านเป็นคนน่ารัก ไม่ถือตัว ทำงานเก่งมากๆ และที่สำคัญท่านให้กำลังใจคนดีมากเลย ท่านมาที่ลับแลพิทยาคมบ่อยค่ะ.... เพราะลับแลฯ เป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายประสิทธิภาพการมัธยมศึกษา ที่ 38 (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์)
* ส่งภาพ ผอ.เขต มาให้ดูให้หายคิดถึง ค่ะ เห็นว่าได้ได้เจอท่านมานานแล้ว....
* ขอให้เดินทางไป จ. ตากโดยสวัสดิภาพค่ะ (น้องเฌวาไปด้วยหรือเปล่าค่ะ?)
อ่านแล้วเพลินดีจัง..คิดถึงเรื่อง "ล่องไพร" ของคุณหมอบุญส่ง เลขะกุล ..เคยอ่านไหมคะ...
ดอยหลวงเชียงดาว..
โมโกจู ล้วนแล้วแต่ น่าสนใจทั้งนั้น