เบิกม่าน,ศาลายา
หากได้แค่เพียงรู้จักกัลยาณมิตรก็เป็นโอกาสที่ดีของชีวิต และหากได้เข้าไปร่วมเสวนา พูดคุยก็ถือว่าเป็นธรรมะจัดสรรและเป็นสิ่งพิเศษสุดในวิถีเวลาของผมช่วงนี้จริงๆ
|
|
![]() |
![]() |
ร้านเบิกม่าน...ผมไม่เคยรู้จักและสะดุดกับชื่อร้านนี้เมื่อ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ได้แจ้งกับผมถึงกิจกรรมเล็กๆงามๆ ที่นี่ ภายใต้ชื่องาน สื่อและศิลปะเพื่อวิจัยและพัฒนาสุขภาวะสาธารณะ ที่จะจัดแสดงงานศิลปะในครั้งนี้ ๗ พย. ๕๒ ถึงวันที่ ๓๐ พย.๕๒ ที่ “เบิกม่าน”

นับได้ว่าเป็นการเบิกม่านตัวเองเหมือนกันที่ได้มองออกไปจากนอกปริมณฑลของตัวเอง ได้รู้จักกัลยาณมิตรคนดีที่มารวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการที่เบิกม่าน
การมองออกไปจากตัวเองทำให้เราได้สัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ จากคนใหม่ที่เราได้สัมผัส ยิ่งคนใหม่เหล่านั้นเป็นกลุ่มคนที่มีจิตสาธารณะ กอรปด้วยจิตอันเป็นกุศลจิต การรวมตัวของคนกลุ่มนี้จึงเต็มไปด้วยความเอื้ออาทร ความดี ความงามที่สัมผัสรู้สึกได้


ชีวเกษม ที่เบิกม่านจึงมีผู้คนหลากสถานะ หลากบทบาทในสังคม มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เปิดใจและให้ใจกันเต็มที่ในบรรยากาศของกัลยาณมิตรที่น่าประทับจิต
ดร.วิรัตน์ ได้อรรถาธิบายถึงรูปแบบงานให้ผมฟังในช่วงเตรียมงานว่า เป็นพัฒนาการของการนำเสนองานทางวิชาการอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไร้ซึ่งรูปแบบการนำเสนองานวิชาการแบบแนวคิดเดิม การปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ให้โลดแล่นอยู่ท่ามกลางสุนทรียะลักษณะนี้นั้น ผมมองว่าเป็นพื้นที่แห่งศาสตร์และศิลป์มารวมตัวกันได้อย่างงดงาม และเมื่อไหร่ก็ตามเกิดชุมชนเรียนรู้แบบธรรมชาตินี้เกิดขึ้น จึงเป็นเส้นทางที่ขับเคลื่อนไปของ ชีวิตสาธารณะที่มี สุขอันเกษม เป็นเป้าหมายปลายทาง
หากเราโพกัส เรื่อง กระบวนการเรียนรู้ในสังคม เราพยายามหาวิธีการหลากหลายในการเข้าถึงความรู้นั้น ที่เราคุ้นชินกันก็เป็นการแสวงหาความรู้และการถ่ายทอดความรู้ที่เน้นรูปแบบที่เป็นทางการ ในกระบวนการเรียนรู้ที่เราคุ้นชินแบบนี้เองทำให้การเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเหมือนไปไม่สุดทาง ความรู้ที่ได้เรียนรู้ไม่ค่อยมีพลังในการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับปัจเจก แน่นอนว่าในระดับที่ใหญ่ขึ้นไปพลังของความรู้ก็ยิ่งอ่อนแรง เพราะอะไร? เมื่อเราพิจารณาแล้วเห็นว่า แก่นแกนของกระบวนการเรียนรู้นั้นต้องเป็นความถี่คลื่นเดียวกับสุนทรียะภาพของมนุษย์ เมื่อไหร่ก็ตามกระบวนการเรียนรู้กับกระบวนการชีวิตสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จของการเคลื่อนความรู้

|
|
|
![]() |
![]() |
![]() |
มองกลับมายังกิจกรรม สื่อและศิลปะเพื่อวิจัยและพัฒนาสุขภาวะสาธารณะ ที่ เบิกม่าน โดยกิจกรรมที่มุ่งนำเสนอหลักๆก็ คือการมาทบทวน พูดคุย ของกลุ่มชีวเกษมที่มาอายุครบรอบ ๑๐ นับจากการก่อตั้งในปี ๔๒ ภายใต้การนำของ อาจารย์ปรีชา ก้อนทอง และมีงานศิลปะของ ดร.วิรัตน์ เป็นสื่อศิลปะในการเชื่อมโยงวิถีชีวิตผู้คน ผ่านงานวิจัย ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเขียน ที่แสดงถึงสุขภาวะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเรียนรู้ของผู้คนในสังคม
งานศิลปะที่เบิกม่านในวันนั้นมีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง มีงานศิลปะจากศิลปินอีกสองสามท่านที่สื่อออกมาในแนว “ศิลปะภาวนา” หลายภาพเป็นภาพแนวนามธรรมที่สื่อให้เห็นถึงแก่นจิตวิญญาณ มีงานจิตรกรรมของท่านเขมานันทะ หรือท่านโกวิท เอนกชัย ศิษย์สวนโมกข์และศิลปินแห่งชาติ งานประติมากรรมดินเผาของนายดี ช่างหม้อ การจัดวางดอกไม้ ของคณะครูและเจ้าของโรงเรียนอนุบาลพลอยภูมิ โรงเรียนวิถีพุทธของเอกชนในแนวผสมผสานการศึกษาทางเลือกแห่งหนึ่ง ผลงานจิตรกรรมสีน้ำของคุณแหม่ม นัฏนันท์ สุวรรณรัตน์ ศิลปินหญิง

พิธีเปิดงานอย่างเรียบง่าย โดยมีคุณแม่งึ้น เทียมปฐม อายุ ๙๓ ปี มาเป็นประธานเปิด คุณแม่งึ้นเป็นคุณแม่ของนายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอพุทธมณฑล คุณแม่งึ้น เคาะกังสดาลเสียงกังวาน ระรัวก้อง ถือว่าพิธีเปิดครั้งนี้สมบูรณ์แล้ว

มี พระเดชพระคุณท่านพระครูปิฎกวัฒน์ แห่งวัดญาณเวศกวัน มาเป็นกำลังใจและเสริมกำลังสติปัญญาแก่เวทีโดยแสดงปาฐกถานำ เรื่อง สุขภาวะสาธารณะชีวเกษม
ผมนั่งฟังปาฐกถาเงียบๆ ครุ่นคิดตามเรื่องราวที่ได้ฟัง ท่านได้กล่าวถึง มุมมองปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ว่าเราควรจะมีมุมองอย่างไร? เพื่อให้เกิดความสุข เราควรข้ามผ่าน หรือก้าวพ้นในเรื่องไหนบ้างเพื่อให้มีชีวิตอันเกษม หากมีเหตุการณ์หนึ่งมากระทบจิตใจของเราให้เรามองปรากฏการณ์นั้น ใคร่ครวญหาแง่มุมที่ดีงาม เป็นอุบายให้จิตเราผ่องใส ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทุกเรื่องราวมีมุมอีกมุมที่เรามักมองไม่เห็นเสมอ นั่นคือ โอกาสที่ให้เราพัฒนาจิตทุกขณะ

"ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง"
การสนทนาที่มีความสุขหลังจากนั้น รอยยิ้มที่ที่ประทับจิต จากผู้คนที่ผมไม่คุ้นเคย ทำให้บรรยากาศที่เบิกม่าน เหมือนการมาพบญาติ มานั่งทานข้าวด้วยกัน แนะนำตัวกันไป คุยกัน ไป ข้าวห่อใบบัวเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจผมมองว่า ใบบัวแทนสัญลักษณ์ของความอุดมของธรรมชาติ เมล็ดข้าวและธัญพืชที่อยู่ในใบบัวกว่า ๓๐ ชนิด เป็นความหลากหลายที่มารวมตัวกันอย่างพอดี รสชาติข้าวห่อใบบัวกรุ่นหอม เอร็ดอร่อย ปิดท้ายด้วยน้ำรากบัว สดชื่น คลายกระหาย บำรุงสุขภาพกาย

ความสุขในวันหยุดของผมวันนี้ ถือว่ามีคุณค่าอย่างมากในการเชื่อมเครือข่ายใหม่ๆที่เป็นเครือข่ายคนดี มีจิตสาธาณะ และงานศิลปะของ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมต่อการสร้างสรรค์งานวิชาการและการนำเสนอผ่านสุนทรียะเพื่อบอกกล่าวกับสังคม...เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มนุษย์อย่างเราเข้าถึงได้โดยไม่รู้ตัว ล้วนผ่านความงดงามของสิ่งเหล่านี้
ผมไม่รู้ว่านักวิชาการจะยอมรับกระบวนการเรียนรู้ผ่านสื่อสุนทรียะเหล่านี้อย่างไร ? แต่ผมเชื่อมั่นว่างานแบบนี้จะเป็นพลังใหม่ในการขับเคลื่อนองคาพยพในสังคมให้วิวัฒน์ต่อไปด้วยปัญญาและจินตนาการ
ในเวทีนี้เหมือนผมนั่งฝันไป เมื่อรู้ตัวอีกทีผมก็เพลิดเพลินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่มีอากาศใสบริสุทธิ์เสียแล้ว
เบิกม่านศาลายา เบิกปัญญาพาสุขใจ
เรียบง่ายงามสดใส สุขยิ่งใหญ่ไม่ไกลเกิน
สิ่งดีร่วมแบ่งปัน แสนสุขสันต์มิห่างเหิน
ภาพศิลป์งามเพลิดเพลิน ดนตรีเพิ่มเติมชีวิต...
ดอกไผ่
๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ศาลายา,มหิดล
๘ พย.๕๒












อยากไปสัมผัส เพื่อการเรียนรู้
ซักครั้ง จังเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ นะคะ
กิจกรรมและงานเหล่านี้น่าจะได้นำเสนอผ่านสื่อบ้าง
สนใจจังค่ะ อยากได้ข้อมูลเพิ่ม
เพื่อนำเสนอผ่านรายการวิทยุ
อ้อ...ลืมชมไปค่ะว่า
คุณเอกถ่ายภาพได้สวยมาก
ชื่นชมมากคะ อ่านก็มีความสุขแล้วคะ
อยากมีโอกาสได้สัมผัสสักครั้งนะคะ
คุณนกน้อยครับ สามารถติดต่อรายละเอียดได้ที่ อ.ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่ ศิลปะเพื่อการวิจัยและพัฒนาสุขภาวะ สามารถติดต่อผ่าน e - mail ของท่านอาจารย์ได้เลย
ขอบคุณมากค่ะคุณเอก
นกจะติดต่อไปที่อาจารย์นะคะ
เพิ่มเติมจาก http://gotoknow.org/blog/wiratkmsr-art/311162
รายงานภาพ นิทรรศการศิลปะและเวทีเสวนาชุมชน: สื่อและศิลปะสานสุขภาวะสาธารณะชีวเกษม
เมื่อวานนี้งานได้เปิดและเริ่มแสดงแล้วครับ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐-๒๑.๐๐ น. เลยขอนำภาพกิจกรรมมารายงานเพิ่มอีกครับ
งานนี้เหมือนกับจะเป็นการพัฒนาการเผยแพร่ผลการวิจัยและการจัดเวทีวิชาการในเชิงปฏิบัติการสังคม แนวคิดและเนื้อหาหลักของเวทีเป็นเรื่องสุขภาวะสาธารณะแบบชีวเกษม และประเด็นที่นำมาจัดกิจกรรมกันก็คือ สื่อและศิลปะเพื่อวิจัยและพัฒนาสุขภาวะสาธารณะ
สุขภาวะสาธารณะเป็นทั้งเป้าหมายและมรรควิถีดำเนินชีวิตทั้งของปัจเจกและของชุมชนระดับต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีความละเอียดประณีตให้มากยิ่งๆขึ้นได้ นับแต่จากความสุขที่ขึ้นต่อวัตถุ สิ่งกระตุ้น และปัจจัยภายนอกสู่ความสุขทางปัญญาและความสุขทางจิตใจระดับต่างๆ ซึ่งจุดหมายสูงสุดทางสังคมก็คือ ความสุขอันสมบูรณ์ที่ปราศจากทุกข์ ในทางพุทธศาสนาก็มีแนวคิดดังกล่าวที่เรียกว่าภาวะนิพพาน และถ้าหากเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเรียกการดำเนินชีวิตดังกล่าวได้ว่าการมีวิถีชีวิตอันเกษม ซึ่งเป็นภาวะสูงสุดในวิธีคิดที่เป็นวิถีแห่งปัญญาเกี่ยวกับ มงคลชีวิต ๓๘ ประการ
สภาพแวดล้อมปัจจุบัน สุขภาวะสาธารณะดังกล่าว ควรให้ความสำคัญต่อการที่ปัจเจก กลุ่มก้อน และชุมชนระดับต่างๆ จะมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะแบบปัจเจก ให้มุ่งสู่ความเป็นสุขภาวะสาธารณะให้มากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากการที่สังคมในกระแสหลักของการพัฒนานั้น มักถูกแรงกดดันให้มุ่งเอาตัวรอด เห็นแก่ตัว มุ่งได้ความสุขอย่างหยาบ ฉาบฉวย และมีขอบเขตอยู่เพียงตนเอง มุ่งความเป็นตัวกูของกูที่เหนือกว่าผู้อื่น และสร้างสังคมให้แข่งขันกันแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา
วิถีสังคมดังกล่าวจะทำให้คนส่วนน้อยเอาตัวรอดได้ แต่สุขภาวะของส่วนรวมจะขาดการดูแล สังคมเต็มไปด้วยความทุกข์ร้อน อีกทั้งคนส่วนน้อยที่เอาตัวรอดได้ ก็ได้ความสุขที่กอปรด้วยทุกข์ที่ต่อตนเองและต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นสุขภาวะที่ไม่ยั่งยืน
วิธีการและกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาความสุขอย่างหยาบของปัจเจกให้เพิ่มพูนความเป็นสุขภาวะสาธารณะและมีความละเอียดประณีต ลดเบียดเบียนและก่อทุกข์ ลดการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสังคม แต่เพิ่มพูนการให้คุณค่าทางด้านจิตใจและเพิ่มพูนสุขภาวะในวิถีแห่งปัญญาให้มากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับนั้น มีอยู่หลายแนวคิดและหลากหลายวิถีปฏิบัติ สื่อและศิลปะเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะสาธารณะก็เป็นแนวทางหนึ่ง
หากเราพัฒนาและสร้างความรู้เพื่อชี้นำ ขยายผลให้แก่การพัฒนาภาคสาธารณะของสังคมโดยกระบวนการและวิธีการอย่างนี้ให้ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและในเมืองต่างๆของชนบททั้งในประเทศไทย หมู่ประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนประเทศที่อิ่มตัวหรือล้นเกินทางวัตถุมากแล้ว ก็จะทำให้สังคมสามารถจัดการภาวะกดดันจากความเปลี่ยนแปลงและการพัฒาตนเองอันซับซ้อน ให้ปัจเจกและความเป็นส่วนรวม มีสุขภาวะสาธารณะที่ยกระดับที่มีความงดงาม ดีงาม ศานติ และสงบเย็น ปราศจากทุกขภาวะได้ดีกว่าการขึ้นต่อวัตถุและปัจจัยกำหนดจากภายนอกอย่างเดียว ได้มากขึ้นเรื่อยๆ
การพัฒนาทางสังคมและการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีจะยิ่งมีทางเลือกที่ดีๆมากยิ่งๆขึ้น บทบาททางศิลปะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศาสตร์การพัฒนาทางสังคม ก็จะเห็นความลงตัว สมดุล บูรณาการกันได้ ไม่แยกส่วน พอเพียง ได้ดีมากยิ่งๆขึ้น
การนำมาจัดแสดงและเผยแพร่นี้ เป็นการบูรณาการเข้ากับการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของกลุ่มคนที่ทำงานเชิงสังคมและเรียนรู้ไปด้วยกันโดยโครงสร้างแนวราบ เข้าไปศึกษาแนวคิดและบทเรียนกรณีต่างๆจากหัวข้อวิถีประชาศึกษาของผมได้ครับ
ช่วยกันทำอย่างพึ่งแนวคิดและการลงมือของตนเองให้มากที่สุดครับ ติดและทำงานทางความรู้อย่างมากมายที่สุดเพื่อสะท้อนลงสู่การลงมือทำเล็กๆให้พอเพียงกับกำลังของทุกคนที่จะทำและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง
ผลงานมีความหลากหลายอย่างทุ่มทุนสร้างครับ โดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาดูและร่วมกิจกรรมมากน้อยเพียงใด เราคำนึงถึงแต่ทำอย่างที่สุดที่เราทำได้ภายใต้เหตุปัจจัยที่เอื้อให้ทำ มีงานจิตรกรรมของท่านเขมานันทะ หรือท่านโกวิท เอนกชัย ศิษย์สวนโมกข์และศิลปินแห่งชาติ งานประติมากรรมดินเผาของนายดี ช่างหม้อ การจัดวางดอกไม้ ของคณะครูและเจ้าของโรงเรียนอนุบาลพลอยภูมิ โรงเรียนวิถีพุทธของเอกชนในแนวผสมผสานการศึกษาทางเลือกแห่งหนึ่ง ผลงานจิตรกรรมสีน้ำของคุณแหม่ม นัฏนันท์ สุวรรณรัตน์ ศิลปินหญิง
ในส่วนผลงานของผมนั้น เป็นผลงานจิตรกรรมทั้งหมดกว่า ๕๐ ชิ้น ประกอบด้วยงาน ๓ ชุดในปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นงานสีน้ำบันทึกข้อมูลและสภาพความเปลี่ยนแปลงของชุมชน ปี ๒๕๕๐-๒๕๕๑ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะนำเสนอและเผยแพร่ผลการวิจัยขับเคลื่อนกลุ่มประชาคมในชุดวิถีสังคมชาวนาบัว ซึ่งทำขึ้นและจัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มมหาวิทยาลัย ไปครั้งหนึ่งแล้ว และผลงานในช่วงปลายปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ซึ่งเป็นงานเขียนบันทึกข้อมูลและเผยแพร่งานวิชาการในบล๊อกโอเคเนชั่นกับบล๊อก GotoKnow
งานนี้เชิญคุณแม่งึ้น เทียมปฐม อายุ ๙๓ ปี มาเป็นประธานเปิด คุณแม่งึ้นเป็นคุณแม่ของนายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอพุทธมณฑล ซึ่งเป็นเครือข่ายนักวิจัยชุมชนของเราด้วย คุณแม่งึ้นเคาะระฆังรัวสามรา ด้านข้างซ้ายคือ รองศาสตราจารย์จิตรประภา ศรีอ่อน อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล
กิจกรรมวันเปิดนี้ เริ่มต้นจากกราบอาราธนาพระเดชพระคุณท่านพระครูปิฎกวัฒน์ แห่งวัดญาณเวศกวัน มาเป็นกำลังใจและเสริมกำลังสติปัญญาแก่เวทีโดยแสดงปาฐกถานำ เรื่อง สุขภาวะสาธารณะชีวเกษม จากนั้น ก็นิมนต์ท่านได้เมตตาชื่นชมดูความคืบหน้าของการทำงานเชิงสังคมแนวนี้ในระยะ ๑๑ ปีที่ผ่านมาโดยดูงานนิทรรศการรูปเขียนร่วมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พระคุณเจ้าเป็นวิทยากรแก่เวทีอย่างนี้ให้แก่กลุ่มประชาคมและเครือข่ายที่ทำงานในแนวนี้มาตลอด ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา
ศิลปะก็เหมือนอาหารใจและสิ่งหล่อเลี้ยงทางมโนปัญญา ในอีกมิติหนึ่งเลยมีอาหารกาย คือ ข้าวห่อใบบัว เพื่อเรียนรู้และเจริญสุขภาวะสาธารณะจากการบริโภคที่มีการเรียนรู้และมีองค์ประกอบแห่งสติปัญญา
จากนั้นก็นั่งสนทนาสร้างความคุ้นเคยและความเป็นญาติ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันสิ่งดีในชีวิตให้แก่กัน บรรยากาศเหมือนกับการนั่งกินข้าวด้วยกันบนศาลาวัดในวิถีชนบท เพื่อสานพลังทุนทางสังคมที่มีอยู่แต่เดิมของสังคมชนบทไทยในกลมกลืนเข้ากับวิถีสังคมเมืองอย่างไม่แยกส่วนขาดตอนจากกัน
จนถึงสามทุ่ม นอกจากเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มและเวทีเรียนรู้อย่างนี้ที่จะต้องมีการตกผลึก หาบทเรียน และสังเคราะห์ให้ได้หลักคิดและบทเรียนดีติดตัวกลับออกไปใช้ในชีวิตและการงานสักระยะหนึ่งแล้ว ฝนก็กลับตกลงมาอีก
เลยมีคนเหลืออยู่กลุ่มหนึ่งที่นั่งคุยกัน ร้องเพลง และให้ผมสาธิตเป่าขลุ่ยไทยให้ฟัง ผมเป่าเพลงลาวดำเนินทราย | ทานตะวัน ของ ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี | และบางท่อนที่มีระดับเปลี่ยนเป็น ๓ ชั้นของ เพลงแขกวรเชิด ซึ่งมีเค้ามาจากเพลงแตรวงบางเพลงของวังบ้านหม้อ เป็นที่ถูกอกถูกใจของหมู่มิตร แต่ก็ดูทำหน้าประหลาดใจที่ผมเล่นเพลงไปก็ให้การเรียนรู้ไปด้วยว่า ที่ผมเป่าอยู่นี้ไม่ใช่เพลงขลุ่ยแต่เป็นทางเดินของคลาลิเน็ตและแซกโซโฟน ผมไม่เคยหัดขลุ่ยและไม่รู้นิ้วมือของขลุ่ยเลย แต่มีพื้นฐานจากการเล่นแตรวง และสามรถเป่าเพลงขลุ่ยแบบทดระดับคีย์ไปทั้งหมดในเพลงต่างๆได้ เพราะผมเล่นคลาลิเน็ต แซกโซโฟนทั้งเทอนเนอร์ อัลโต้ และแซกโซโฟนได้ หากเป็นงานเชิงสังคมก็เรียกว่าในแต่ละเรื่อง แต่ละเงื่อนไขนั้น เราสามารถเปลี่ยนทั้งชุดเหมือนเปลี่ยนกระบวนทรรศน์หรือเปลี่ยนองค์ประกอบต่างๆไปทั้งกระบิได้นั่นเอง
เมื่อกลับออกไปทำงาน เครือข่ายจากเวทีของเราก็จะมีโอกาสสะท้อนสิ่งต่างๆไปสู่การทำงานและการดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาและพึ่งตนเองในการนำการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งทางด้านสุขภาพ การศึกษา การทำธุรกิจและประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งการเป็นจิตรกรและนักวิชาการอิสระ ต่อเนื่องและคู่ขนานกับการดำเนินชีวิตตลอดไป
ขอบคุณมากครับ คุณนกน้อย
และ พี่ไก่ ประกาย จากขอนแก่น
บันทึกนี้เป็นบันทึกที่ภาพถ่ายงดงามและหมดจดทุกภาพ ;)
ผมว่า ใช้กล้องได้คุ้มค่าแล้วครับ ;)
ขอบคุณครับ
ชอบจัง งานแบบนี้ เราน่าจะนำมาปรับในการนำเสนอผลงานของวงการสุขภาพ น่าจะดีนะ..เอก
... เบิกม่านศาลายา เบิกปัญญาพาสุขใจ
เรียบง่ายงามสดใส สุขยิ่งใหญ่ไม่ไกลเกิน
สิ่งดีร่วมแบ่งปัน แสนสุขสันต์มิห่างเหิน
ภาพศิลป์งามเพลิดเพลิน ดนตรีเพิ่มเติมชีวิต...
ดอกไผ่
๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
เรื่องแน่นคับแก้ว ภาพหรู
เจริญพรคุณจตุพร
รูปแบบการจัดวางรูปทำได้ดีมากเลย
โยมคุณแม่งึ้น เทียมปฐม อายุ ๙๓ ปี ดูแข็งแรงสมเป็นประธานงานชีวเกษมจริง ๆ
รูปท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต) เด่นสะดุดตา
อ่านไปก็สุขใจตามไปด้วย
คุณจตุพรถ่ายภาพได้งดงามมาก
เห็นด้วยกับพี่แก้ว
ปรับเปลี่ยนการนำเสนอผลงาน
คงจะดีไม่น้อยนะคะ เชิญคุณเอกมาร่วมเป็นวิทยากร
ไก่ก็เริ่มเบื่อการนำเสนอผลงานแบบเดิม ๆแล้วคะ
คุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ดูจะลงตัวไปหมดเลยนะคะ
ติดตามบันทึกทั้งของอาจารย์วิรัตน์และคุณเอก
น่าสนใจตั้งแต่ชื่อร้านเลย งามทั้งภาพถ่ายและงามทั้งจิดใจที่สื่อสารผ่านด้วยตัวอักษร
พี่จะหาโอกาสไปชม จัดงานถึงวันที่ 30 ไม่มีวันหยุดใช่ไหมคะ
สวัสดีเจ้าน้องเอก ดร.วิรัตน์ ท่านมีฝีมือในการวาดภาพและใช้สื่อภาพวาดได้ดีมากๆ พี่ได้มีโอกาสได้ร่วมกระบวนการเรียนรู้กับท่าน 2 ครั้งที่ จ.แพร่ ท่านมาเป็นวิทยากรให้แก่ นสส(นักสื่อสารสุขภาพ )..แพร่ วันนี้ได้อ่านบันทึกที่มคุณค่ายิ่ง ขอบคุณน้องเอกที่ได้บันทึกเรื่องเล่าดี ถ้ามาจ.แพร่กับทีม สรพ. .เมื่อไหร่แจ้งด้วยเน้อ จะไปแอ่วหาเจ้า
อยากกินข้าวห่อใบบัวค่ะ
อบอุ่น ชื่นมื่น ชื่นใจ
ขอบคุณค่ะ...^_^
สวัสดีครับ อ.Wasawat Deemarn
ผมมีภาพอยู่ในคลังภาพอีกมากครับ เรียกได้ว่าคุ้มมากสำหรับกล้อง canon40D ของผม ด้วยบรรยากาศและคนดี ทำให้ภาพสื่อออกมาได้อย่างนั้นครับ :)
กระบวนการเรียนรู้ผ่านสื่อสุนทรียะ
ผมเห็นด้วยครับ พี่แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช แต่เท่าที่ดูมา วงการสุขภาพ เป็นวงการเเรกๆที่นำกระบวนการเหล่านี้ไปทำกระบวนการเรียนรู้ครับ เพียงเเต่ว่ามีรูปแบบที่แตกต่าง...
ขอบคุณ คุณธรรมทิพย์มากครับ ผมชอบบทกวี ที่คุณธรรมทิพย์ลิขิตมาฝากทุกบทเลยครับ เป้นกวีที่งดงามและน่าทึ่งมาก
ขอบคุณครับ