“อยากให้จำลองความรู้สึกผูกพันที่มีต่อคนในครอบครัวมาไว้ที่นี่ ณ องค์กรแห่งนี้” ซึ่งเราถือว่าเป็นบ้านที่สองของเรา

“อยากให้จำลองความรู้สึกผูกพันที่มีต่อคนในครอบครัวมาไว้ที่นี่ ณ องค์กรแห่งนี้” ซึ่งเราถือว่าเป็นบ้านที่สองของเรา   เป็นคำพูดที่ศิลาได้บอกเล่าในวง SMART AEROTHAI ที่จัดขึ้นได้อย่างประทับใจเมื่อวันที่  ๖ พฤศจิกายน  ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา

       

                     ชีวิตเราส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านและที่ทำงาน

 

        

ความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรมีอยู่ในหัวใจของผู้รักองค์กรทุกคน แต่คำถามที่เกิดขึ้นในใจอยู่เสมอคือว่า “แล้วเราจะต้องทำกันอย่างไร แสดงออกมาทางไหนได้บ้าง”

 

   

 

ขอย้อนกลับไปถึงความสำคัญของที่มาว่า “ทำไมเราจะต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กร”    วัฒนธรรมองค์กรไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่แล้ว  แล้วนำมาอธิบายภายใต้บริบทที่เป็นอยู่คือ มิใช่หรือ

        

    ธรรมชาติในที่ทำงานของเรา สัตว์และต้นไม้ต่างอาศัยพึ่งพากัน

หากตอบว่า “ใช่” ก็อาจจะทำให้เราไม่อยากทำอะไรต่อกับสิ่งที่เป็นเช่นนั้นเองอีกต่อไป  จึงขอตอบตามความเข้าใจของตนเองว่า ส่วนหนึ่งก็อาจจะใช่  แต่หากเราพบว่าวัฒนธรรมองค์กรที่มีอยู่เริ่มกำลังเกิดความไร้ระเบียบ (chaos)  เพราะองค์กรเติบโตทางด้านกายภาพและทางด้านวัตถุอย่างรวดเร็วมาก  ทำให้หลงลืมคุณค่าทางจิตใจ และความเคารพในตัวตนของกันและกัน  จึงทำให้ต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่  จาก “หัวใจของผู้ให้” เป็นใบเบิกทาง  เดิมอาจจะ self center ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น AEROTHAI center

 

    

ในสังคมคนทำงาน ข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ  ใครมีความรู้มากกว่า นำเสนอความรู้ได้ดีกว่าคือผู้มีอำนาจ กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป  “เก่ง” อย่างเดียว ไม่สามารถสร้างจุดร่วมที่ผูกพันเหนียวแน่นได้  ผู้นำที่เก่งทุกทาง ไม่สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทางพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ได้     ผู้นำที่ดีมีคุณธรรมและทำให้ทุกคนมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้ต่างหากจึงจะนำพาให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้  ไม่ว่าในทิศทางใด ใคร ๆ ก็อยากจะเดินตาม  การเปลี่ยนแปลงจากองค์กรภายนอกล้อมรอบตัวที่ประจักษ์ชัดในขณะนี้คือ "การสร้างองค์กร KM" ที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

 

ในฐานะของผู้มีใจที่อยากจะเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ก้าวตามทันยุคสมัยที่กำลังมุ่งไปสู่ Share & Learn Organization โดยจะให้ความสำคัญกับคำว่า “ทำอย่างไรจึงจะทำงานร่วมกันให้ได้ทั้งใจคนและคนทำงานให้ด้วยใจ”

 

จุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในวันนี้คือสร้างทีมงานที่เข้มแข็งมีหนึ่งใจเดียวกันคือ “ความรู้สึกว่าเป็นเจ้าขององค์กรเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน”

 

SMART อาสา จึงก่อกำเนิดขึ้นมา โดยฝ่ายบริหารบุคลากร ชักชวนกันอย่างไม่เป็นทางการให้หน่วยงานต่างกองมาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน จะว่าไปก็เป็นวิธีการใช้ปากต่อปาก เน้นจิตอาสา  มาท้้งที่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมารวมตัวทำอะไรกันบ้าง   รู้อย่างเดียวว่าขอให้ตัวกับใจมาก่อน มาทำเพื่อองค์กรของเรา  ส่วนจะทำอะไร อย่างไรบ้างนั้น  ไม่รู้หรอก   กล่าวได้ว่าการรวมตัวกันของ SMART อาสา  คือภาพสะท้อนหนึ่งของจุดเริ่มต้นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงภายใน ให้หันมาใส่ใจกันและกัน   ลองมาดูกันนะคะว่าวันนี้  SMART อาสาทำอะไรกันบ้าง

                                   เกมส์สร้างชาติ

   

เกมส์ดึงชิ้นไม้ออกไม่ให้ตึกล้ม  แต่ละคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดึงออกทีละชิ้น จะใช้ศาสตร์ ศิลป์อะไรก็ได้ ด้วยมือเดียวเท่านั้น ที่จะดึง ดัน  ชิันไม้ออกแล้ววางต่อขึ้นไปใหม่โดยไม่ให้ตึกไม้ล้ม

      

    

ต้องขอปรบมือชมเชยทั้งผู้คิดเกมส์ และผู้เล่นทุกท่านที่เล่นกันอย่างตั้งใจมีสมาธิและมีศิลปะชั้นเชิงไม่ธรรมดาจริง ๆ เล่นเก่งสุดยอด ไม่ทำให้ตึกถล่มเลย

บทสรุปสุดท้ายของเกมส์นี้สอนให้เราคิดอุปมาอุปมัยว่าฝีมือเราคนเดียว  ขาดสติ ไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะทำให้องค์กรพังทะลายลงมาได้  แต่การที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจประคับประคององค์กรเราไว้ จึงทำให้องค์กรของเราอยู่รอดปลอดภัยได้เป็นอย่างดี  "พลังสามัคคี" คือหลักการพื้นฐานของการเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมองค์กร

                  บอกเล่าความในใจ  วัฒนธรรมองค์กรของ AEROTHAI

        

          

ทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกันที่อยากให้เรารักกันผูกพันเสมือนพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ยิ้มให้กัน ทักทายกัน ไว้วางใจกัน รู้สึกเป็นเจ้าขององค์กรแห่งนี้ (Sense of Ownership) และทำอะไรเพื่อองค์กรของเราบ้าง

 

ทานขนมจีนแกงไก่ ขนมจีนน้ำยา และขนมปังเป็นอาหารกลางวันร่วมกันบนเสื่อสนามหญ้าใต้ต้นไม้  เป็นภาพแห่งความประทับใจมาก

ไม่มีภาพมานำเสนอค่ะ ขออยู่ในใจก็แล้วกันนะคะ เป็นความผิดของช่างภาพที่มัวแต่ทาน ลืมเก็บภาพเด็ดเอาไว้ จินตนาการดูก็ได้ค่ะ เวลาทานอาหารฟรี บนเสื่อใต้ร่มไม้ มีความสุขแค่ไหน  ใครขับรถผ่านไปมาก็ทักทายด้วยความงุนงง ถามว่าสโมสรร้านอาหารไม่มีที่นั่งหรือ  เปล่าเลยนะคะ เรากำลังดัดจริตกัน ดัดจากจริตเดิมที่นั่งในห้องแอร์หรู ๆ มานั่งติดดิน ติดธรรมชาติในบ้านหลังที่สองของเรา ซึ่งเราเคยแต่เดินผ่านสนามหญ้า แต่ไม่ได้สัมผัสไอดินกลิ่นหญ้ามาก่อนเลยนานนับสิบกว่าปี (สำหรับรุ่นพี่บางคน)

 

         ปลูกฝังการตรงต่อเวลา รวมตัวกันบ่ายโมงตรงร่วมวง Dialogue

พี่อ๊อด พี่ใหญ่ของเราปิ๊งไอเดีย ขอให้พวกเรายก logo มาประดับเวทีก่อนเริ่มบรรยาย Dialogue  ภาพที่เห็นก็เป็นอย่างนี้  นี่เป็นเพราะแรงขับเคลื่อนจากขนมจีนหม้อเดียวกันนั่นเอง

   

      

จากนั้น เราก็เริ่มวง Dialogue กันด้วยหัวข้อที่ว่า "เพราะ SMART เราจึงอาสา"

  

ศิลาอยู่ในวงตามภาพข้างต้นนี้ค่ะ เป็น FA วงนี้ จึงขอนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวงนี้ค่ะ

กระบวนการ :  บางท่านที่อยู่ในวงเป็นมือใหม่หัดขับ เพิ่งรู้จัก Dialogue ก็วันนี้เอง แต่เมื่ออยู่ในวงกลับกลมกลืนเหมือนผู้ที่ผ่านการทำ Dialogue มากันแล้วทุกท่าน  ในช่วงเริ่มต้น ต่างก็กล่าวถึงว่าทำไมตนจึงมาเป็น SMART อาสา บทสรุปที่ได้ไปในทิศทางเดียวกันคือหัวใจที่อยากจะทำอะไรให้องค์กร  เมื่อทุกคนบอกเล่าเหตุผลลึก ๆ กันแล้ว ต้องขอบอกว่า "อิน" กันมาก บางท่านน้ำตาไหล เพราะรักองค์กร อยากทำอะไรเพื่อองค์กร แม้ไม่รู้ ไม่ชัดเจนว่าจะต้องทำอะไรกันบ้าง     เมื่อจบประเด็นเรื่องทำไมฉันจึงมาเป็น SMART อาสาแล้ว ศิลาก็ตั้งประเด็นว่าแล้วอยากให้ขับเคลื่อนไปในทางไหนบ้าง โดยขอให้แต่ละท่านตั้งใจฟังผู้พูดและต่อยอดความคิดจากสิ่งที่ฟังผู้พูดพูดไปแล้ว  เพื่อดึงสติมาอยู่กับเรื่องราวที่กำลังฟังจากเพื่อนร่วมวง  เหลือเชื่อค่ะว่าทุกท่านต่อยอดความคิดกันเป็นทอด ๆ เกิด flow of meaning อย่างเห็นได้ชัด  ทุกท่านฟังอย่างใคร่ครวญคำพูดของเพื่อนร่วมวงและเสนอแง่มุมความคิดของตนเป็นเสมือนกับการต่อจิ๊กซอว์เป็นภาพใหญ่ด้วยกัน

 

เนื้อหา  :  ผู้ที่อยู่ในวงเสนอความเห็น ได้แก่

  • อยากให้มีการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง เช่น ติดต่อทาง email กันบ่อย ๆ, ทำ Blog และ COP,  พบปะกันอย่างไม่เป็นทางการมากขึ้น, ทำกิจกรรมด้วยกันและให้เพื่อนชวนเพื่อนเข้ามาร่วมกิจกรรมแล้วสมัครเป็น SMART อาสา, การกระตุ้นให้ทุกคนเสนอความคิดเห็นและรวบรวมความคิดเห็นของทุกคนเก็บไว้เพื่อรอโอกาสนำมาแปลงผลสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นการสร้างความเคารพความคิดเห็นของทุกคน

  • การสร้างพฤติกรรมที่ดีในกลุ่ม  ได้แก่ การยิ้ม ทักทาย ห่วงใยกัน และชื่นชมสิ่งดี ๆ ที่แต่ละคนตั้งใจทำเพื่อส่วนรวม การยกย่องคนที่ทำความดี เสียสละ การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

  • การสร้างความรู้สึกว่า SMART อาสาคือ "จุดประสาน" หรือแกนกลางที่พักพิงใจ ยกตัวอย่างดี ๆ ของคุณนก ก็คือการที่มีพนักงานมาติดต่อขอผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษไปสอน  ในทีมงาน SMART อาสา ไม่มีกูรูเฉพาะทาง แต่ก็สามารถเป็นตัวกลางเชื่อมต่อให้พนักงานที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเจอตัวผู้ที่อยากเรียนรู้ และต่างฝ่ายต่างก็ถ่ายทอดความรู้ให้แก่กัน เกิดนิยามใหม่ในวงว่า "คิดไม่ออก บอก SMART อาสา"

  • การนำ Enneagram มาใช้ในการรู้จักตัวตนและคนอื่น  รวมกลุ่มคนที่มีศักยภาพคล้ายคลึงกันเพื่อดึงศักยภาพแฝงเร้นนั้นออกมาใช้ตามที่ถนัดเพื่อสนับสนุนทีมงานในด้านต่าง ๆ  รวมถึงเป็นการพัฒนาจิตตนจากแนวคิดพื้นฐานที่ว่าการเปลี่ยนแปลงให้เริ่มจากภายในตนเองก่อน

  • การริเริ่มสร้างพื้นที่ทางกายภาพ ได้แก่ การปรับภูมิทัศน์บริเวณซุ้มกาแฟในองค์กรให้เอื้อประโยชน์ต่อการมานั่งคุยกันแบบสภากาแฟในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

 

จากแผนภาพนี้ ที่พี่อ๊อด พี่ใหญ่ของเรานำเสนอ ซึ่งเป็นแนวคิดของ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ  บทสรุปของวงที่ศิลาเป็น FA นั้น ปรากฎว่าการทำ Dialogue ของเราอยู่ในขั้น I in you   เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรโดยเริ่มจากทีมเล็ก ๆ นามว่า SMART อาสา ซึ่งอาจจะพา "ไวรัสดี" แพร่ระบาดทั่วทั้งองค์กรเร็ว ๆ นี้

 

ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เพื่อเป็นหลักฐาน การเติบโตขยายเครือข่ายต่อไปให้ทั่วทั้งองค์กร  จากจุดเริ่มต้นในวันนี้ของ Share & Learn Organization โดยใช้ Dialogue มาเป็นเครื่องมือให้ "เรารู้จักฟังกันอย่างลึกซึ้งด้วยใจใคร่ครวญ" 

   

       ----------------------------------------------------------------------

                        รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย

      

  

                                            

บ้านของเรา เราต้องรักษา ดูแล และแคร์ผู้อยู่อาศัยร่วมกัน